ไปทะเลที่สัตหีบ เมืองต้นแบบ"ท่องเที่ยว New Normal "


เพิ่มเพื่อน    


จุดปักธงราชนาวิกโยธินที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเรือใบจากหัวหินมา ณ บริเวณนี้ 

พูดถึง อ.สัตหีบ จังหวัดชลบุรี  มีชื่อเสียงมานาน เพราะมีทั้งหาดเตยงาม หาดนางรำ หาดทรายแก้ว เกาะขาม เกาะแสมสาร เป็นต้น ซึ่งพื้นที่ทะเลหรือเกาะแถบนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของกองทัพเรือ ทำให้ทะเลของที่นี่สะอาด ไม่มีขยะกวนใจ เวลาเล่นน้ำหรือถ่ายภาพ และทุกคนที่มาเที่ยวต่างเคารพกฎกติกาในการมาเที่ยว เพราะส่วนใหญ่จะเปิดให้เข้าเที่ยวได้ตั้งแต่ช่วงเช้า -18.00 น. นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวเรียนรู้ ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ หรือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทย (เกาะแสมสาร) และที่อื่นๆน่าสนใจอีกมากมาย 


ช่วงที่มีการล็อกดาวน์ประเทศ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 พื้นที่กิจการอาคารรับรองสัตหีบ กองทัพเรือ ได้ถูกใช้เป็นสถานที่กักตัวของผู้ที่เดินทางกลับมาจากต่างประเทศ  ทำให้ทุกอย่างเงียบสงบ ไร้นักท่องเที่ยว ทะเลได้พักผ่อน แต่เมื่อปลดล็อกดาวน์แล้ว ทุกคนที่อัดอั้นมานานกับการกักตัวอยู่บ้านหลายเดือน ได้ออกเดินทางเที่ยวในต่างจังหวัด ซึ่งที่สัตหีบเองก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากันอย่างเนืองแน่นในวันหยุดยาว และวันหยุดสุดสัปดาห์ แต่ทุกการเดินทางท่องเที่ยวในยุคนี้จะไม่เหมือนเดิม เพราะทุกคนต้องเที่ยวแบบ New Normal เพื่อความปลอดภัยและป้องกันโควิด-19

พักผ่อนแบบ New Normal ที่หาดทรายแก้ว


การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กองทัพเรือ และจังหวัดชลบุรี ได้ยกระดับสัตหีบ ภายใต้โครงการ “สัตหีบเมืองต้นแบบ ท่องเที่ยววิถีใหม่ New Normal” ตามมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย (Amazing Thailand Safety and Health Administration หรือ SHA) ในประเภท นันทนาการ และ สถานที่ ท่องเที่ยว จำนวน 4 แห่ง ได้แก่ ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ภายใต้การดูแลของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.), พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทย (เกาะแสมสาร) ภายใต้การดูแลของกองเรือยุทธการ (กร.), ศูนย์บริการหาดทรายแก้ว ภายใต้การดูแลของโรงเรียนชุมพล และหาดนางรำ - หาดนางรอง ภายใต้การดูแลของฐานทัพเรือสัตหีบ (ฐท.สส.)เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและให้ประชาชนกลับมาเดินทางท่องเที่ยวอีกครั้ง เมื่อสถานการณ์โควิด-19อยู่ในระดับที่ปลอดภัยแล้ว

นั่งรถรางชุมวิว แบบเว้นระยะห่าง


พลเรือโท ประชาชาติ ศิริสวัสดิ์ รองเสนาธิการทหารเรือและผู้อำนวยการศูนย์การท่องเที่ยวกองทัพเรือ กล่าวว่า การเดินทางมาท่องเที่ยวที่สัตหีบ ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯไม่มากนัก เดินทางสะดวก เหมาะแก่การพักผ่อนแบบวันเดย์ทริป อีกทั้งทะเลตั้งแต่บางเสร่ ยาวไปจนถึงแสมสารมีหาดสวยงาม สะอาด  เป็นธรรมชาติ และอากาศบริสุทธิ์ ซึ่งหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น เปิดให้ท่องเที่ยวได้  ได้มีการลงพื้นที่สำรวจและตรวจเยี่ยมการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับและดูแลนักท่องเที่ยวตามวิถีปกติใหม่ New Normal ที่รัฐบาลกำหนด  รวมทั้ง ยังมีการหารือเกี่ยวกับแนวทางการฟื้นฟูและสนับสนุนแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่รับผิดชอบของกองทัพเรือ อีกทั้งประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เกี่ยวกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขอนามัย (SHA) ด้วย

วัดอุณหภูมิก่อนเข้าสถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่ง

 



นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 จะทำให้พฤติกรรมการท่องเที่ยวทั้งของคนไทย หรือต่างชาติเปลี่ยนไป เพราะนักท่องเที่ยวจะเลือกเดินทางกับคนที่ไว้ใจ หรือเลือกการเดินทางมาท่องเที่ยวด้วยตนเอง และที่สำคัญคือ นักท่องเที่ยวจะใส่ใจกับการเดินทางที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ทั้งดูที่พัก ร้านอาหาร หรือแหล่งท่องเที่ยว ว่ามีมาตรการสาธารณสุขหรือไม่ ซึ่งการมีตราสัญลักษณ์ SHA ถือว่าเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวได้เดินทางมาอย่างสบายใจ


 

สแกนแอพลิเคชั่น"ไทยชนะ"เช็กอินก่อนเข้าทุกจุดสถานที่ท่องเที่ยว

 


วันที่ไปเยือนสัตหีบ เป็นช่วงวันธรรมดาซึ่งมีนักท่องเที่ยวบางตา  เริ่มต้นที่จุดหมายแรก ที่ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ ตั้งแต่ทางเข้าก็จะมีการคัดกรองอุณหภูมิ และเช็คอินระบบไทยชนะ หรือจดชื่อลงทะเบียนเข้า-ออก และทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย ที่นี่เป็นแหล่งอนุบาลเต่าทะเล ทั้งเต่ากระ เต่าตนุ ตั้งแต่ออกจากไข่ จนโตพอที่จะปล่อยลงสู่ทะเล ยังมีนิทรรศการจัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับเต่าทะเลให้ได้เยี่ยมชม หรือจะมานั่งรับลมริมชายหาดบริเวณด้านหน้าศูนย์ก็ได้ ไม่เสียค่าเข้าชม เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.

เราเดินทางต่อไปที่ศาลกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย) ณ แหลมปู่เจ้า ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของโค้งอ่าวเตยงาม ที่มีไฮไลท์คือ แท่นหินอ่อนที่บรรจุพระอัฐิของพระองค์ท่านอยู่ด้านหลังพระรูปองค์ใหญ่ ซึ่งมีที่เดียว จึงเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านและผู้คนที่เดินทางต่างก็ต้องกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล และยังเป็นจุดชมวิวที่ได้เห็นทั้งอ่าวสัตหีบ อ่าวเตยงาม เกาะพระ เกาะเตาหม้อ และอ่าวไทย หากขึ้นไปบนหอชมวิวก็จะเห็นฐานทัพเรือ แต่ห้ามถ่ายรูปเพราะถือว่าเป็นข้อมูลทางทหาร และมีสถานที่จัดแสดงอาวุธและเรือรบจำลองในแบบต่างๆ ให้ได้ชม

น้ำทะเลใสๆ เหมาะกับการพักผ่อน

ไปต่อที่ศูนย์การท่องเที่ยว นย.(หาดเตยงาม) ถึงแดดจะแรง แต่น้ำใสมาก  พร้อมกับมีลมเย็นๆพัดโชยตลอด ทำให้สดชื่น ที่ริมชายหาดเตยงาม เป็นที่ตั้งของวงเวียนอนุสรณ์นาวิกโยธิน และพิพิธภัณฑ์นาวิกโยธิน  ซึ่งแบ่งพื้นที่การแสดงออกเป็น 2 ส่วน ด้านในจะเป็นประวัติความเป็นมาของทหารนาวิกโยธิน ถัดไปก็จะเป็นห้องจัดแสดงเครื่องแบบ เครื่องหมาย และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ใกล้ๆกันก็คือ ห้องจัดแสดงอาวุธและยุทโธปกรณ์ และห้องจัดแสดงฉากจำลองยุทธภูมิ อีกส่วนคือพื้นที่จัดแสดงอาวุธประจำหน่วย และยุทโธปกรณ์ อาทิ  ปืนใหญ่ ปืนกล และยานพาหนะ นอกจากจะมาเล่นน้ำแล้ว ยังมีบริการรถรางอยู่ด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ เที่ยวชมรอบหาดในราคา 20 บาท/คน ทำให้ได้ชมบรรยากาศรอบๆทะเลมากยิ่งขึ้น แล่นผ่านแลนมาร์คสำคัญอย่าง จุดปักธงราชนาวิกโยธินที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงปักไว้เมื่อครั้งทรงแล่นเรือใบมาขึ้นที่สัตหีบ หรือผาวชิราลงกรณ์ และยังได้เห็นบรรยสกาศบ้านพักนายทหารอีกด้วย ที่นี่มีมาตรแบบ New Normal คือเปิดให้บริการตั้งแต่ 06.00-18.00 น. รองรับนักท่องเที่ยวได้ 400 คน/วัน หากเกินก็จะมีการรับบัตรคิวเพื่อรอเข้าเที่ยว โดยได้เปิดลานจอดรถเพิ่มที่บริเวณลานวทินนา กับ วาสิฏฐี และจัดพื้นที่นั่งเว้นระยะห่างอย่างเหมาะสม

ปล่อยเต่าคืนสู่ทะเล


ไม่ว่าจะเข้าแหล่งท่องเที่ยวที่ไหน ต้องมีการวัดอุณภูมิ และเช็คอินไทยชนะ หรือลงทะเบียนเข้า-ออก ที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา เกาะและทะเลไทย (เกาะแสมสาร) ก็เช่นกัน แต่เพิ่มตรงมีตู้พ่นฆ่าเชื้อด้วย เรานั่งเรือจากท่าเรือเกาะแสมสาร ใช้เวลาประมาณ 10 นาที เพื่อข้ามไปที่หาดเทียนและหาดลูกลม ที่นี่รองรับนักท่องเที่ยวได้ 600 คน/วัน เมื่อมาถึงท่าเรือที่หาดเทียน จะสัมผัสได้เลยว่าน้ำทะเลที่นี่สวยจริงๆ เม็ดทรายละเอียด เหมาะแก่การถ่ายรูป ท้าแดดมากๆ แต่ก่อนจะเที่ยวให้เต็มที่ ทหารเรือที่ดูแลในพื้นที่จะต้องให้พวกเรารับทราบความเป็นมาและกฎกติกาของหาดที่นี่ เพราะบริเวณเกาะแสมสารแม้ว่าจะหาดที่สวยงามถึง 6 หาด แต่เปิดให้เที่ยวได้เพียง 2 หาดเท่านั้น คือ หาดเทียนและหาดลูกลม  โดยกิจกรรมทางน้ำหลักๆ จะอยู่ที่หาดลูกลม และจะมีรถรางพาไปยังหาด พอถึงหาดเรารีบวิ่งไปสัมผัสน้ำเย็น หาที่ร่มๆ นั่งรับชมวิวสบายๆ ส่วนค่าบริการเรือข้ามเกาะ เด็กราคา 220 บาท ผู้ใหญ่ 300 บาท ต่างชาติ 600 บาท ค่ากิจกรรมทางน้ำ ดำน้ำ 50 บาท นั่งเรือท้องกระจกดูปะการัง 20 บาท และเช่าเรือคายัก ชั่วโมงละ 100 บาท ตารางเดินเรือจะเริ่มตั้งแต่ 09.00-16.30 น.

ปิดท้ายกันที่หาดทรายแก้ว ที่นี่มีความน่าสนใจตรงที่ทรายจะขาวละเอียดเหมือนกับทะอันดามัน ทอดยาว 1.7 กิโลเมตร รายล้อมด้วยภูเขา แม้ว่าจะเป็นวันธรรมดาก็มีนักท่องเที่ยวพาครอบครัวมาปิกนิก ริมชายหาด กันอย่างอบอุ่น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมทางน้ำ ทั้งเล่นเจ็ทสกี เล่นบานาน่าโบท พายเรือคายัค ดำน้ำชมปะการัง ซึ่งในเหตุการณ์ปกติที่นี่จะฮอตฮิตมากในวันหยุดยาวเพราะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้ถึง 1,000 คน/วัน แต่ตามมาตรการความปลอดภัยจึงรองรับได้ 300-400 คน/วัน มีการจัดโซน ทำสัญลักษณ์กากบาทที่นั่งบริเวณร้านอาหาร จัดที่นั่งริมทะเลไม่แบบเว้นระยะห่าง สำหรับค่าเข้าผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 10 บาท  ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท

มอบตราสัญลักษณ์ SHA

การท่องเที่ยวในครั้งนี้ทุกคน และสถานที่ท่องเที่ยวล้วนใส่ใจในการเที่ยวแบบ New Normal หากใครมาเที่ยวที่สัตหีบรับรองไม่ผิดหวังแน่ๆ ขอแค่ทุกคนใส่ใจมาตรการป้องกันโควิด-19 ก็เที่ยวได้แบบสบายใจเลย หรือเช็คสถานการณ์ท่องเที่ยวได้ที่ https://www.facebook.com/thainavyland

 

 

 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ