สภาฯถกแนวทางปรองดอง 'เทพไท' ชงเปรี้ยงนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดมาตรา 112


เพิ่มเพื่อน    

13 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 13.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฏร ที่มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม มีวาระพิจารณารายงาน เรื่อง แนวทางการสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกฏหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ที่มีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกมธ. พิจารณาเสร็จแล้ว อย่างไรก็ตาม ส.ส.ได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า รายงานเล่มนี้แทบไม่มีประโยชน์ ตราบใดที่ฝ่ายบริหาร กองทัพ ยังไม่เข้าใจต้นเหตุปัญหา แบ่งประชาชนเป็นคนชังชาติกับคนรักชาติ โดยเฉพาะผบ.ทบ.ควรทบทวนตัวเอง เรื่องวุฒิภาวะที่พูดเหน็บแนมประชาชน สะท้อนจิตสำนึกที่ต้องปรับปรุง ผู้มีอำนาจควรหยุดยัดเยียดความเกลียดชังให้เกิดความแตกแยกไปมากกว่านี้

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อภิปรายว่า ไม่สามารถรับรายงานฉบับนี้ได้ เพราะเนื้อหามีแต่วาทกรรม ทั้งในส่วนข้อเสนอให้แก้รัฐธรรมนูญที่ระบุเป็นการสืบทอดอำนาจ ทั้งที่การแก้รัฐธรรมนูญเป็นเรื่องที่สร้างความขัดแย้งมาตลอด ไม่ใช่สร้างความปรองดอง ขณะที่ข้อเสนอการนิรโทษกรรมนั้น จากเหตุการณ์ชุมนุมขณะนี้ ถ้าให้นิรโทษกรรม จะสร้างความขัดแย้งครั้งใหม่ จะมีคนไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้คนที่ไปกล่าวอะไรไม่เหมาะสม จะยิ่งสร้างความแตกแยก ส่วนข้อสังเกตต่อกองทัพในรายงานฉบับนี้ เป็นการมองกองทัพอย่างอคติ จงเกลียดจงชัง โดยเฉพาะการให้กองทัพถวายสัตย์ปฏิญาณจะไม่ทำรัฐประหารนั้น เท่ากับผลักกองทัพเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า รายงานฉบับนี้ครอบคลุมการสร้างความปรองดอง โดยเฉพาะการนิรโทษกรรมเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองตั้งแต่ปี2548-ปัจจุบันนั้น แต่อยากให้ครอบคลุมถึงความผิดมาตรา112 ด้วย เพราะไม่กี่วันที่ผ่านมาท่าทีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ที่มีต่อมาตรา112 ให้สัมภาษณ์สื่อหลายฉบับว่า ในหลวงทรงมีพระเมตตา ไม่ให้ใช้มาตรา112 แสดงให้เห็นเจตนาว่า ไม่อยากให้ใช้มาตรา112 พล.อ.ประยุทธ์บอกว่า วันนี้มาตรา112 ไม่มีการใช้เลย เพราะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระเมตตาไม่ให้ใช้ ดังนั้นเมื่อไม่มีการใช้มาตรา112 อีกต่อไป คนที่ทำผิดมาตรานี้ที่ผ่านมา ก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่นิรโทษกรรมให้ด้วย อยากให้เพิ่มการนิรโทษกรรมให้ผู้ทำผิดมาตรา112ด้วย

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ต้องยอมรับความจริงว่า รัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่เอื้อต่อการสร้างบรรยากาศความปรองดอง มีหลายมาตราเป็นการสืบทอดอำนาจให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อไป ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์เป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง และฝ่ายรัฐบาลไม่ยอมลดราวาศอก ไม่ยอมรับให้มีรัฐธรรมนูญที่มีเนื้อหาเป็นประชาธิปไตยคงเป็นเรื่องยากจะเกิดการปรองดองกันได้ เงื่อนไขหนึ่งคือ การทำลายส.ว.ที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) อยากให้สมาชิกฝ่ายรัฐบาลกดปุ่มปิดสวิตซ์ส.ว.ให้มีการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน

“ที่ผ่านมาการที่ส.ว.ออกมาขู่การชุมนุมของนักศึกษาว่า จาบจ้วงสถาบัน อาจนำไปสู่การนองเลือดนั้น เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง ท่านไม่พูดเรื่องนี้จะดีกว่า มีแต่จะสร้างบรรยากาศความกลัว ความขัดแย้งใหม่ โอกาสไปสู่ความปรองดองจะเป็นเรื่องยาก รากของปัญหานี้อยู่ตรงไหนทุกคนรู้ดี ไม่สบายใจที่สมาชิกรัฐบาลหลับตาข้างเดียวไม่รู้ร้อนรู้หนาว สร้างอุณหภูมิให้ร้อนแรงขึ้น ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองควรรับฟังความจริงนี้ ไม่ใช่ผลักอนาคตชาติไปเป็นศัตรู รู้มาว่ารัฐบาลจะไม่เห็นชอบรายงานเล่มนี้ อยากให้เปิดตารับความจริงอันกระอักกระอ่วนนี้ โดยที่อยากให้เพื่อนสมาชิกทุกคนมาช่วยกัน เพื่อประโยชน์เราจำเป็นต้องแก้รัฐธรรมนูญ และยุบส.ว. 250 คน” นายรังสิมันต์ กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า สำหรับการนิรโทษกรรมสำหรับคดีที่มีมูลเหตุจูงใจทางการเมือง รายงานเล่มนี้เลือกที่จะยกเว้นผู้ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งต้องยอมรับว่าคนเห็นต่างจำนวนมากถูกดำเนินคดีในมาตรานี้ การระบุเช่นนี้จึงไม่สามารถสร้างบรรยากาศความปรองดองได้ จึงไม่ควรระบุในรายงานว่า ให้ยกเว้นกฎหมายอะไร เพราะมาตรา 112 เป็นมาตราหนึ่งที่เอาไว้รังแกคนเห็นต่างทางการเมือง เหมือนกฎหมายอีกหลายฉบับ
 


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'