ครบ 1 ปี 'มาเรียม' พะยูนน้อยจากไป ชี้สร้างความเปลี่ยนแปลงยิ่งใหญ่ผ่านแผนอนุรักษ์ชาติ


เพิ่มเพื่อน    

 

 

     วันที่​ 17 ส.ค.-  นายว​ราวุธ​ ศิลปอาชา​ รัฐมนตรี​ว่าการ​กระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ กล่าวว่า​ วันนี้เป็นวันครบรอบหนึ่งปีที่พะยูน“น้องมาเรียม” ได้จากพวกเราไป​ ตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา พวกเรา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ผลักดัน #มาเรียมโปรเจคท์ เป็นมาสเตอร์แพลน​ เพื่อกำหนดทิศทางนโยบายต่างๆ ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกจากโครงการ Everyday Say No To Plastic Bags รณรงค์ยกเลิกใช้ถุงพลาสติกหูหิ้วเพื่อลดขยะพลาสติกจากต้นทาง ลดขยะทะเลที่เป็นตัวการทำร้ายชีวิตสัตว์ทะเลแล้ว เรายังจัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ ระยะที่ 1 (พ.ศ. 2563 - 2565) ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นการอนุรักษ์และคุ้มครองพะยูน รวมถึงถิ่นที่อยู่ การสนับสนุนงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสร้างจิตสำนึกและส่งเสริมการมีส่วนร่วม โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มจำนวนพะยูนจาก 250 ตัวเป็น 280 ตัว​ ภายใน 3 ปีข้างหน้านี้ ความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ เริ่มได้ที่พวกเราทุกคน ไม่แค่เฉพาะพี่น้องที่อาศัยใน 24 จังหวัดชายฝั่งทะเลเท่านั้น ที่จะสามารถช่วยชีวิตพะยูนไทยได้ แต่พี่น้องจังหวัดอื่นๆ ที่เหลือ แค่ช่วยกันปรับวิถีชีวิตให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างขยะพลาสติกให้น้อยลงในแต่ละวัน ก็ช่วยลดอัตราการสร้างขยะทะเล ลดอัตราเสี่ยงที่สัตว์ทะเลทั้งหลายจะต้องตายไปจากการกินขยะพลาสติกได้มาก

 

 

     นายโสภณ​ ทองดี​ อธิบดี​กรม​ทรัพยากร​ทางทะเล​และ​ชายฝั่ง​ กล่าวว่า​ หลังจากเหตุการณ์ที่พบมาเรียมลูกพะยูนพลัดหลงจากแม่เกยตื้นที่ จ.กระบี่ และถูกนำมาเลี้ยงในพื้นที่ธรรมชาติ เกาะลิบง จ.ตรัง ได้กลายเป็นขวัญใจชาวโซเชียล​ จนเกิดเป็นกระแสโด่งดังไปทั่วประเทศ​ ทำให้หลายภาคส่วนหันมาใส่ใจการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในไทย​มากยิ่งขึ้น​ ในสมัยนายจตุพร​ บุรุษ​พัฒน์​ ปลัดกระทรวง​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง​แวดล้อม​ ดำรงตำแหน่ง​ อธิบดี​กรม​ทรัพยากร​ทางทะเล​และ​ชายฝั่ง​ ได้ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าติดตามอาการน้องมาเรียมอย่างใกล้ชิด​ พร้อมทั้งได้ผลักดันให้เกิดแผนพะยูนแห่งชาติขึ้น​ โดยได้เสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ในคราวประชุมครั้งที่​ 2/2562 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2562​ ทั้งนี้​ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบให้จัดทำแผนอนุรักษ์พะยูนแห่งชาติ​ โดยมอบหมายให้กรมทรัพยากร​ทางทะเล​และ​ชายฝั่ง​ เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อเพิ่มประชากรของพะยูนในประเทศไทย ดูแลพื้นที่อาศัยของพะยูน การจัดการท่องเที่ยว​ ประมง​ เพื่อลดการรบกวนพะยูน พร้อมทั้งจัดตั้งศูนย์ช่วยชีวิต การสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์ทะเลหายากและศูนย์เรียนรู้ฯและการรณรงค์เพื่อการอนุรักษ์พะยูน

     " ผมได้เน้นย้ำให้ประมงชายฝั่ง​ ผู้ประกอบการเดินเรือ​ และประชาชน​ ช่วยกันสอดส่องและเป็นหูเป็นตา ดูแลทรัพยากรทางทะเล​และ​ชายฝั่ง​ รวมถึงสัตว์ทะเลหายาก​ หากพบเจอสัตว์ทะเลเหล่านี้เกยตื้น​ หรือพบการทำประมงที่ผิดกฎหมาย​ ให้รีบแจ้งมายังหน่วยงานภายในพื้นที่​สังกัดของ​กรม​ ทช.​ ทันที​ และขอฝากทุกคนช่วยกันดูแลทรัพยากรธรรมชาติ​และสิ่งแวดล้อม​ โดยการใช้ถุงผ้าแทนถุงพลาสติก อีกทั้งทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง เพื่อลดปริมาณขยะจากต้นทางไหลลงสู่ทะเล​ และลดมลพิษที่จะก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบนิเวศทางทะเล​อีกด้วย "นายโสภณ​ กล่าว 

 

 

 


ทีซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้มั่ง ก็...เป็นไปตามกฎหมาย "ลุงตู่" อยู่ต่อ!

บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด