ว่าด้วยกระบวนการความเปลี่ยนแปลง


เพิ่มเพื่อน    

                                                   (1)

            ฝรั่งอย่างนาย อัลวิน ทอฟฟ์เลอร์ (Alvin Toffler) ที่เคยเขียนหนังสือว่าด้วยเรื่องคลื่นลูกที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ซึ่งใครต่อใครในบ้านเราเคยฮือๆ ฮาๆ ไปเป็นพักๆ เมื่อหลายสิบปีที่แล้ว แม้ว่าโดยจุดยืน ทัศนคติ และวิธีคิดโดยรวมๆ ออกจะเละเทอะ เลอะเทะ อยู่บ้าง แต่ก็มีวาทะสั้นๆ ที่แกเคยเอ่ยเอาไว้ค่อนข้าง เก๋ และน่าประทับใจมิใช่น้อย นั่นคือคำพูดประโยคสั้นๆ ที่ว่าไว้ว่า Change is not merely necessary to life. It is life. หรือ ความเปลี่ยนแปลงมิใช่แค่สิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต...แต่มันคือชีวิตเลยทีเดียว...อะไรประมาณนั้น...

                                                     (2)

                ซึ่งว่าไปแล้ว...ก็คงไม่ต่างอะไรไปจากคำพูดโบร่ำ โบราณ ในบ้านเรา ที่อาจฟังดู เชยซ์ซ์ซ์ ไปบ้างในแง่ยุคสมัย แต่ในแง่ความเป็นจริง ความถูกต้อง ก็ยังถือเป็น อกาลิโก หรือเป็นความจริงที่อยู่เหนือไปจากกาลเวลา ประเภทพูดอีกก็ถูกอีก ทำนองนั้น นั่นคือคำว่า เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อันไม่เพียงเป็นความจริงของชีวิต แต่ถือเป็นความจริงของสรรพสิ่ง เอาเลยก็ว่าได้ ที่เป็นตัวสะท้อน กระบวนการความเปลี่ยนแปลง ว่าเป็น ข้อเท็จจริง เป็น กฎธรรมชาติ อันมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้โดยเด็ดขาด ไม่ว่าใคร? หรืออะไร? ก็ตาม...

                                                        (3)

            ด้วยเหตุนี้...ภายใต้ ความเปลี่ยนแปลง ที่กำลังจะมาถึง อันเนื่องมาจากความเป็นไปของโลก ของประเทศชาติและสังคมต่างๆ รวมทั้งสังคมไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็ตาม อันนี้นี่แหละ...ที่น่าสนใจเอามากๆ และก่อให้เกิดข้อถกเถียง อภิปราย วิเคราะห์ คาดคะเน กันไปต่างๆ นานา ว่าสุดท้ายแล้ว...มันจะเป็นไปในรูปไหน? แบบไหน? ใครที่คาดถูก วิเคราะห์ถูก ก็อาจตระเตรียมสิ่งต่างๆ ไว้รองรับกับฉากสถานการณ์ที่กำลังใกล้เข้ามา ได้อย่างเหมาะสม สอดคล้อง กลมกลืน ส่วนใครที่คาดผิด วิเคราะห์ผิด ก็อาจต้องกลายเป็นคนหลงทาง สะเปะ สะปะ ไปตามเรื่อง ตามราว หรือเผลอๆ...อาจถึงขั้นต้องกลายเป็น เหยื่อ ของสถานการณ์ เป็น สิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ เอาเลยก็ไม่แน่!!!

                                                        (4)

                อย่างไรก็ตาม...ถ้าลองใคร่ครวญ พิจารณา จาก กระบวนการความเปลี่ยนแปลง ที่มันน่าจะเริ่มต้นมานานแล้ว ไม่ใช่เพิ่งมาปุปๆ ปัปๆ เอาในช่วงนี้ หรือช่วงที่เชื้อไวรัส COVID-19 อันอาจถือเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งในกระบวนการความเปลี่ยนแปลง ท่านได้ออกอาละวาด ออกฤทธิ์ ออกเดช เมื่อช่วงแค่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยเนื้อหา สาระ และโดย ทิศทาง ของกระบวนการความเปลี่ยนแปลงที่ว่า น่าจะพอสรุปได้สั้นๆ ง่ายๆ ว่า...มันน่าจะนำไปสู่สิ่งที่เป็นไปในทาง ธรรมะ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าธรรมะที่จัดอยู่ในประเภท ธรรมชาติ ล้วนๆ หรือธรรมะประเภท คุณธรรม และ ศีลธรรม ที่จำต้องสะท้อนให้เห็นอยู่ภายในระบบการเมือง เศรษฐกิจ สังคมใดๆ ก็ตาม ไปจนแม้แต่ระดับปัจเจกบุคคลทั้งหลาย...

                                                        (5)

                พูดง่ายๆ ว่า...ด้วยเหตุเพราะกระบวนการความเปลี่ยนแปลงที่ว่า มันเป็นไปในรูปนี้ แนวนี้ นั่นเอง มันเลยถึงทำให้ระบบการเมือง การปกครอง ที่เคยดูสูงส่ง วิเศษ วิเสโส กว่าระบบ-ระบอบใดๆ ก็ตาม ที่เรียกๆ กันว่า ประชาธิปไตย ทั้งหลาย เลยมักมีอันต้อง ตกม้าตาย หรือต้องกลายเป็น ประชาธิป...ตาย ไปชนิดทั้งแผง ทั้งยวง แม้พยายามประดิษฐ์ คิดค้น คำว่า ธรรมาภิบาล ขึ้นมารองรับแล้วก็เถอะ แต่ในเมื่อถ้อยคำดังกล่าว กลับไม่ได้ช่วยให้ คุณธรรม และ ศีลธรรม ปรากฏขึ้นอย่างเป็นจริง เป็นจัง ไม่ว่าในระบบ-ระบอบ ในรัฐบาล หรือกระทั่งฝ่ายค้าน ไปจนในสังคมแต่ละสังคม ก็กลับเป็นอะไรที่เสื่อมถอยลงไปเรื่อยๆ ขณะระบบการเมือง การปกครอง ที่ดูน่าเกลียด น่ากลัว เอามากๆ อย่าง เผด็จการ ทั้งหลาย แต่ถ้าหากยังพอหลงเหลือสิ่งเหล่านี้เอาไว้มั่ง กลับสามารถผงาดขึ้นเป็นคู่แข่ง ไล่บด ไล่บี้ กับบรรดาประเทศประชาธิปไตยในแต่ละราย ได้แบบถึงไหนก็ถึงกัน...

                                                      (6)

                ยิ่งถ้าหากเป็นสภาพแวดล้อม หรือ ธรรมชาติ ล้วนๆ ด้วยแล้ว...คุณธรรม และ ศีลธรรม ก็ดูจะยิ่งกลายเป็นคำตอบสุดท้าย หรือเป็นทิศทางอันจะนำไปสู่กระบวนการความเปลี่ยนแปลง อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธได้ เป็นไปตามข้อสรุปของท่าน พุทธทาสภิกขุ อภิมหาพระบ้านเรา ที่เคยว่าไว้แล้วนั่นแหละว่า ศีลธรรมไม่กลับมา...โลกาจะวินาศ อะไรประมาณนั้น ดังนั้น...ภายใต้ความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึง ไม่ว่าจะเป็นไปในรูปไหน แบบไหน ไม่ว่าระดับโลก หรือกระทั่งระดับสังคมไทยของหมู่เฮา ก็ตามที ย่อมหนีไม่พ้นต้องมุ่งไปสู่สิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม และ ศีลธรรม นั่นแหละเป็นหลัก ไม่ใช่สิ่งที่ออกไปทางเพ้อๆ ฝันๆ ประเภท เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ ที่แม้จะ เก๋ จะ เท่ แต่อาจไม่มีจะแ-ก หรืออาจฉิบหาย วายตลิ่ง เอาง่ายๆ...

                                                       (7)

                สรุปเอาเป็นว่า...ด้วยความสำคัญของสิ่งที่เรียกว่า คุณธรรม และ ศีลธรรม อันสามารถรองรับความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงได้เป็นอย่างดี เลยคงต้องขอปิดท้ายสัปดาห์นี้ด้วย คำขวัญวันแม่ ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งทรงประทานไว้ในปี 2563 นั่นคือ...รักเอยรักลูก-แม่จึงปลูกคุณธรรมให้รักษา-รดความรักพรวนความดีมีเมตตา-ลูกเติบใหญ่แทนคุณค่าของแผ่นดิน เอาไว้ ณ ที่นี้...

                                -------------------------------------------------------------


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'