หมอยงแนะเพิ่มอัตราการตรวจหาเชื้อในแรงงานต่างด้าว หวั่นทำโควิดระบาดในไทย


เพิ่มเพื่อน    

 

30 ส.ค. 2563 ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก Yong Poovorawan โดยมีเนื้อหาดังนี้
โควิด 19 

การระบาด ในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะพม่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา 

มีการระบาดอย่างมาก เริ่มจากเมืองที่ติดต่อกับบังคลาเทศ เมืองสิตตะเว ในรัฐยะไข่ 

มีแนวโน้มที่จะกระจายไปยังเมืองอื่น โดยเฉพาะเมืองตามชายทะเล 

ในเวลา 1 สัปดาห์ ยอดผู้ป่วยได้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว

สิ่งที่สำคัญคือ พรมแดนธรรมชาติ ที่ติดต่ออันยาวไกล มีการเคลื่อนย้ายของประชากร อาจจะเหนือความควบคุม 

ทำให้เป็นจุดเริ่มต้นของการระบาดในประเทศไทยได้ 

ประกอบกับฤดูกาลนี้ เป็นฤดูกาลที่มีโรคทางเดินหายใจชุกชุม 

ความสามารถในการตรวจวินิจฉัยตั้งแต่เริ่มแรก เพื่อยับยั้งการระบาดเป็นเรื่องสำคัญมาก 

มีค่าใช้จ่ายสูง การตรวจที่ดีที่สุดคือการตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัส จะมีความไวสูงสุด

สำหรับประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเพิ่มอัตราการตรวจ โดยเฉพาะในแรงงานต่างด้าว 

บุคคลที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การนำไปไว้รวมกัน ก็สุ่มเสี่ยงต่อการระบาดเป็นอย่างยิ่ง เพราะสภาพแวดล้อม จะเอื้ออำนวยให้เกิดการระบาด 

สิ่งที่ถูกต้องจะต้องทำแบบ State quarantine สำหรับผู้ที่เข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ก่อนที่จะส่งกลับ จะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจำนวนมาก

นับแต่นี้ต่อไป การตรวจวินิจฉัยเชิงรุก ในประเทศไทย จำเป็นที่จะต้องทำเพิ่มขึ้น ขีดความสามารถในการตรวจของประเทศไทย มีสูงมาก 

เพราะขณะนี้มีห้องปฏิบัติการที่ตรวจพันธุกรรมของไวรัสได้ประมาณ 250 แห่ง ปัญหาจึงอยู่ว่าใครจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

ประเทศไทยจำเป็นต้องอาศัยแรงงานจากต่างประเทศ  

การนำเข้าแรงงาน ถ้ามีการ  quarantine  ก็จะมีค่าใช้จ่าย  จึงเป็นเหตุหนึ่งที่ให้แรงงานต่างๆลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

การระบาดในสิงคโปร์และมาเลเซีย ที่ผ่านมา ก็เกิดจากแรงงานต่างประเทศ

เรามีบทเรียนจากสิงคโปร์และมาเลเซีย น่าจะนำมาใช้ในการป้องกัน ไม่ให้เกิดการระบาดเกินการควบคุมของประเทศไทย

 



วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก