บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

             ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "ผมได้เคยพูดไปแล้ว และไม่เคยบอกว่าต้อง แต่ไปพาดหัวข่าวกันว่าต้องซื้อ ผมไม่ได้หมายความอย่างงั้น แต่ได้พูดถึงเหตุผลความจำเป็น และแหล่งที่มาของงบประมาณ ถ้าซื้อไม่ได้จะต้องเจรจากับจีนอย่างไร ผมก็ได้เตรียมแผนงานของผมไว้อย่างนี้ ทั้งนี้ เป็นการอนุมัติมาล่วงหน้าแล้ว ขั้นตอนนี้อยู่ในระดับที่ 2 ที่ 3 อย่างที่ว่าในเรื่องความจำเป็น การต่อเรือไม่ได้ใช้เวลาสั้นๆ ต้องมีการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ไว้ อะไรที่คุยไว้ จะผ่อนยืดระยะได้บ้างไหม ซึ่งตรงนี้ต้องคุยกัน มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้ทำงานคนเดียว ฉะนั้น ทั้งหมดต้องรับผิดชอบด้วยกันอยู่แล้ว ในฐานะที่ผมเป็นรัฐบาล เป็นนายกฯ และเป็น รมว.กลาโหมด้วย ขอแต่เพียงความเข้าใจ ไม่อยากให้เป็นประเด็นที่ขัดแย้งกันอีก ถ้าขัดแย้งกันทุกเรื่อง มันก็ไปไม่ได้หมดทุกอย่าง" "บิ๊กตู่" ยืดอกพูดชัดเจนเป็นครั้งแรก ในรอบ 1 สัปดาห์ หลัง "เรือดำน้ำ" เป็นประเด็นร้อนลวกกองทัพและรัฐบาล นับตั้งแต่คณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน ในคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 2564 อนุมัติด้วยเสียงฉิวเฉียด 5 ต่อ 4 ให้จัดซื้อเรือดำน้ำจากประเทศจีน จำนวน 2 ลำ วงเงิน 22,500 ล้านบาท ตามที่กองทัพเรือเสนอ

            ๐ แผนสำรองของ "บิ๊กตู่" ที่แย้มไว้คืออะไร อย่างน้อยต้องลุ้นผลโหวตของ กมธ.งบฯ 64 ซะก่อน ที่ยื้อแล้วยื้ออีก ไม่ใช่วันที่ 31 ส.ค.แล้ว เพราะมีการขยับไทม์ไลน์ วันจันทร์จะเรียกชุดอนุ กมธ. ที่มีนายสุพล ฟองงาม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธาน มารายงานผลการพิจารณาก่อน แล้วค่อยให้กองทัพเรือมาชี้แจงในวันอังคารที่ 1 ก.ย. ก็ต้องรอดูว่าอีก 4 วัน ทร.ภายใต้การนำของ "บิ๊กลือ" พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ จะตัดสินใจแบบไหนหลังเจอจัดหนักกระแสสังคมโหมกระหน่ำไม่หยุด ทั้งที่ผ่านมา  ทร.แทบไม่ค่อยถูกโจมตี เพราะเป้าหลักน่าจะเป็นกองทัพบกภายใต้การนำของ "บิ๊กแดง" ซะมากกว่า แน่นอนว่ายังไงก็ไม่มีทางล้มโครงการจัดซื้อครั้งนี้ เพียงแต่ ทร.ยังจะยืนกรานเดินหน้าของบประมาณปี 64 จ่ายเงินงวดแรก 3,925 ล้านบาทหรือไม่ หรือจะยอมถอย เลื่อนจ่ายต่อไปอีก 1 ปี จากที่เคยชะลอจ่ายมาแล้วในปีงบประมาณ 2563 จำนวน 3,375 ล้านบาท เนื่องจากวิกฤติโควิด ซึ่งจะใช้เหตุผลนี้อีกครั้ง ในการเจรจากับจีนที่เป็นเหมือนบ้านพี่เมืองน้องกับไทย ก็น่าจะเข้าใจได้ถึงสถานการณ์ของไทยเวลานี้ที่ต้องกู้เงินมหาศาลเพื่อมาฟื้นฟูเศรษฐกิจเยียวยาผลพวงโควิด แต่ถ้าไม่สามารถเลื่อนจ่ายได้ เป็นไปได้มั้ยว่าจะลดยอดวงเงินแทน ด้วยจำนวนเงินที่ไม่ได้หลักพันล้าน ถ้าทำได้ กองทัพเรือ รัฐบาล โดยเฉพาะบิ๊กตู่ในฐานะนายกฯ และ รมว.กลาโหม ก็จะได้ใจของประชาชน ดีกว่าแข็งกร้าวฝืนกระแสสังคม ซึ่งไม่ส่งผลดีทั้งกองทัพและรัฐบาลแม้แต่น้อย

            ๐ ในขณะที่รัฐสภา ยังไม่รู้จะออกหัวออกก้อย แต่ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล วันศุกร์นี้ ได้ฤกษ์เคาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนที่ 12 ที่จะมาแทน "บิ๊กแป๊ะ" ที่จะเกษียณอายุราชการ 30 ก.ย.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) นัดประชุมคณะกรรมการ ก.ต.ช. ในเวลาบ่ายโมง ข่าวที่ออกมาค่อนข้างชัดเจน "บิ๊กปั๊ด" พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. มาแรงไม่มีตก นำหน้า "บิ๊กใหม่" พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. ด้วยเหตุกำลังภายในดีกว่า เพราะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.36 กับ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ซึ่งตามกฎหมายฉบับปัจจุบัน การเสนอชื่อ ผบ.ตร. ต่อที่ประชุม ก.ต.ช.ให้เป็นอำนาจของ ผบ.ตร. ส่วนเสนอแล้วที่ประชุมจะเห็นด้วยหรือไม่ ก็ต้องแล้วแต่เสียงส่วนใหญ่ ปกติก็จะฟังเสียง ผบ.ตร.เป็นหลัก แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูสัญญาณด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์จะโอเคหรือไม่ เพราะ ผบ.ตร. ก็ต้องทำงานกับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ยังไงนายกฯ ก็ต้องเอาคนที่ตัวเองไว้วางใจและเชื่อมือ โดยเฉพาะกับสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรง เพราะตำรวจมีส่วนสำคัญกับการรับมือ "ม็อบ" ที่หลังจากนี้คาดว่าจะเกิดขึ้นมากมาย ใครจะเข้าวิน เป็นเบอร์หนึ่งรั้วปทุมวัน ช่วงบ่ายวันศุกร์นี้ ได้คำตอบ ...

ลี้คิมฮวง


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์