บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 ต้องบอกว่ายามนี้หากจับยามสามตาดูดวงดาวพร้อมคำนวณ 64 ฉักลักษณ์ตามคัมภีร์อี้จิง บอกได้คำเดียว เพลานี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้บังเหียนของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนตุลาคมนี้ มีสีสันมากขึ้น แต่คงไม่ถึงขั้นสั่นคลอนเก้าอี้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายในตำแหน่ง พิทักษ์ 1 แน่นอน ...๐

ที่บอกว่า สตช. ยามนี้เข้าสู่ช่วง พุธทับลัคน์ หรืออาจถึงขั้น ราหูทับลัคน์ นั้น ก็เพราะมีแต่เรื่องโหมกระหน่ำสั่นคลอน เพราะความวัวว่าด้วยคดี วรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส เรดบูล ยังไม่ทันจืดจางดี ก็ดันมีกรณี บ่อนเฮียตี้ พระราม 3 ที่จนป่านนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่า เฮียตี้ ชื่อเสียงเรียงนามอะไร มาซ้ำเติมความน่าเชื่อถือของบรรดา หมาต๋า เข้าไปอีก ยิ่งกว่าการราดน้ำเกลือลงบนแผลสดที่ทำให้ต้องดิ้นกันไม่ถูกทีเดียว ...๐

ในขณะที่มี กระสาย เล็กๆ อย่าง กรณี พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา สำรองราชการ ตร. มาเป็นน้ำจิ้มประกอบ  แต่ก็อาจกลายเป็นกระแสขึ้นมาได้ เพราะเริ่มมีตัวละครดังกล่าวเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือจาก ศรีสุวรรณ จรรยา ที่ไปร้องแล้ว ก็มี วัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่โดดมาร่วมวงศึกวันทรงชัยของ แป๊ะ ศิษย์ลุงตู่ VS ต้อย สนิทโจ๊ก กับเขาด้วย ...๐

  คดีบอส เรดบูล ต้องเรียกว่ายังเป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ อยู่ต่อเนื่อง แม้ล่าสุด อัยการ จะตั้งโต๊ะแถลงผลสอบไปแล้ว แต่ก็เหมือนกับการ ขว้างงูไม่พ้นคอ นั่นแล แม้จะพยายามโบ้ยและโยนบาปส่วนใหญ่ไปให้ฝ่าย ตำรวจ ที่เป็นต้นธารกระบวนการยุติธรรมแล้วก็ตามที แต่ก็มีหลายเรื่องที่ต้องบอกว่า อัยการ ไม่สามารถไขความกระจ่างให้สังคมได้ แม้จะมีการแก้เกี้ยวยกเอาเรื่อง ความเร็วรถ-โคเคน มาสร้างภาพว่าจะมีการรื้อฟื้นคดีเพราะเป็นหลักฐานใหม่ แต่ในบรรดากูรู กูรู้ทางกฎหมาย ต่างฟันธงกันฉับๆ ว่า ไม่ใช่ หลักฐานใหม่แต่ประการใดเลย ...๐

นี่ต้องปรบมือให้ รสนา โตสิตระกูล อดีต ส.ว.กันเลยทีเดียว เพราะจากการเปิดเผยของ วิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายกรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชนระบุว่า ตอนแรกเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะไปถอนหมายจับ แต่ รสนา ได้นำกลุ่มมวลชนไปยื่นต่อศาลคัดค้านเรื่องดังกล่าว ซึ่งศาลก็รับพิจารณา รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมยังได้ไปเกลี้ยกล่อมตำรวจ ซึ่งสุดท้ายก็ได้ถอนคำร้องไป งานนี้เราจึงไม่เห็นเงาของ บอส เรดบูล ผ่านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเข้าประเทศไทย แม้จะมีคำสั่งถึงที่สุดของอัยการสูงสุดไม่ฟ้องคดีก็ตาม เพราะยังมีหมายจับคาอยู่ หากกล้าเข้ามาก็ต้องถูกรวบเข้าซังเตแน่นอน ...๐

หันมาเรื่อง ระอุ ตามมาติดๆ อย่างการแก้รัฐธรรมนูญกันบ้าง เพราะหลังตีปี๊บในการแก้ไขมาตรา 256 เป็นด้านหลักจากผลการศึกษาของ กมธ.วิสามัญแก้ไขรัฐธรรมนูญที่มี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธาน ได้ตีฆ้องมาตั้งแต่ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะล่าสุด อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า ก็ได้จุดไฟกองใหม่ว่าต้องแก้มาตรา 272 ด้วย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าไฟกองนี้จะลุกโชติช่วงเหมือนกองไฟ 256 ที่มีเสียงเห็นด้วยทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านหรือไม่ ...๐

แล้วก็มาถึงเรื่อง พุธทับลัคน์ ของจริง เมื่อในพิธีวันพระราชทานกำเนิดโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ครบรอบ 133 ปี ที่ จ.นครนายก พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) หรือบิ๊กแดง ซึ่งได้เดินตรวจการแต่งกายชุดพระราชทานของนักเรียน จปร. ชั้นปีที่ 4 และ 5 ที่ตั้งแถวรอรับด้านหน้ากองบัญชาการนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และพูดคุยกับนักเรียนตอนหนึ่งว่า โรคโควิด-19 นี้เป็นแล้วหาย แต่ที่เป็นแล้วไม่หายคือโรคชังชาติ เกลียดชาติบ้านเมืองตัวเอง นี่เป็นไม่หาย เพราะว่ามีการเหน็บแนมประเทศตัวเอง ก็เล่นเอาวงการแตกฮือ ดิ้นพล่านยิ่งกว่าไส้เดือนถูกน้ำร้อนลวกเสียอีก ...๐

โดย ดาหน้าที่ออกมาตอบโต้ บิ๊กแดง ก็อย่างที่รู้ไม่ต้องเดาคือพลพรรคก้าวไกล นำโดย รังสิมันต์ โรม, ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ รวมถึง ทัตเทพ เรืองประไพกิจเสรี หรือ ฟอร์ด จากกลุ่มเยาวชนปลดแอก ที่ต่างคนต่างบอกว่าไม่ใช่เนื้อเดียวกัน แต่พฤติกรรมกลับสอดรับกันอย่างยิ่ง และที่มึนงงสงสัยหนักขึ้นไปอีกก็คือ ทำไม คนก้าวไกล ต้องเป็นเดือดเป็นแค้นด้วย เพราะสิ่งที่ บิ๊กแดง พูดนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง  เพราะคนที่ด่าชาติเกลียดบ้านเมืองที่อาศัยเกิด อาศัยทำมาหากินเอาประโยชน์เข้าตัวแล้ว กลับมากินบนเรือนขี้บนหลังคา ไม่ต่างจากคนขายชาติแต่ประการใด การที่ บิ๊กแดง ตำหนิติติงก็เป็นเรื่องถูกต้องมิใช่หรือไร ...๐

 

...ท.ศักดิ์


วิบากกรรม...."หมอเหวง" เพิ่งฝ่าสายฝนออกจากคุก ได้ ๒ วัน วานนี้กระเตง "ป้าธิดา" ไปเป็นเพื่อน ขึ้นศาลสืบพยานคดีชุมนุมปี ๒๕๕๒ สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ ๑๑ ปีแล้วซินะ ยังวนเวียนอยู่กับคุก 

ใครจะพาประเทศลงเหว!
'ช่อ' ไม่เคยเปลี่ยน
โซเชียลมีเดีย 'อำนาจโลก'
'วาทะนายกฯ ที่ต้องบันทึก'
'มึงเขียน-กูล้ม' ไม่เชื่อลอง!
'ธนาธร-ปิยบุตร' ออกศึก