‘จุติ ไกรฤกษณ์’ รมว.พม. ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่ จ.พิษณุโลก เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและผู้ที่เดือดร้อนตามนโยบายรัฐบาล


เพิ่มเพื่อน    

 

พิษณุโลก / ระหว่างวันที่ 25 – 26 กรกฎาคมนี้  นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม. ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนประชาชนที่จังหวัดพิษณุโลก  เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนและผู้ที่เดือดร้อนตามนโยบายรัฐบาล  โดยให้กำลังใจและมอบความช่วยเหลือแก่ครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19  เด็กนักเรียนครอบครัวยากจน  ผู้พิการ  ผู้สูงอายุ  ผู้เดือดร้อนจากปัญหาสังคม  มอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชน 25 กองทุน  และมอบบ้านพอเพียงให้แก่ครอบครัวผู้เดือดร้อน  5 ครอบครัว

 

โดยเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม  เวลา 13.00 น.  นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง พม.  และนายสมชาติ  ภาระ สุวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ลงพื้นที่เยี่ยมชมกิจกรรมอบรมการฝึกอาชีพ “อาชีพใหม่ ชีวิตใหม่ หลังโควิด-19”  ที่ตำบลบ้านน้อยซุ้มขี้เหล็ก  อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

 

รมว.พม. (ขวา)

 

จากนั้น รมว.พม.ได้นำคณะเดินทางไปยังองค์การบริหารส่วนตำบลชมพู  อำเภอเนินมะปราง เพื่อเยี่ยมชม “โครงการ พม. ออกหน่วยเคลื่อนที่บริการทางสังคม” และการบริการหน่วยเคลื่อนที่ One Stop Service สำหรับคนพิการ  มอบเงินสงเคราะห์เด็กในครอบครัวยากจน  จำนวน 50 ราย  ผู้สูงอายุในภาวะยากลำบาก จำนวน 20 ราย  เงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ  จำนวน 50 ราย  ผู้ประสบปัญหาทางสังคม  จำนวน 100 ราย  พร้อมทั้งมอบเงินสนับสนุนกองทุนสวัสดิการชุมชนปี 2563  ในจังหวัดพิษณุโลก จำนวน  25 กองทุน  รวมเป็นเงิน 5,480,918 บาท

 

ส่วนในวันนี้ (26 กรกฎาคม) เวลา 09.00 น.  นายจุติ  ไกรฤกษ์ รมว.พม.  นำคณะผู้บริหารกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ลงพื้นที่ตำบลท่าหมื่นราม  อำเภอวังทอง  จังหวัดพิษณุโลก  เพื่อพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน  และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเป้าหมายที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคม โดยได้มอบบ้านพอเพียงชนบทจำนวน 5 หลัง สำหรับครอบครัวที่มีฐานะยากจนและประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัย   มีสภาพที่อยู่อาศัยไม่มั่นคงแข็งแรง โดยได้รับเงินสนับสนุนจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช. เพื่อซ่อมแซมบ้านหลังละ 18,000 บาท

 

รมว.พม.มอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ผู้นำชุมชน 

 

นอกจากนี้ยังมอบเงินปรับปรุงสภาพบ้านผู้สูงอายุจากกรมกิจการผู้สูงอายุ (ผส.) และเงินช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในกรณีฉุกเฉินจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก (พมจ.พิษณุโลก)  พร้อมทั้งมอบพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว   ถุงยังชีพ  และเมล็ดพันธุ์ต้นกล้าผักสวนครัวให้กับผู้นำชุมชน 14 หมู่บ้าน  เพื่อนำไปปลูกไว้รับประทานในชุมชนตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

 

นายจุติ  ไกรฤกษ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  กล่าวว่า  เรื่องบ้านทางกระทรวง พม.อยากจะช่วยทุกคน   แต่ก็มีกฎกติกาของชุมชนที่ต้องลงความเห็น  เพื่อช่วยเหลือบ้านที่ลำบากที่สุด ก่อนตามลำดับ   ซึ่งโครงการนี้เป็นโครงการที่รัฐบาลได้เล็งเห็นความลำบากของพี่น้องประชาชน   โดยในขณะนี้รัฐบาลได้ไปกู้เงินเพื่อมาดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่มีรายได้น้อยกว่า 50 ล้านคน   เพื่อให้เงินถึงชุมชนให้มากที่สุด

 

 รมว.พม.ร่วมปลูกผักสวนครัว

 

“วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์   พาอธิบดีแต่ละกรมมาเพื่อมารับฟังปัญหาของพี่น้องในทุกๆ  ด้าน   เช่น  อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ  ดูแลคนยากไร้  คนไร้ที่พึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ  อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ  ดูแลผู้สูงอายุทั้งประเทศ   อธิบดีกรมกิจการเด็กและเยาวชน   ดูแลเด็กและเยาวชนทั่วประเทศ   อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ  ดูแลคนพิการทั่วประเทศกว่า 3 ล้านคน   และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน  นายสมชาติ   ภาระสุวรรณ   ดูแลเรื่องบ้านทั้งหลายทั่วประเทศ   วันนี้เราก็มามอบบ้านพอเพียง 5 หลัง  เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้พี่น้อง   ตามเป้าหมายของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และตามนโยบายของรัฐบาล”  รมว.พม.กล่าว

 

คุณยายวิไล  ศรีบุญตา  

 

คุณยายวิไล  ศรีบุญตา  อายุ 77 ปี  บอกว่า  ดีใจที่ได้รับการซ่อมแซมบ้าน  เพราะว่าบ้านเก่าผุพังมาก  โดนมอดกิน  ตัวเองก็ไม่มีปัญญาจะซ่อม  ปกติทำอาชีพรับจ้างทั่วไป   มีรายได้จากการเก็บมะม่วง  ห่อมะม่วง  วันละ 60-80 บาท  อยู่กับหลาน 2 คน  ปกติก็มีเงินแค่พอกินไปวันต่อวัน  

“ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เข้ามาช่วยเหลือตรงนี้  รู้สึกดีใจและปลื้มใจจนนอนไม่หลับ  ไม่เคยคิดว่าตนเองจะได้รับโอกาสแบบนี้” คุณยายวิไลบอกความรู้สึก

 

ป้าวาสนา ใจจันทร์

 

ป้าวาสนา ใจจันทร์ อายุ 57 ปี  บอกว่า  ตนเองมีอาชีพขายหมูปิ้ง  มีรายได้วันละ 300 -400 บาท  หารายได้คนเดียว  ต้องส่งลูกเรียน 2 คน  อายุ 18 ปี และ 15  ปี  ต้องกู้ยืมเงิน กยศ. เป็นค่าเรียน  ทำให้มีรายจ่ายเยอะ

 

เมื่อก่อนข้างบ้านพื้นจะเป็นดินทั้งหมด   เวลาฝนตก  น้ำจะไหลเข้าบ้าน  ต้องคอยวิดน้ำไม่ให้เข้าบ้าน  ไม่ได้หลับไม่ได้นอน  ดีใจที่มีหน่วยงานมาช่วย  มาเทปูน  มาทำกำแพงให้  เพราะเราไม่มีเงินจะทำ  รู้สึกดีใจที่หน่วยงานเข้ามาซ่อมแซมบ้านให้ จะไม่ลืมบุญคุณเลย”  ป้าวาสนาบอก

 

 


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์