รัฐบาลฝรั่งเศสเตรียมริบเครื่องราชฯ 'บาชาร์ อัลอัสซาด'


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสอ้างเหตุผลสวยหรูว่าการรุมโจมตีซีเรียของฝรั่งเศส, สหรัฐและอังกฤษ ทำเพื่อปกป้อง "เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ" และเตรียมถอดเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดที่เคยมอบให้ "บาชาร์ อัลอัสซาด" ขณะรัฐบาลของเขาอ้างมี "ความเป็นไปได้สูง" ที่หลักฐานการใช้อาวุธเคมีจะปลาสนาการจากเมืองดูมา

ประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง กล่าวต่อรัฐสภายุโรป เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2561/ AFP

    กระทรวงการต่างประเทศของฝรั่งเศสแถลงเมื่อวันอังคารที่ 17 เมษายน 2561 กล่าวหารัสเซียและซีเรียว่า ปฏิเสธไม่ให้คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การห้ามอาวุธเคมี (โอพีซีดับเบิลยู) ลงพื้นที่เมืองดูมาชานกรุงดามัสกัส เพื่อตรวจพิสูจน์ว่ามีการใช้อาวุธเคมีโจมตีพื้นที่ที่เคยอยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายกบฏ เมื่อวันที่ 7 เมษายน หรือไม่

    "มีความเป็นไปได้สูงว่า หลักฐานและองค์ประกอบที่สำคัญจะสูญหายไปจากสถานที่นั้น ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพรัสเซียและซีเรียอย่างสมบูรณ์" สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างคำแถลงของฝรั่งเศส

    รัสเซียปฏิเสธว่าตนไม่ได้พยายามขัดขวางการสืบสวน และว่าคณะผู้ตรวจสอบซึ่งเดินทางถึงกรุงดามัสกัสเมื่อวันเสาร์ มีกำหนดเยือนเมืองดูมาในวันพุธ

    คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศฝรั่งเศสกล่าวด้วยว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ซีเรียต้องอนุญาตตามคำร้องขอของโอพีซีดับเบิลยูอย่างเต็มที่ทันทีโดยไม่มีอุปสรรค ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับการลงพื้นที่ การสัมภาษณ์ผู้คน หรือเอกสารสำหรับการค้นหาข้อมูล

    ก่อนหน้าคำเตือนของฝรั่งเศส เคน วอร์ด ทูตสหรัฐประจำโอพีซีดับเบิลยู ก็แสดงความหวั่นเกรงเช่นกันว่ารัสเซียอาจเปลี่ยนแปลงทำลายหลักฐานในที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว แต่เซอร์เกย์ ลัฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียปฏิเสธกับบีบีซีว่า รัสเซียไม่เข้าไปยุ่งเหยิงกับสถานที่นั้นแน่นอน

    ฝรั่งเศสและอังกฤษ ร่วมมือกับสหรัฐเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อซีเรียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยยิงมิสไซล์มากกว่า 100 ลูกถล่มเป้าหมาย 3 แห่ง ที่พวกเขาอ้างว่าเกี่ยวข้องกับอาวุธเคมี เมื่อวันอังคาร ประธานาธิบดีมาครงได้ขึ้นกล่าวต่อที่ประชุมรัฐสภายุโรปที่เมืองสตราสบูร์ก และได้แก้ต่างให้ปฏิบัติการนี้ว่ามีเป้าหมายเพื่อปกป้อง "เกียรติของประชาคมระหว่างประเทศ" ต่อพฤติกรรมของซีเรียที่ต้องสงสัยว่าละเมิดอนุสัญญาห้ามอาวุธเคมีแห่งองค์การสหประชาชาติ

    ก่อนหน้านั้นเมื่อคืนวันจันทร์ สำนักงานของมาครงเปิดเผยว่า รัฐบาลฝรั่งเศสกำลังเตรียมกระบวนถอดถอนเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์ชั้นสูงสุด ที่ฝรั่งเศสเคยมอบให้กับประธานาธิบดีอัสซาดของซีเรียเมื่อปี 2544

แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก (ขวา) จับมือกับประธานาธิบดีบาชาร์ อัลอัสซาด ที่มาเยือนกรุงปารีส  เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2544 / AFP

    ประธานาธิบดีฌากส์ ชีรัก ของฝรั่งเศสขณะนั้น มอบเครื่องราชอิสริยาภรณ์เลฌียงดอเนอร์กร็อง-ครัว หรือชั้นนักบุญมหากางเขนซึ่งเป็นชั้นประถมาภรณ์ ให้แก่อัสซาด ไม่นานภายหลังอัสซาดขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากฮาเฟซ อัลอัสซาด บิดาของเขา

    มีเพียงประธานาธิบดีฝรั่งเศสซึ่งดำรงตำแหน่งสูงสุดของกองพลเกียรติยศนี้เท่านั้น ที่สามารถตัดสินใจถอดถอนเกียรติยศที่เคยมอบให้แก่ชาวต่างชาติได้ แต่ละปีมีผู้ได้รับมอบเครื่องราชฯ ประมาณ 3,000 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติ 400 รายที่ได้รับการยอมรับว่าได้สร้างคุณูปการต่อฝรั่งเศส หรือปกป้องสิทธิมนุษยชน, เสรีภาพสื่อมวลชน หรือสร้างประโยชน์ด้านอื่นๆ

    อัสซาดถูกกล่าวหาว่าใช้อาวุธเคมีโจมตีประชาชนของตนเองหลายครั้งในช่วงสงครามกลางเมืองยาวนาน 7 ปี ชาติมหาอำนาจตะวันตกรังเกียจเดียดฉันท์เขา แต่อัสซาดยังได้รับการอุ้มชูจากประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ที่เข้าแทรกแซงทางทหารจนช่วยให้อัสซาดสามารถกำราบพวกกบฏลงได้ ปูตินก็ได้รับมอบเครื่องราชย์ชั้นเดียวกันนี้จากชีรัก เมื่อปี 2549

    อัสซาดไม่ใช่ชาวต่างชาติคนแรกที่มาครงริบเครื่องราชฯ ชั้นสูงสุดนี้ ก่อนหน้านี้ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน นักสร้างภาพยนตร์ผู้ทรงอิทธิพลของฮอลลีวูด ก็ถูกถอดเกียรติยศนี้ภายหลังผู้หญิงหลายคนกล่าวหาเขาว่าคุกคามทางเพศและข่มขืน.