'ครูเป็ด' ฝากข้อคิดถึงนักเรียน สิ่งที่แสดงออกเกิน 'พอดี' จะย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองในวันข้างหน้า


เพิ่มเพื่อน    

22 ส.ค.63 - นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร หรือ ครูเป็ด ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่าหลานๆนักเรียนทั้งหลาย...ลุงชื่อเป็ดนะ อาชีพหลักเป็นครูสอนร้องเพลงสอนดนตรี ได้เจอลูกศิษย์รุ่นเด็กๆมาไม่น้อย เลยคิดว่าลุงคงไม่หัวโบราณคร่ำครึจนคุยกับพวกเธอไม่รู้เรื่องหรอกนะ...

ได้เห็นสิ่งที่แชร์กันมาในออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น...เรื่องสถาบัน เรื่องพ่อแม่ให้กำเนิดฉันไม่ได้ถือเป็นบุญคุณ เรื่องครูก็เป็นแค่คนรับจ้างสอน ไม่ได้มีบุญคุณเหมือนกัน ฯลฯ...

ได้เห็นแล้วลุงก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรหรอก เพราะวัยรุ่นไม่ว่ายุคไหนก็มีความห้าวมีความล้นแบบนี้มาทุกสมัย และในเวลานั้นก็เชื่อมั่นสุดๆเหมือนกัน ว่าความคิดตัวเองโคตรจะถูกต้องเลย...รุ่นลุงก็เคยเป็นแบบนี้ เพียงแต่หัวข้อที่เอามาพูดมันเปลี่ยนไป...

แต่จะขอใช้สิทธิ์ที่...ลุงเคยเป็นเด็กเหมือนเธอมาก่อน แต่เธอยังไม่เคยเป็นผู้ใหญ่เหมือนลุง...เตือนให้เธอระวังอยู่สองสามเรื่อง ส่วนเธอจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็แล้วแต่เธอนะ...

เรื่องการตั้งคำถามกับสถาบัน เรื่องบุญคุณพ่อแม่ ครู ไม่ใช่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน...สมัยลุงก็มีเหมือนกัน ลุงถึงได้บอกว่าไม่แปลกใจที่รุ่นเธอก็มีเกิดขึ้นมา แต่อยากจะเตือน ๑.เรื่องความพอดี...ลุงจะเล่าบางเรื่องให้ฟัง

สมัยวัยรุ่น ก็จะมีบางคนเริ่มเอารถที่บ้านมาขับทั้งที่อยู่ในชุดนักเรียน...แน่นอน วัยขนาดนั้นการขับช้าๆเป็นไปไม่ได้ ต้องเร็วต้องปาด แสดงความเก่งให้เพื่อนๆเห็น...

หลายคนก็จะกดกันเต็มที่ เข้าโค้งไม่มีเบา กลับรถธรรมดาไม่เป็นต้องดึงเบรคมือให้รถหมุนมันถึงจะเรียกเสียงฮือฮา...สารพัดที่จะแสดงออกกันมา เพื่อความเท่การยอมรับในหมู่เพื่อนว่า...ไอ้นี่มันเจ๋งเว้ย...

แล้วก็มีคนนึงถือว่าเป็นตัวท๊อปๆในเรื่องการแข่งรถ (สมัยนั้นการเป็นเจ้าความเร็วทำให้มันดูหล่อมากในหมู่เพื่อนฝูง โดยเฉพาะสาวๆ)...วันนึงมันซิ่งบีเอ็มของพ่อบนถนนด้วยความเร็วเกือบสองร้อยแล้วคุมรถไม่อยู่ พอรถเริ่มเป๋ก็ตกใจ หักพวกมาลัยจนคว่ำ...คนนั่งคู่หน้าตาย ตัวคนขับเองก็พิการจนเพิ่งตายไปเมื่อไม่นานมานี้...

ขับรถเร็วจนคว่ำ ตาย พิการ กับการแสดงออกของหลานๆในวันนี้...เธออาจจะนึกไม่ออกว่ามันจะเชื่อมโยงยังไง และลุงเอาอะไรมาเล่าให้ฟัง (วะ)

สิ่งที่เหมือนกันคือ...การแสดงออกให้โดดเด่นในหมู่เพื่อน ให้เพื่อนๆยอมรับ...เป็นสิ่งที่วัยรุ่นทุกยุคเป็นเหมือนกันแต่...ถ้ามากจนเกินความพอดีไปเยอะ มันจะทำให้เธอเสียใจได้...

ขับรถเร็วจนคว่ำ...ตายคนพิการคน เสียใจตรงนั้นและยาวมาจนวันนี้เลย ส่วนการแสดงความเห็นอะไรที่มากเกินพอดี...วันนี้เธออาจจะรู้สึกว่ามันเท่ เพื่อนๆชื่นชมกัน...เออ ไอ้นี่มันคมดีว่ะ มันกล้า มันแสบดีว่ะ

..แต่เชื่อเถอะ ถ้าเธอมองไปกว้างๆ ฟังกว้าง เธออาจจะตกใจถ้ารู้ว่าคนส่วนมากเขามองสิ่งที่เธอแสดงออกยังไง...และในอนาคตข้างหน้า มันอาจจะย้อนกลับมาทำร้ายเธอได้อย่างที่แก้ไขได้ยาก...หวังว่าเธอคงเข้าใจสิ่งที่ลุงบอกนะ...

อีกเรื่องที่อยากจะบอกคือ ๒. ชีวิตจริงมันซับซ้อนกว่าในตำราเยอะ...

มันไม่ใช่ ๑+๑ = ๒ เสมอไปหรอกหลานๆ...และมันมักจะไม่ใช่ด้วย...

เห็นมีการแชร์ความเห็นนึงที่เกี่ยวกับประมุขของประเทศว่า...ถ้าเป็นระบบประธานาธิบดีคงจะดีกว่า เพราะเมื่อเราไม่พอใจก็ยังสามารถขับไล่เขาออกจากตำแหน่งแล้วเลือกตั้งใหม่ได้...

นี่แหละหลานเอ๋ย หลานกำลังนึกว่าหนึ่งบวกหนึ่งต้องได้สองเสมอไป...แล้วชีวิตจริงมันได้มั้ยล่ะ ดูง่ายๆในวันนี้เลย...สมมุติว่าหลานไม่พอใจตัวนายกลุงตู่ (ไม่ได้บอกว่าท่านดีหรือไม่ดี) แล้วหลานขับไล่ให้ท่านลงจากเก้าอี้ได้อย่างใจนึกมั้ยล่ะ...

ลุงเตือนพวกเธอแค่สองเรื่องแล้วกัน มากกว่านี้จะกลายเป็นตาแก่ขี้บ่น...

อ้อ..อีกอย่างที่ลุงรับรองกับเธอได้คือ ลุงและผู้ใหญ่อีกหลายๆๆๆๆๆคนพร้อมจะรับฟังความเห็นของเธอ...ถ้ามาอย่างตั้งใจจะคุยกัน รับฟังแบบให้เกียรติกัน มีเหตุมีผลมีข้อมูลติดมือมาเยอะๆด้วยก็จะยิ่งคุยสนุก

ลุงไม่เคยมองว่าพวกเธอเป็น “เด็กเมื่อวานซืน...เด็กไม่มีความคิดถูกจูงจมูก ฯลฯ”....แต่ลุงมองว่าพวกเธอคือคนที่กำลังจะเป็นผู้ใหญ่ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า...

โลกจะต้องถูกเปลี่ยนมือไปสู่มือพวกเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้...แต่มันก็ไม่ได้แปลว่า พรุ่งนี้ตื่นขึ้นมาแล้วคนแก่ตายหมด เด็กๆอย่างเธอยึดครองโลกทั้งหมด...

การเปลี่ยนผ่านมันต้องค่อยเป็นค่อยไป จากรุ่นไปสู่รุ่น...การสื่อสารพูดคุยกัน การยอมรับระหว่างคนต่างรุ่นจึงจำเป็นมาก...เธอเห็นด้วยมั้ย

หวังว่าเราคงได้คุยกันเรื่อยๆนะ...


มีคำชี้แจงเรื่อง "รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า" ดังนี้ ครับ คุณ TAWATCHAI CHONGVUTICHAI ส่งข้อความผ่าน WWW.PLEWSEENGERN.COM ว่า ป๋าเปลวครับ

"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'
'ไฟป่า-ไฟเมือง' เรื่องจงใจ
ว่าด้วย 'ดอกประชาธิปไตย'