กะแล้วเชียว ประธานาธิบดีโบลโซนารูแห่งบราซิลติดโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

ชาอีร์ โบลโซนารู ประธานาธิบดีขวาจัดของบราซิลผู้ปรามาสไวรัสโควิด-19 ประกาศเมื่อวันอังคารว่า เขาติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ด้วย แต่ยืนกรานว่าเขายังสบายดีและมีอาการป่วยแค่เล็กน้อยเท่านั้น

ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนารู ถอดหน้ากากอนามัยออกก่อนกล่าวสุนทรพจน์เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563

    ประธานาธิบดีโบลโซนารู วัย 65 ปี เคยกล่าวถึงโรคโควิด-19 เป็นแค่ไข้หวัดใหญ่เล็กน้อย แต่ปัจจุบันโรคระบาดใหญ่นี้คร่าชีวิตชาวบราซิลแล้วกว่า 65,000 ราย จากผู้ติดเชื้อ 1.6 ล้านราย ซึ่งเป็นตัวเลขยอดเสียชีวิตและติดเชื้อที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐอเมริกา

    ข่าวเอเอฟพีกล่าวว่า โบลโซนารู ซึ่งเย้ยหยันมาตรการเว้นระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัยเพื่อควบคุมโรค ประกาศผ่านคำให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์เมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคม ว่าผลการตรวจหาเชื้อไวรัสของเขาออกมาเป็นบวก แต่เขากำลังรักษาด้วยการกินยาไฮดรอกซีคลอโรควินและอะซิโธรไมซิน

    ยาตัวแรกนั้นเป็นยาที่ปกติใช้รักษาโรคมาลาเรียและโรคลูปัส ส่วนอะซิโธรไมซินนั้นเป็นยาปฏิชีวนะ
ใช้รักษาโรคปอดอักเสบได้

    โบลโซนารูเผยว่า เขาเริ่มรู้สึกไม่สบายเมื่อวันอาทิตย์ และมีอาการแย่ลงในวันจันทร์โดยรู้สึกอ่อนเพลียและมีไข้สูง 38 องศาเซลเซียส แต่เขายืนกรานว่าเขารู้สึกสบายดี เขาบอกกับซีเอ็นเอ็นบราซิลเมื่อวันจันทร์ว่าเขาตรวจร่างกายด้วยการเอกซเรย์ปอดที่โรงพยาบาลทหารเพื่อป้องกันไว้ก่อน ผลออกมาว่าปอดของเขาปลอดเชื้อไวรัส

    ผู้นำขวาจัดรายนี้เคยตรวจเชื้อไวรัสมาแล้ว 3 ครั้ง ผลออกมาเป็นลบทุกครั้ง ยกเว้นครั้งล่าสุดนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าเขาติดไวรัสจากที่ใด แต่ที่ผ่านมาเขามักพบปะกับผู้คนโดยไม่ใส่ใจมาตรการเว้นระยะห่างหรือสวมหน้ากากอนามัย และพยายามผลักดันให้บราซิลเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งโดยระบุว่า "ผลกระทบข้างเคียง" ของไวรัสไม่ควรแย่กว่าตัวโรคเอง

    เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โบลโซนารูเพิ่งเผยแพร่ภาพถ่ายของเขาทางโซเชียลมีเดีย ที่เขาไม่ได้สวมหน้ากากอนามัยขณะไปร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำบราซิลและรัฐมนตรีอีกหลายคน เพื่อฉลองวันชาติสหรัฐ

    สถานทูตสหรัฐในกรุงบราซิเลียเผยผ่านทวิตเตอร์ว่า ท็อดด์ แชปแมน เอกอัครราชทูตสหรัฐ ร่วมรับประทานอาหารกับโบลโซนารู, รัฐมนตรี 5 คน และเอดูอาร์โด ลูกชายของโบลโซนารู แชปแมนไม่มีอาการป่วย แต่เขาจะตรวจเชื้อไวรัสเพื่อป้องกันไว้ก่อน.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส