ลุ้นผลตรวจ โควิด-19 ชาวระยองอีก 1,270 คน


เพิ่มเพื่อน    

แฟ้มภาพ

18 ก.ค.63 - นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงความคืบหน้าผลการสอบสวนและควบคุมโรค กรณีโรคติดเชื้อโควิด-19ในพื้นที่ จ.ระยอง และ กทม. ดังนี้

ผลการดำเนินงาน วันที่ 14 ก.ค. 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีทหารต่างชาติที่ติดเชื้อเข้าพักในโรงแรมและเดินห้างสรรพสินค้าใน จ.ระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,336 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ  

2.มีประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่คิดว่าตนเองมีความเสี่ยง กรณีเด็กหญิงที่มาในครอบครัวอุปทูต    ตรวจพบการติดเชื้อโควิด 19 และเข้าพักในคอนโด ย่านสุขุมวิท มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 267 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 267 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

นอกจากนี้ในวันที่ 15 ก.ค.   1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,252 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,252 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ  ทั้งนี้วันที่ 16 ก.ค.  

1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,244 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 1,244 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ 2.มีประชาชนในพื้นที่ กทม. มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัยพระราชทาน รวมทั้งสิ้น 97 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้วทั้ง 97 คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ

ส่วนวันที่ 17 ก.ค 1.มีประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยอง มารับการตรวจหาเชื้อทางห้องปฏิบัติการโดยรถตรวจโรคติดเชื้อชีวนิรภัย พระราชทาน รวมทั้งสิ้น 1,374 คน ได้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว 104  คน ทั้งหมดให้ผลเป็นลบ  อยู่ระหว่างรอผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ 1,270 คน

โดยคำแนะนำสำหรับประชาชน เพื่อสร้างความมั่นใจ ถึงแม้ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการจะเป็นลบแล้ว แต่ขอให้ประชาชนเข้มงวดมาตรการป้องกันอย่างเต็มที่เหมือนเช่นเดิม ต้องสวมหน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ แยกของใช้ เว้นระยะห่าง ลดการเดินทางออกนอกบ้าน ให้ครบ 14 วัน สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422


อืมมมม... บางวันมันก็ฝืนจริงๆ นะ! คือเรื่องคุยน่ะ..มี อารมณ์จะคุยมันไม่มี แต่ต้องคุย เพราะอย่างนั้น จึงตกอยู่ในลักษณะ "ทุกข์เข็น"

"การสื่อสารกับการเมือง"
ยอมให้ด่า "เพื่ออนาคต"
๗ ปี"ไล่นายกฯ"อย่างเดียว
"วิจัย-พัฒนา"ถึง"หมากัด"
"รัฐบาลทำดีแต่มีคนเซ็ง"
เมื่อนายกฯ ชื่อ "พิธา"