ฮ่องกงปูพรมตรวจโควิด ปัดจีนมีแผนเก็บDNA


เพิ่มเพื่อน    

ฮ่องกงเริ่มโครงการปูพรมตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรีเมื่อวันอังคาร แต่ชาวฮ่องกงจำนวนมากไม่เชื่อใจ แม้ทางการฮ่องกงยืนยันจีนไม่ได้มีแผนเก็บดีเอ็นเอ ขณะรัสเซียมีผู้ติดไวรัสเกิน 1 ล้านรายเป็นชาติที่ 4 ของโลก หลายชาติยุโรปเริ่มเปิดโรงเรียนทั่วประเทศ

    การบริการตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรีแก่ชาวฮ่องกงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนารอบที่ 3 ในฮ่องกง ที่เริ่มต้นตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน และทำให้เขตปกครองพิเศษที่มีประชากรหนาแน่นแห่งนี้ต้องรื้อฟื้นมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอีกครั้ง แต่โครงการตรวจเชื้อครั้งใหญ่กลับมีชาวฮ่องกงตอบรับอย่างจำกัด สาเหตุมาจากมีบริษัทตรวจเชื้อจากจีนแผ่นดินใหญ่และแพทย์จีนเกี่ยวข้องด้วย ทำให้ชาวฮ่องกงกลัวว่าทางการจีนจะเก็บรวบรวมข้อมูลและดีเอ็นเอของชาวฮ่องกง ในช่วงยามที่จีนปราบปรามเสียงเรียกร้องปฏิรูปประชาธิปไตย

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 1 กันยายน กล่าวว่า นับแต่ฮ่องกงเปิดให้ประชาชนขึ้นทะเบียนตรวจเชื้อไวรัสเมื่อวันเสาร์ ถึงขณะนี้มีผู้ลงทะเบียนแค่ 650,000 คน หรือราว 9% ของประชากร 7.5 ล้านคน เจ้าหน้าที่กล่าวว่า วันอังคารที่เป็นวันแรกของการตรวจเชื้อ ได้ตรวจประชาชนแล้วราว 80,000 ราย รวมถึงรัฐมนตรีในรัฐบาล

    ฮ่องกงมีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 4,800 ราย นับแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกเมื่อปลายเดือนมกราคม แต่ราว 75% ของผู้ติดเชื้อเหล่านี้ตรวจพบตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี่เอง แคร์รี หล่ำ หัวหน้าคณะบริหารสูงสุดของฮ่องกง กล่าวว่า โครงการตรวจหาเชื้อนี้จะช่วยให้ฮ่องกงรอดพ้นโรคระบาดได้อย่างปลอดภัยและนำไปสู่การรื้อฟื้นกิจกรรมประจำวัน

    หล่ำเคยกล่าวโจมตีพวกที่คัดค้านโครงการนี้ว่า เป็นสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลและต่อต้านปักกิ่ง ที่ไม่ปล่อยโอกาสที่จะสร้างปัญหาและกระพือการเผชิญหน้า แม้แต่เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของประชาชน

    ฝ่ายที่คัดค้าน รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขของฮ่องกงที่ช่วยรัฐบาลต่อสู้กับโรคระบาดนี้ แย้งว่าโครงการนี้ไม่มีประสิทธิภาพ และการจะค้นพบการแพร่เชื้อที่ซุกซ่อนและยุติคลื่นการระบาดขณะนี้จำเป็นต้องตรวจเชื้อครอบคลุมประชาชน 5 ล้านคน ขณะที่การใช้ทีมแพทย์และห้องแล็บของจีนก่อกระแสข่าวลือว่าจีนจะเก็บรวบรวมข้อมูลชีวมิติเพื่อสอดแนมประชาชน แต่รัฐบาลฮ่องกงยืนกรานว่าจะไม่มีการเก็บดีเอ็นเอและไม่มีการส่งไปตรวจที่ห้องแล็บของจีน

    ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่พบระบาดครั้งแรกในจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ถึงขณะนี้มีผู้ติดไวรัสนี้ทั่วโลกแล้วมากกว่า 25.5 ล้านราย เสียชีวิตมากกว่า 850,000 ราย วันอังคารที่ผ่านมารัสเซียมีผู้ติดเชื้อสะสม 1,000,048 ราย ทำให้รัสเซียมีผู้ติดเชื้อเกิน 1 ล้านรายเป็นชาติที่ 4 ต่อจากสหรัฐ, บราซิล และอินเดีย ที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 6 ล้าน, 3.9 ล้าน และ 3.6 ล้าน ตามลำดับ

    วันเดียวกันนักเรียนทั่วรัสเซีย 17 ล้านคน กลับเข้าชั้นเรียนตามปกติในวันแรกของการเปิดภาคเรียนใหม่ เช่นเดียวกับนักเรียนในยูเครน, เบลเยียม และฝรั่งเศส ที่บังคับให้ครูและนักเรียนอายุ 11 ปีขึ้นไปต้องสวมหน้ากากอนามัย

    นครอู่ฮั่นของจีนที่พบการระบาดเป็นแห่งแรกในโลก ก็เปิดโรงเรียนครบทุกระดับแล้วเช่นกันในวันอังคาร หลังจากเปิดโรงเรียนมัธยมปลายไปเมื่อเดือนพฤษภาคม.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก