
23 ก.ค.63 - เมื่อเวลา 09.15 น. ที่รัฐสภา นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวถึงการชุมนุมของนิสิตนักศึกษา ว่าการออกมาชุมนุมครั้งนี้ มีนิสิตนักศึกษาออกมาชุมนุมมากกว่าเหตุการณ์ 14 ตุลา 16 และพฤษาทมิ ฬ35 เพราะทั้งสองเหตุการณ์มีประชาชนออกมาสมทบจำนวนมาก ทั้งนี้การชุมนุมต้องยึดข้อเรียกร้อง 3 ข้ออย่างเคร่งครัด ประกอบด้วย ห้ามคุกคามบุคคล ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญและให้มีการยุบรัฐสภา เชื่อว่าจะได้รับการยอมรับจากประชาชน เพราะเป็นเรื่องที่รับฟังได้
"ผมห่วงใยว่าการชุมนุมต้องไม่ก้าวล่วงสถาบันพระมหากษัตริย์ เพราะจะทำให้จุดแข็งกลายเป็นจุดอ่อน ที่สำคัญจะนำพาไปสู่การสูญเสียจำนวนมาก ช่วงการชุมนุมของนปช.ปี 53 ก็ถูกกล่าวหาว่าล้มล้างสถาบัน ก่อการร้าย และเผาบ้านเผาเมือง ส่วนเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ภาพก็อธิบายชัดเจนว่าเดินอย่างไรได้ผลลัพธ์อย่างไร ยุคสมัยใดก็เป็นยุคสมัยนั้น ที่เตือนไม่ได้ให้หวาดกลัว เพราะเชื่อว่านักศึกษาก็ไม่ได้กลัว แต่ห่วงว่าการต่อสู้อย่างไรจะได้ผลลัพธ์เช่นนั้น
ถ้ายึดมั่นข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ไม่ล่วงละเมิดสถาบัน จะได้แนวร่วมจากประชาชนจำนวนมาก แต่ถ้าก้าวล่วงสถาบันจุดจบจะไม่ต่างกัน ต้องตั้งสติและยึดมั่นว่าประเทศไทยต้องปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขเท่านั้น ใครก็ตามที่ยุยงสนับสนุนให้ทำนอกเหนือไปจากข้อเรียกร้อง 3 ข้อ เพราะเขารู้แล้วว่าปลายทางจะเกิดความรุนแรง ความชอบธรรมทั้งหมดจะหายไป แต่ถ้ายึดหลัก3ข้อจะเป็นจุดแข็งที่สุดในการเคลื่อนไหวของนักศึกษา"ประธานนปช. กล่าว
นายจตุพร กล่าวด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรเป็นผู้ที่ลงมารับฟังความคิดเห็นจากนักศึกษามากที่สุด เพราะข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ได้แก่ การแก้ไขรัฐธรรมนูญและยุบสภา เกี่ยวข้องกับนายกฯโดยตรง ส่วนข้อเรียกร้องเรื่องห้ามคุกคามบุคคลเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอยู่แล้ว เรื่องนี้จะจบลงอย่างสง่างาม ด้วยการเปิดเวทีให้นักศึกษาได้เสนอเงื่อนไขทั้ง 3 คน และนายกฯประกาศระยะเวลาที่ชัดเจนในการแก้รัฐธรรมนูญเสร็จจะประกาศยุบสภา สิ่งนี้จะเป็นทางออก
ทั้งนี้ นายจตุพร กล่าวด้วยว่า การเดินทางมารัฐสภาครั้งนี้เพื่อให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการ(กมธ.)ศึกษาการปฏิรูป ทบทวน และแก้ไขปรับปรุงกฏหมาย ที่มีนายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย เป็นประธานอนุกมธ. ในหัวข้อเรื่องลดความเกลียดชัง
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |