รองโฆษกพปชร. ตอก 'ช่อ' ย้อนแย้ง ขู่ฟ้องคนตรวจสอบแจกเงินเมย์เดย์ นามสกุล 'วานิช' โผล่รับบริจาค


เพิ่มเพื่อน    

30 มิ.ย.63 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษก พรรคพลังประชารัฐ อดีต ผู้สมัครส.ส. กทม. เขตจอมทอง-ธนบุรี กล่าวถึงกรณีที่น.ส.พรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ออกมาโพสต์ข้อความในทวิตเตอร์เรียกร้องให้เปิดเผยหลักฐานหลังโลกโซเชียลแชร์ข้อมูลว่าผู้ได้รับเงิน 3,000 บาทจากคณะก้าวหน้าไม่มีตัวตนในทะเบียนราษฎร์และขู่จะดำเนินคดีว่า น.ส.พรรณิการ์ เหยียบย่ำหลักการของตนเองที่มักกล่าวอ้างสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกความเห็นจนถึงขั้นเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายที่มีไว้เพื่อคุ้มครองผู้ที่ถูกดูหมิ่น หมิ่นประมาท และตกเป็นเหยื่อจากการแสดงความคิดเห็นที่เกินขอบเขตของกฎหมาย

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า แต่เมื่อ น.ส.พรรณิการ์ ถูกตรวจสอบย้อนกลับบ้าง ก็มีท่าทีเหมือนกลืนน้ำลายตนเอง ย้อนแย้ง ซึ่งเป็นท่าทีที่พบเห็นได้หลายครั้ง เช่น การใช้เอกสิทธิ์ ส.ส. จากรัฐธรรมนูญที่ตนเองประณามด้วยคำหยาบและต้องการยกเลิกแก้ไขมาใช้คุ้มครองตนเองในคดีความ และคราวนี้ก็มีพฤติกรรมซ้ำเดิม เหมือนจะพยายามใช้กฎหมายที่ตนเองต้องการยกเลิกมาคุ้มครองประโยชน์ตนเอง เข้าตำรา เกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง

"ทุกการตรวจสอบต้องเท่าเทียม เสรีภาพในการแสดงความเห็นก็ต้องเท่าเทียม น.ส.พรรณิการ์และคณะก้าวหน้าก็ไม่ควรจะมีอภิสิทธิ์พิเศษที่จะเรียกร้องความเท่าเทียมจากผู้อื่นในขณะที่ตนเองกำลังพยายามมีสิทธิพิเศษเหนือผู้อื่น ตอนนี้ก็คงเข้าใจคำว่าเสรีภาพในการแสดงความเห็นและขอบเขตในการใช้เสรีภาพนั้นชัดเจนแล้ว

ดังนั้นต่อไปนี้ก็หวังว่าจะไม่พบเห็นการกระทำที่อ้างเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นที่เกินขอบเขตและทำให้ผู้อื่นเสียหายจาก น.ส.พรรณิการ์และพวกอีก การขู่ฟ้องประชาชนที่เขามีสิทธิ มีเสรีภาพ และต้องการตรวจสอบความโปร่งใส เนื่องจากเป็นการแจกเงินจากการรับบริจาคกิจกรรมเมย์เดย์ฯ นั้นก็น่าจะขัดกับหลักการที่ น.ส.พรรณิการ์มักกล่าวอ้างและคงจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านกฎหมายจากนายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้าอย่างแน่นอน เพราะนายปิยบุตรได้กล่าวว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการใช้กฎหมายฟ้องปิดปากผู้วิพากษ์วิจารณ์เพื่อตรวจสอบ หรือ SLAPP Law โดยนายปิยบุตรไม่เคยฟ้องหมิ่นประมาทใครเพราะเชื่อว่าระบอบประชาธิปไตยต้องถูกตรวจสอบวิพากษ์วิจารณ์ได้และสังคมจะเป็นคนตัดสินเอง"

น.ส.ทิพานัน  กล่าวว่า ดังนั้นเพื่อให้สังคมได้ตัดสินอย่างถูกต้อง แทนที่จะเรียกร้องหลักฐานจากผู้กล่าวหาและขู่ฟ้องประชาชน น.ส.พรรณิการ์และคณะก้าวหน้าควรแสดงความบริสุทธ์ใจและโปร่งใส ด้วยการนำพยานหลักฐานที่มีอยู่ในมือแสดงชี้แจงเพื่อหักล้างข้อสงสัยของสังคมที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ในประเด็นต่างๆ ดังนี้

1.การเรี่ยไรรับบริจาคกิจกรรมเมย์เดย์ฯ ได้ขออนุญาตถูกต้องตามกฎหมายและมีการออกใบเสร็จรับเงินให้แก่ผู้บริจาคครบถ้วนหรือไม่

2.เมื่อการรับบริจาคถูกระบุให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัวของ น.ส.พรรณิการ์ ดังนั้นต้องมีหลักฐานว่ารายการที่โอนเข้ามาจากต้นทางเป็นเงินบริจาค หรือเงินส่วนตัว และต้องสามารถชี้แจงพร้อมพยานหลักฐานทางบัญชี หรือสเตทเมนต์ แสดงบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้ได้ด้วยว่ามีจำนวนครบถ้วนถูกต้องตามยอด 7,282,897.34 บาทจริง ไม่มากกว่านี้และไม่น้อยไปกว่านี้

3.สามารถพิสูจน์การมีอยู่จริงของผู้รับเงิน 3,000 บาทตามรายชื่อที่คณะก้าวหน้าเผยแพร่ทางเว็บไซต์ได้ รวมถึงมีหลักฐานการโอนเงินให้บุคคลตามรายชื่ออย่างครบถ้วน และต้องแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ได้รับโอนเงินไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับทีมงานคณะก้าวหน้า ไม่มีการทุจริตเอื้อประโยชน์กันเองแก่พวกพ้อง เพราะจากการตรวจสอบรายชื่อผู้รับเงิน เบื้องต้นพบว่ามีบุคคลใช้นามสกุล "วานิช" ซึ่งเป็นนามสกุลเดียวกับ น.ส.พรรณิการ์ปรากฎอยู่ด้วย 

นอกจากนี้ขอให้ชี้แจงด้วยว่าการเปิดเผยรายชื่อผู้รับเงินทางเว็บไซต์ ได้รับอนุญาตจากเจ้าของชื่อหรือไม่ เพราะอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562ได้

"ส่วนตัวมองว่าหาก น.ส.พรรณิการ์ฟ้องคดีเอาผิดประชาชนที่ใช้สิทธิอย่างสุจริตในการตรวจสอบความโปร่งใสนั้น มีแนวโน้มที่จะแพ้คดีสูงมาก เพราะบุคคลดังกล่าวไม่พียงแต่ใช้สิทธิในฐานะประชาชนทั่วไป แต่ยังเป็นผู้มีส่วนได้เสียหากมีการทุจริตเกิดขึ้น เพราะทราบมาว่าเป็นหนึ่งในผู้ร่วมบริจาคเงินในกิจกรรมดังกล่าวด้วย"น.ส.ทิพานัน กล่าว

รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ยังกล่าวอีกว่า สังคมยังมีสิทธิ์สงสัยและมีสิทธิ์ตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใสได้ เพราะที่ผ่านมามีการเปิดเผยข้อมูลทีไม่ครบถ้วน และในปัจจุบันก็ไม่ปรากฏว่า น.ส.พรรณิการ์ประกอบสัมมาอาชีพใดที่มีแหล่งรายได้ครอบคลุมภาระค่าใช้จ่าย จากข้อมูลบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินที่แจ้งต่อ ปปช. เมื่อพ้นตำแหน่ง ส.ส. พบว่ามีภาระหนี้สินอยู่จำนวน 559,091 บาท และภาระรายจ่ายประจำจำนวน 924,000 บาท (แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว 600,000 บาทและค่าอุปการะบิดามารดา 324,000 บาท) นอกจากนี้บัญชีธนาคารที่รับระดมทุนบริจาคก็ไม่ปรากฏในรายการบัญชีเงินฝากที่ได้แจ้งไว้ต่อ ปปช.

ดังนั้นจึงอาจมีประเด็นการตรวจสอบเพิ่มเติมว่า มี "การปกปิดข้อมูล" ของบัญชีดังกล่าวหรือไม่ เข้าข่ายยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงหรือไม่ด้วย


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน