"ดิสกุล-ธนพร"ซิวเลขาคุรุสภา-เลขาสกสค."ณัฏฐพล"ย้ำต้องให้เกียรติผู้บริหารสูงสุดศธ.ที่ตัดสินใจเลือก


เพิ่มเพื่อน    

 

1ก.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่ากรกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาและคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งเลขาธิการคุรุสภาและเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) ที่มีการค้างคาการแต่งตั้งมาเป็นเวลานาน ซึ่งทางคณะกรรมการสรรหาก็ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ ดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ให้เป็นไปตามกฎระเบียบ โดยที่ประชุมได้มีมติเลือกนายดิสกุล เกษมสวัสดิ์ ในการพิจารณาสรรหาตำแหน่งเลขาฯ คุรุสภาและเลือกนายธนพร สมศรี ในการพิจารณาสรรหาตำแหน่งเลขาฯ สกสค. และขั้นตอนจากนี้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องดำเนินการเซ็นสัญญาจ้าง เพื่อเข้ารับตำแหน่งและเสนอแผนการบริหารองค์กรภายใน 30 วัน ให้คณะกรรมการพิจารณา อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 ตำแหน่งนี้จะแตกต่างจากตำแหน่งผู้บริหารทั่วไป เพราะต้องมีการประเมินผลการทำงานระยะเวลา 6 เดือนและ 1 ปี ทั้งนี้หากประเมินแล้วไม่ผ่านสัญญาจ้างดังกล่าวก็จะสามารถยกเลิกได้ทันที

“ทั้งนี้ผมหวังว่าเราจะได้ผู้บริหารที่สามารถดำเนินการบริหารงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทั้ง 2 คน ที่ได้รับการคัดเลือกนั้น ผมได้เห็นการทำงานและประสิทธิภาพในการบริหารองค์กรที่อาจจะต้องใช้ความสามารถในการบริหารพอสมควร ดังนั้นจากนี้คงจะเป็นการทำงานที่ต่อเนื่อง ตามแนวทางและนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อที่จะไปขับเคลื่อนงานให้กับกลุ่มที่มีความสำคัญมากๆ ของ ศธ. นั้นคือ ครูและบุคลากรทางการศึกษา ผมหวังว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ จะทำให้เราสามารถขยายผลความสำเร็จในการทำให้ภาระของครูทั้งสวัสดิการและเข้าสู่ตำแหน่งและอื่นๆ จะมีประสิทธิภาพมากขึ้น”รมว.ศธ.กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าการสรรหาเลขาฯ คุรุสภา และเลขาฯ สกสค.มีการล็อคเก้าอี้ทั้ง 2 ตำแหน่งไว้แล้ว นายณัฏฐพล กล่าวว่า ตนคิดว่าเรานำปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องร้องเรียน หรือความไม่ชัดเจนในหลายๆ เรื่อง มาเป็นองค์ประกอบในการดำเนินการ เพื่อไม่ให้เกิดการคาราคาซังของปัญหา และหากมีผู้ที่เห็นว่ากระบวนการสรรหาในครั้งนี้ไม่ถูกต้องก็ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ที่จะร้องเรียนในเรื่องต่างๆ ทั้งนี้ตนมองว่าเราน่าจะให้เกียรติกับผู้บริหารสูงสุดของ ศธ. เพราะหากพิจารณาจากมติการคัดเลือกในครั้งนี้ถือว่ามีมติเป็นเอกฉันท์ ดังนั้นจึงต้องให้คำนึงถึงแนวทางการบริหาร รวมถึงให้เกียรติผู้บริหารของ ศธ.ในการตัดสินใจที่ดำเนินการ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางด้านสวัสดิภาพและสวัสดิการให้กับบุคลากรที่สำคัญที่สุด คือ ครู