ผลเจรจรกลุ่มภาคีนักเรียนฯ ต้องการศธ.มีมาตรการป้องกันไม่ให้ถูกคุกคามเข้มข้นกว่านี้ ปกป้องเด็กแสดงออกการเมือง


เพิ่มเพื่อน    


28 ส.ค.63-ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย เดินทางมาที่ ศธ. เพื่อทวงคำตอบจาก นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และผู้บริหาร ศธ.ถึงมาตรการป้องกันไม่ให้นักเรียนโดนคุกคามหลังตั้งเวทีทำกิจกรรมแฟล็ชม็อบภายในโรงเรียนแล้วถูกคุกคามกว่า 200 โรงเรียน โดยตัวแทนภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การได้พบ รมว.ศธ.ครั้งนี้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจและได้คำตอบในการที่ผู้บริหารศธ.จะช่วยแก้ไขปัญหาการศึกษา แต่มีสิ่งที่ตนจะติดตามต่อจากนี้คือ นอกจาก ศธ.จะมีการวางแผนขั้นตอนกระบวนการต่างๆแล้ว โดยสิ่งที่ ศธ.จะดำเนินการต่อจากนี้คืออะไรมากกว่า  เพราะพวกตนจะติดตามดูว่าสิ่งที่ ศธ.วางแผนแก้ปัญหาไว้จะตรงกับสิ่งที่พวกเราต้องการหรือไม่ นอกจากนี้พวกเราได้ชี้แจงให้ รมว.ศธ.รับฟังว่าในช่วงเวลาระยะสั้นนี้สิ่งที่พวกเราอยากให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดคือเรื่องการปรับระบบการศึกษาให้ดีมากยิ่งขึ้นกับอนาคตของกลุ่มนักเรียนที่ออกมาเรียกร้อง ทั้งนี้อยากให้ ศธ.มีประกาศมาตรการออกมาอย่างชัดเจนว่ามีการดำเนินการยังไงกับการแก้ปัญหาการถูกคุกคามในสถานศึกษา เพื่อจะได้ชี้แจงให้กับกลุ่มนักเรียนรับทราบว่าการแก้ปัญหาของศธ.มีมาตรการออกมาชัดเจนอย่างไร เพราะไม่อยากให้ ศธ.เป็นการรับเรื่องหรือแก้ปัญหาแบบลอยๆ เนื่องจากตอนนี้มีรายชื่อโรงเรียนที่ถูกคุกคามจากการจัดกิจกรรมของนักเรียนอีก 70 โรงเรียนด้วย  
           
ด้านนายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนรับทราบปัญหาของกลุ่มนักเรียนที่ร้องเรียนเข้ามา และได้วางกระบวนการแก้ปัญหาแล้วว่าเรื่องไหนเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบดำเนินการแก้ไข โดยจำนวนโรงเรียนที่ถูกคุกคามตนได้สืบหาข้อมูลทั้งหมด เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ารายชื่อโรงเรียนแต่ละแห่งถูกคุกคามในรูปแบบไหนอย่างไร หรือโรงเรียนไหนสามารถพูดคุยได้ด้วยสันติวิธี ต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มนักเรียนเป็นเรื่องใหม่ของประเทศไทย และตนคิดว่าหลายประเทศกระบวนการครู ผู้บริหารจะต้องคุ้นเคยระดับหนึ่ง และเชื่อว่าวันนี้ครูและผู้บริหารโรงเรียนได้เข้าใจการแสดงออกของนักเรียนและเรียนรู้วิธีการรับมือแล้ว โดยวันนี้กลุ่มนักเรียนก็ได้มาเสนอแนวทางที่จะทำให้เวทีการเปิดรับฟังความเห็นนักเรียนมีความเข้มข้นมากขึ้น มีโอกาสให้เด็กพูดคุยกันในกลุ่มนักเรียนจากนั้นนำเสนอข้อคิดเห็นมายังศธ. 
           
“การที่เด็กโดนตักเตือนหรือหลายคนใช้คำว่าคุกคามเป็นผลสะท้อนที่อาจไม่คุ้นเคยกับแนวทางการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ  โดยผมอยากให้ทุกคนสามารถปรับตัวได้ในช่วงนี้ มีหลายโรงเรียนที่ครูก็อธิบายเหตุผล และพูดคุยกับผู้ปกครอง ดังนั้นเราสามารถบริหารจัดการได้ภายใต้ความเหมาะสมอย่างสันติวิธี และแน่นอนพื้นที่ในสถานศึกษาสามารถเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนระหว่างนักเรียนได้ โดยมีครูดูอยู่ห่างๆ ซึ่งก็แล้วแต่บริบทของโรงเรียนในการบริหารจัดการ ดังนั้นผมไม่รู้สึกหนักใจใดๆ ทั้งสิ้น  ซึ่งผมพร้อมต้องบริหารได้ทุกภาคส่วน ส่วนวันที่ 5 กันยายน นักเรียนมัธยมศึกษาจะนัดชุมนุมใหญ่หน้าศธ.นั้นผมไม่มีปัญหาลงมาพบเด็กได้อยู่แล้ว” รมว.ศธ.กล่าว