จับตางานค้างท่อพลังงาน รัฐมนตรีคนใหม่รื้อหรือสานต่อ


เพิ่มเพื่อน    

        จากเหตุการณ์ที่ 4 รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของรัฐบาลลาออกจากหน้าที่ พร้อมกับลาออกจากพรรคพลังประชารัฐ ซึ่งนำทีมโดย นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 

         ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการประกาศลาออกของทั้ง 4 รัฐมนตรี เป็นช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 อย่างหนักในประเทศ และเกิดผลกระทบมากมาย ทั้งคนตกงาน ขาดรายได้ รวมทั้งธุรกิจต่างๆ โดนผลกระทบมากมายเป็นห่วงโซ่ แม้กระทรวงพลังงานจะมีนโยบายออกมา แต่ก็ต้องถูกพับแผนไปก่อน และต้องหันมาลุยกับนโยบายที่จะช่วยเยียวยาผลกระทบดังกล่าวที่เกิดขึ้นก่อน

        แต่ก็ต้องยอมรับว่า มาตรการต่างๆ ของกระทรวงพลังงานช่วงแรกๆ นั้นได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างค่อนข้างทั่วถึง และตอบโจทย์กับความต้องการที่ประชาชนกำลังประสบปัญหาอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคืนเงินประกันค่ามิเตอร์ไฟฟ้า, มาตรการสนับสนุนงบประมาณ จากกองทุนพัฒนาพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศผ่านโครงการ 

        รวมถึงการเห็นชอบให้ทั้ง 3 การไฟฟ้า ลดอัตราค่าบริการไฟฟ้าลงอีก 3% ให้กับผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท และมาตรการสำหรับผู้ใช้ไฟประเภท ขึ้นต้นด้วย 111 ใช้ไฟฟ้าฟรี 3 เดือน ส่วนประเภทขึ้นต้นด้วย 112 และ 12 ใช้หน่วยการใช้ไฟฟ้าตามใบแจ้งค่าไฟฟ้าประจำเดือน ก.พ. เป็นหน่วยเดือนฐานสำหรับคิดค่าไฟ ขณะในภาคส่วนของเอกชนได้ขยายระยะเวลาการผ่อนผันการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าขั้นต่ำ 70% (ดีมานด์ ชาร์จ) แก่ผู้ประกอบการประเภทที่ 3-7 โดยกำหนดช่วงเวลาสนับสนุน 3 เดือน ตั้งแต่ เม.ย.-มิ.ย.2563 

        ส่วนด้านการลดรายจ่ายแก่ประชาชน เช่น ลดค่าไฟฟ้าครัวเรือนและภาคธุรกิจด้วยการบริหารจัดการเพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้าจากการนำเข้าแอลเอ็นจีตลาดจร, การตรึงราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ถึง ก.ย.63 และจะพิจารณาขยายไปถึง ธ.ค.63, ช่วยเหลือส่วนต่างราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับรถยนต์ (เอ็นจีวี) สำหรับรถสาธารณะ และลดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นลง 50 สต.ต่อลิตร

        แต่เมื่อสถานการณ์นั้นใกล้จบลงไป ผลกระทบของโควิด-19 นั้นได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ในประเทศไทยเองการแพร่เชื้อนั้นลดลงเรื่อยๆ และกลายมาเป็นศูนย์อยู่สักระยะหนึ่ง กิจกรรมทางสังคมก็เริ่มกลับมากขึ้น แต่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจนั้นยังกลับมาไม่เต็มที่ พร้อมกับนโยบายที่เข้าไปช่วยเหลือก็เริ่มหมดอายุ จึงทำให้ประชาชนและผู้ทำธุรกิจยังวิตกกังวล ด้วยจากสถานการณ์ของต่างประเทศนั้นยังคงรุนแรง การดำเนินธุรกิจที่จำเป็นต้องการข้ามแดนนั้นยังได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากเหตุการณ์เดิมรวมกับความกังวลในปัจจุบันทำให้เศรษฐกิจของไทยนั้นล้มระเนระนาด รัฐบาลเองก็ยังต้องเดินหน้าที่จะสนับสนุนกันอย่างต่อเนื่อง 

        ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากที่รัฐบาลจะต้องออกมาตรการผ่านทุกกระทรวง ทุกกรม เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นตัวเลขเศรษฐกิจและเยียวยาสังคมให้มากที่สุด หลังจากได้รับผลกระทบมาอย่างหนัก ในส่วนของพลังงานเองก็ได้เสนอโครงการไปหลายอย่าง ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ต้องอาศัยการลงทุนของภาครัฐและภาคเอกชนที่ยังพอมีกำลัง เพื่อที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปข้างหน้า

        โดยได้รวบรวมอยู่ในนโยบายพลังงานสร้างไทย เป็นการเตรียมแผนงานด้านพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพและสร้างรายได้ให้กับประชาชนหลังสถานการณ์เชื้อโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย ซึ่งมีสาระสำคัญที่จะดำเนินการ 3 ด้าน ในช่วงปี 2563-2565 คิดเป็นวงเงินลงทุนด้านพลังงานกว่า 1.1 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนในปี 63 วงเงิน 200,000 ล้านบาท, ปี 64 วงเงิน 457,000 ล้านบาท และปี 2565 วงเงิน 450,000 ล้านบาท 

       ไม่ว่าจะเป็นเปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ เริ่มดำเนินการศูนย์กลางก๊าซธรรมชาติ (แอลเอ็นจี ฮับ) และเริ่มการลงทุนพัฒนากริด โมเดิร์นไนเซชั่น และศึกษาความเป็นไปได้ของการเชื่อมโยงกริดกับประเทศเพื่อนบ้าน การรื้อถอนแท่นปิโตรเลียม และเร่งคลังเก็บแอลเอ็นจี รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ที่คาดว่าจะเกิดการลงทุนและสร้างรายได้กว่า 2,000 ล้านบาท เกิดการจ้างงานกว่า 10,000 คน เมื่อครบเป้าหมาย 700 เมกะวัตต์

        แต่ปัจจุบันนั้นเมื่อไม่มีคนคุมบังเหียน การดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของกระทรวงก็อาจจะสะดุดไป ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการพลังงานคนใหม่ ซึ่งถ้าไม่ผิดโผก็จะได้เห็น "สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาวน์" นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงาน คนที่ 14 ต่อจากนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ที่ได้ลาออกจากกระแสกดดันในเกมการเมือง และคงต้องมาลุ้นกันต่อว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะเดินหน้าสานต่อหรือรื้อโครงการต่างๆ เหล่านี้ทิ้งแล้วตั้งโครงการใหม่ๆ ขึ้นมาแทน

        ไม่ว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าชุมชน ที่ผ่านมานายสนธิรัตน์ได้พยายามผลักดันให้บรรจุไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศ ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 1 หรือ PDP 2018 rev1 ด้วยการทบทวนประเภทเชื้อเพลิงพลังงานหมุนเวียน ลดสัดส่วนพลังงานแสงอาทิตย์แล้วบรรจุเพิ่มโรงไฟฟ้าชุมชนกำลังการผลิต 1,933 เมกะวัตต์ (ปี 2563-67) โดยจะทยอยเข้าระบบล็อตแรกปี 2564-65 จำนวน 700 เมกะวัตต์ (แบ่งเป็นประเภทควิกวิน 100 เมกะวัตต์ ทั่วไป 600 เมกะวัตต์) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก 

        แม้ว่าได้รับความสนใจอย่างมา แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก เนื่องจากติดที่ร่างพีดีพีใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี และยิ่งเกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มว่าจะต้องมีการทบทวนแผนพีดีพีกันใหม่อีกรอบ

        โครงการส่งเสริมการใช้น้ำมันไบโอดีเซล (B100) ซึ่งเมื่อวันที่ 1 ม.ค.63 ที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดให้ดีเซล B10 (ดีเซลผสมบี 100 สัดส่วน 10%) เป็นน้ำมันพื้นฐานได้สำเร็จ และยังมีดีเซล B7 และ B20 เป็นน้ำมันทางเลือก เพื่อยกระดับราคาปาล์มให้แก่เกษตรกรและพยุงราคาปาล์มที่ตกต่ำ และยังมีแผนที่จะยกระดับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นน้ำมันพื้นฐานกลุ่มเบนซิน และจะยกเลิกแก๊สโซฮอล์ 91 แต่การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ต้องเลื่อนออกไป

        ยังมีแผนของการเปิดประมูลสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ ครั้งที่ 23 ในพื้นที่แหล่งปิโตรเลียม จำนวน 3 แปลง บริเวณอ่าวไทย รวมพื้นที่กว่า 34,873 ตารางกิโลเมตร ถูกเลื่อนมาจากเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และยังมีเรื่องการปรับโครงสร้างกิจการก๊าซธรรมชาติเพื่อไปสู่เสรีและหนุนให้ไทยก้าวสู่ศูนย์กลางภูมิภาค (Hub) ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการนำร่องให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เข้ามาเป็นผู้จัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) หรือ Shipper เพื่อป้อนโรงไฟฟ้าให้ กฟผ.เองไปแล้ว

        นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการปรับเกณฑ์โซลาร์ภาคประชาชน จะเดินหน้าต่อหรือหยุดไว้ ยังไม่รวมถึงกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ขณะนี้มีโครงการที่ยื่นของบในปี 2563 และอยู่ระหว่างการคัดกรองกว่า 5,100 โครงการที่รอการพิจารณา.


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.