ความเสมอภาคที่จำเป็น


เพิ่มเพื่อน    

 

                                               (1)

                ก็คงต้องยอมรับ...อย่างมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า บรรดาพวก หนูเล็กๆ และเด็กๆ ทั้งหลาย ในยุคนี้ ออกจะเป็นอะไรที่น่ากลัว น่าหวาดหวั่น ขวัญสยอง น่าขนลุกขนพอง มิใช่น้อย เรียกว่า...ถ้าไม่ กะระยะห่าง เอาไว้ให้ดี ไม่เว้นช่องว่างจากรัศมีมือ รัศมีตีน ของประดาเขาทั้งหลายให้ห่างๆ เข้าไว้ โอกาสที่จะถูกตามไปรุมถีบ รุมกระทืบ ตามจิก ตามกัด ตามไปเสียดสี เยาะเย้ย ไยไพ ชนิดอาจถึงขั้นตรอมใจตาย หรือหลับไม่ลง ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ...

                                                        (2)

                ขนาดระดับ พี่ม้า ที่เคยด่าใครต่อใครชนิดขาด 2 ท่อนเอาง่ายๆ...เมื่อดันต้องเจอเข้ากับ เด็กวัดสุทัศน์ หรือ เด็กวัดคำชะโนด หรือ เด็กอาจารย์กู้ ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ เล่นเอา...พูดไม่ออก-บอกไม่ถูก ถึงขั้นต้องปิดบ้านหนี ปิดเว็บหนี เอาเลยถึงขั้นนั้น ส่วน พี่เหมี่ยว หรือ น้องเหมี่ยว อาจยังไม่ทราบชะตากรรม ว่าจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ เป็นฝอยๆ ไปถึงขั้นไหนต่อขั้นไหน รวมทั้งบรรดาศิลปิน ดารา นักร้อง นักแสดง ฯลฯ อีกนับเป็นสิบๆ ร้อยๆ ที่ว่ากันว่า...ได้ถูก ขึ้นบัญชีฆ่า ถูกเอาปูนหมายหัวเตรียมจองล้าง จองผลาญ รุมอัด รุมสกรัม กันอย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ...

                                                      (3)

                อันนี้นี่แหละ...ที่ต้องเรียกว่าน่าขนลุก ขนพอง เอามากๆ เพราะไม่ใช่เพียงแค่ศิลปิน ดารา นักร้อง ที่ตัวเองอาจไม่ถึงขั้นรู้จัก มักจี่ อะไรมาก แต่ว่ากันว่า...ระดับพ่อมม์ม์ม์ๆ-แม่มม์ม์ม์ๆ ของบรรดาเด็กเหล่านี้ ที่ทำให้ตัวเองต้องถือกำเนิด เกิดมา เพียงเพราะความ เอามันซ์ซ์ซ์ เท่านั้น ก็ยังมิวายถูกฝ่ามือ ฝ่าตีน เฉี่ยวหน้า เฉี่ยวตา หรือเผลอๆ...ถูกยกฝ่าตีนลูบหน้าซะเฉยเลย โดยเฉพาะถ้าดันมากีด มาขวาง มาเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางการ ชู 3 นิ้ว หรือเส้นทางการ จบภายในรุ่นเรา แม้จะยังไม่รู้ว่าจะจบกันในแบบไหน อย่างไร จบแบบแฮปปี้เอนดิ้ง หรือจบแบบพระเอกตายตอนจบ หรือไม่ อย่างไร ก็ตามแต่...

                                                     (4)

                บรรดาความเหี้ยม ความเกรียม ความอำมหิต โหดร้าย ของเด็กๆ เหล่านี้...จึงต้องถือเป็นอุทาหรณ์ สอนใจ สำหรับบรรดาคนแก่และคนชราทั้งหลาย ว่าไม่ว่าจะโดยความบริสุทธิ์ใจ ความหวงห่วง ความเป็นห่วงเป็นใย ความเมตตา กรุณาและสงสาร ฯลฯ ใดๆ ก็แล้วแต่ แต่คงต้องหาทาง กะระยะห่าง ให้มากๆ เข้าไว้ ก่อนที่คิดจะ ติง จะ เตือน หรือจะแสดงความปรารถนาดีในรูปใดแบบใด ก็ตามที คืออย่างน้อย...คงต้องกะรัศมีฝ่าตีนและฝ่าเท้าของพวกเด็กๆ เอาไว้ก่อนล่วงหน้า ว่าจะตามไปเหยียบ ตามไปกระทืบ กันในระดับถึงไหนต่อถึงไหน เพราะขนาด ตัวอยู่ญี่ปุ่น หรือ อยู่ฝรั่งเศส ก็ยังสามารถออกฤทธิ์ ออกเดช สาดส้นตีน ส้นเท้า มายังใครต่อใครได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                                                      (5)

                และก็แน่นอนนั่นแหละว่า...โอกาสที่จะ ติง จะ เตือน เพื่อให้เกิดการปรับปรุง ปรับเปลี่ยน ปรับสภาพใดๆ ในทางทัศนคติ ทางความคิด ความอ่าน หรือทางอารมณ์-ความรู้สึกในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี ออกจะเป็นอะไรที่ ยากซ์ซ์ซ์ เอามากๆ เกินกว่าที่จะไปเจ๊าะๆ แจ๊ะๆ ไป กฤษณาสอนน้อง หรือไป เด็กเอ๋ยเด็กดี...ต้องมีหน้าที่ 10 อย่างด้วยกัน อะไรประมาณนั้น คือความพยายามที่คิดจะหาทาง ขจัดความแตกต่าง ระหว่างความเป็นเด็กกับความเป็นผู้ใหญ่ลงไปให้ได้นั้น อาจเป็นอะไรที่เสียเวลา เสียรังวัด เผลอๆ อาจเสียผู้-เสียคน เสียหมา เสียสุนัข ฯลฯ เอาง่ายๆ เพราะระบบการรับรู้ รับรส รับกลิ่น รับเสียง หรือรับการปรุงแต่งใดๆ ที่เข้าสู่ประสาทสัมผัส ระหว่าง เด็ก กับ ผู้ใหญ่ นั้น คงต้องยอมรับอย่างมิอาจปฏิเสธได้ว่า...มันได้ถูกอานุภาพของ เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงไปแล้วโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นความดี-ความงาม ความถูก-ความผิด หรือแม้กระทั่งความดี-ความชั่ว ฯลฯ ก็อาจผิดแผก แตกต่าง ไปตาม มาตรฐานใครมาตรฐานมัน ยิ่งเข้าไปทุกที...

                                                     (6)

                ดังนั้น...สิ่งที่น่าจะพอเป็นไปได้ หรือน่าจะ เวิร์ก ซะยิ่งกว่า ก็คือ...การค้นหาหนทางที่จะ อยู่ร่วมกันโดยสันติ ได้ในแบบไหน อย่างไร นั่นแหละ น่าจะเข้าท่าที่สุด หรือทำอย่างไร? ที่พอจะช่วยให้ความผิดแผก แตกต่าง ความไม่เหมือนกัน ไม่สอดคล้อง ต้องกัน ในแต่ละเรื่อง แต่ละกรณี มันพอหาข้อยุติ หาจุดลงตัว ระหว่างกันและกันได้มั่ง!!! ซึ่งก็คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการอาศัยสิ่งที่ทำให้ใครต่อใคร ย่อมมีสิทธิ์ได้รับ ความเสมอภาค ได้บ้าง แม้ไม่ถึงกับครบถ้วนเบ็ดเสร็จก็ตามที นั่นก็คือ...การหันไปอาศัย ตัวบทกฎหมาย นั่นแหละเป็นหลัก หรืออาศัยกรรมวิธีแบบอดีตท่านทูต เฟื่องระบิล ไม่ก็กรรมวิธีแบบคุณพี่ สนธิ ลิ้ม ฯลฯ ที่ออกจะได้ผล ชะงัด เอามากๆ เรียกว่า...ไม่ว่าเด็กขนาดไหน เหี้ยมขนาดไหน น่ากลัว น่าสยดสยองเพียงใด สุดท้าย...ต่างต้องหันมาศิโรราบ หมอบกราบ ไปเป็นรายๆ โดยไม่ต้องไปเสียเวลาปากเปียก ปากแฉะใดๆ อีกต่อไป เหลือช่อง เหลือจังหวะ เหลือเวลาพอที่จะหันไปสั่งซื้อ ห่อหมก จากมารดาคุณพี่ ม้า ช่วยสร้างขวัญ กำลังใจ ต่อผู้ที่เห็นพ้อง ต้องกัน ไปตามสภาพ...

                                  -------------------------------------------------------


มีคนสงสัย......!"สามสัส" ใช้อาหารเม็ด "K กวนตีน" กระมัง สมุน ๓ นิ้ว เสพถึงคลุ้มคลั่ง ออกอาละวาดกลางอากาศหนาวอย่างนั้น?โควิดกำลังระบาด รอบ ๒ แท้ๆ ทั้งบ้านเมืองใช้มาตรการฉุกเฉิน ด้วยเจตนาไม่อยากให้มีการรวมตัวกันมากๆ 

กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"
เมืองไทย"มีบ่อน"เอามั้่ย?
ยะลาที่ "อนาคตจะเปลี่ยน"
ชาติหน้า 'ไทยก็ไม่ถังแตก'
นี่ไง 'ตัวแทนประชาชน'?
ถึงเวลาที่ "นายกฯ ต้องทำ"