ความสุขที่เลือกได้


เพิ่มเพื่อน    

                                                           (1)

                เห็นข่าว ซุบๆ ซิบๆ ในเว็บไซต์ โพสต์ ทูเดย์ เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา...ว่าช่วงระหว่างที่กำลังมีการปรับคณะรัฐมนตรี กำลังเอาใครเข้า-ใครออก จัดวางใครต่อใครเอาไว้ในช่องไหน เก้าอี้ไหน มีใครก็ไม่รู้? ดันไปเห็นท่านอดีตรองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ อย่าง เฮียกวง-สมคิด กำลัง ลั้นลา อยู่แถวๆ จังหวัดภูเก็ต หรือกำลังสูดดมกลิ่นอันสดชื่น ของท้องทะเลอันดามัน อย่างชนิดชื่นชมสมอุรา ชื่นตาฟ้าเบิกบาน มิใช่น้อย...

                                                      (2)

                เห็นว่า...ถึงขั้นสวมหมวก ใส่แว่นตาดำ ขึ้นขับขี่รถสามล้อ ให้หลานชายหัวแก้ว หัวแหวน ผู้มีนามกรว่า ตี๋น้อย นั่งชมหาด ชมเมือง อย่างเพลิดเพลิน เจริญใจ ไม่ต้องเสียเวลากุมขมับ กุมศีรษะอันเต็มไปด้วยเส้นผมอันขาวโพลน เพื่อขบคิดแก้ปัญหาการเงิน การทอง การเศรษฐกิจ การกระตุ้น อัดฉีด การเยียวยาผู้คนที่กำลังเดือดร้อน ผู้ที่ตกงาน ว่างงาน กันเป็นล้านๆ ฯลฯ เนื่องมาจากบรรดาความหนักหนา สาหัส ทั้งหลาย ที่อุบัติขึ้นมา และกำลังทยอยตามมาเป็นระลอกใหญ่ๆ อีกไม่รู้กี่ต่อกี่ระลอกย่อมต้องเปลี่ยนไปเป็น ภาระ และ ความรับผิดชอบ ของผู้ซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ รายใหม่ โดยเฉพาะผู้รับผิดชอบสูงสุดอย่างหัวหน้าคณะรัฐบาล หรือนายกรัฐมนตรี โดยตัวเองไม่จำเป็นต้องเข้าไปแบก ไปหาม อีกต่อไป...

                                                   (3)

                อันนี้...เลยอาจต้องถือเป็น ความสุข อีกชนิดหนึ่ง อย่างมิอาจปฏิเสธได้ แม้จะเป็นความสุขที่ผิดแผก แตกต่าง ไปคนละแบบ กับการที่ได้มีฐานะ ตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี หรือเป็นนายกรัฐมนตรี อันเต็มไปด้วยผู้คนที่พร้อมเข้ามาแห่แหน สรรเสริญ เยินยอ พร้อมจะดมโน่น ดมนี่ หรืออาจถึงขั้นแหกทวารดม เพื่อสูดกลิ่นมาดามหอมชื่นใจ ด้วยความสมัครใจ และความยินยอมพร้อมใจ ที่ทำให้ใครต่อใครเป็นจำนวนไม่น้อย เกิดอาการ ออกัสซั่ม ไปเป็นรายๆ จนถือเป็น ความสุข ในอีกรูป อีกแบบ ทั้งๆ ที่อาจต้องแบกรับ ความทุกข์ ควบคู่กันไปเป็นจำนวนไม่น้อย เผลอๆ...อาจทุกข์ถึงขั้นกินไม่ได้-นอนไม่หลับ ต้องติดคุก ติดตะราง หรือถึงขั้น ไม่มีแผ่นดินอยู่ เอาเลยก็มี...

                                                    (4)

                แต่ก็นั่นแหละ...ในระหว่าง ความสุขชนิดหนึ่ง กับ ความสุขอีกชนิดหนึ่ง ที่ค่อนข้างผิดแผก แตกต่าง กันไปแบบคนละเรื่อง คนละม้วน ก็ขึ้นอยู่กับ ตัวตน ของใครต่อใคร ที่จะต้องหาทาง ชั่งน้ำหนัก กันเอาเอง ว่าอะไรสุขกว่า-ไม่สุขกว่า อะไรที่จะเป็นตัวนำไปสู่ความเร่าร้อน ตึงเครียด ความโกรธ เกลียด เคียดแค้น อาฆาตพยาบาท ริษยาและชิงชัง ที่มักก่อให้เกิดความมืดมิดในทางอารมณ์และความรู้สึก อะไรที่จะเป็นตัวนำไปสู่ความสว่าง สะอาด ความสงบเย็น ที่อาจช่วยให้เกิดความรัก ความเมตตา กรุณาปรานี ต่อผู้อื่นได้แบบจริงๆ-จังๆ ทั้งหลาย ทั้งปวง เหล่านี้ ก็ขึ้นอยู่กับ การเลือก ของผู้ที่เกิดและเติบโตขึ้นมาจนพอได้เริ่มสำนึกถึงความมี ตัวตน ของตนขึ้นมาแล้วนั่นเอง...

                                                      (5)

                แต่ก็อย่างว่า...ดูเหมือนว่าบรรดาผู้ที่มี ตัวตน ทั้งหลาย ยิ่งโดยเฉพาะประเภทที่ยึดมั่น ถือมั่น กับความเป็น ตัวตนของตน หรือยึดมั่นใน อัตตา จนกลายเป็น อหังการ-มมังการ หรือเป็นความถือตัว ถือว่าเป็นตัวเรา ของเรา ตัวกู ของกู อะไรประมาณนั้นมักจะเกิด ความสุข ในการเลือกอย่างหลังซะมากกว่า คือเลือกที่จะเข้าไปมีตำแหน่ง ฐานะ เป็นโน่น เป็นนี่ เป็นรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี หรือแม้กระทั่งผู้ช่วยรัฐมนตรีก็ยังดี จนเกิดการดิ้นรน ยื้อแย่ง แข่งขัน การประหัตประหาร การก่ออาชญากรรม ฯลฯ ต่อผู้อื่น ไม่ว่ามากบ้าง-น้อยบ้าง กันไปตามสภาพ...

                                                       (6)

                แม้ว่าการดิ้นรน ยื้อแย่ง แข่งขัน เพื่อให้ได้มาซึ่ง ความสุข ในลักษณะที่ว่า อาจหนีไม่พ้นต้องแบกรับ ความทุกข์ ที่กำลังทยอยตามมา ในระดับไม่ต่างอะไรไปจาก ตกนรก เอาเลยก็ไม่แน่!!! แต่ก็นั่นแหละ...อย่างที่ ภาษิตจีน หรือ Chinese proverb เขาได้ประดิษฐ์ คิดค้น เป็นคำพูด คำจา เป็น “วาทะ” เอาไว้นับเป็นพันๆ ปีแล้วว่า...There is a wide avenue to Heaven, but few people walk on it; there is no door to Hell, but many choose to bore a hole in order to get in.” หรือ “ทางไปสวรรค์นั้นกว้าง...แต่ไม่ค่อยมีผู้สนใจจะเดิน นรกไม่มีประตู...แต่ผู้คนจำนวนมาก ยังพยายามเจาะช่องเพื่อที่จะมุดเข้าไปให้ได้...อะไรทำนองนั้น...

                                                      (7)

                ด้วยเหตุนี้ก็เอาเป็นว่า...ไม่ว่า คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของท่านนายกฯ บิ๊กตู่ จะก่อให้เกิดความซู้ดๆ ซ้าดๆ ซี้ดๆ ซ้าดๆ หรือก่อให้เกิดความซึมเซา ซึมกระทือ สำหรับใครต่อใครหรือไม่ อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ก็คือ...ผู้ที่พ้นไปจากภาระและความรับผิดชอบในฐานะรองนายกรัฐมนตรีเศรษฐกิจ อย่าง เฮียกวง-สมคิด ทุกวันนี้...น่าจะพอได้รับความสุขมิใช่น้อย จากการ ลั้นลา อยู่กับหลานชายหัวแก้ว หัวแหวน อย่าง ตี๋น้อย จนเป็นอะไรที่น่าอิจฉาอยู่ตามสมควร...

                             ----------------------------------------------------------------


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"