ชาวบ้านตะเสะร้องนายกฯสร้างเขื่อนริมทะเลทำเดือดร้อนน้ำไหลกลับเข้าท่วมบ้าน


เพิ่มเพื่อน    


 6 ก.ย.63 ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน หมู่ 3 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง จำนวน 15 ครัวเรือน กว่า 75 ชีวิตได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้ปิดทางน้ำ เนื่องจากเดิมที่ดังกล่าวมีท่อระบายน้ำลงสู่ทะเลจำนวน 4 จุด แต่เมื่อมีการก่อสร้าง ได้เปลี่ยนจากท่อระบายน้ำชนิดท่อกลม เป็นท่อชนิดเหลี่ยม ซึ่งเป็นท่อที่มีขนาดใหญ่ขึ้น แต่กลับปิดหัวและท้ายของท่อ ทำให้น้ำขังอยู่ภายในท่อ ประกอบกับทำฝาปิด น้ำไม่สามารถไหลออกจากท่อได้ และที่สำคัญบริเวณปากท่อที่ปิดไม่ให้น้ำไหลผ่านได้ กลับมีกำแพงหินกองใหญ่เป็นแนวยาว ระดับสูงกว่าถนนประมาณ 60-100 ชม.ทำให้น้ำที่ไหลมาจากภูเขาที่สูง กลับไหลลงมายังบ้านเรือนของประชาชน แทนที่น้ำจะไหลลงสู่ทะเลตามท่อระบายน้ำ

ทั้งนี้ส่งผลทำให้น้ำได้ไหลเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชนเสียหาย ข้าวของภายในบ้านเสียหาย สัตว์เลี้ยง เช่นฟาร์มปูม้า และที่ได้รับความเดือดร้อนหนักขนาดนี้คือร้านซ่อม รถจยย.น้ำท่วมครั้งล่าสุด ส่งผลทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์การทำงาน เสียหายไปแล้วมูลค่ากว่า 20,000 บาท เนื่องจากขนย้ายไม่ทัน ที่ผ่านมาชาวบ้านได้ร้องเรียนไปยังอำเภอหาดสำราญ และจังหวัดตรัง รวมทั้งผู้รับเหมา และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้เข้ามาปรับปรุงแก้ไขถึง 3 ครั้ง ก็มีทางเจ้าหน้าที่ ปลัดอำเภอ ลงมาดูพื้นที่ปัญหา แต่ก็กลับเงียบหายไป

ส่วนทางด้าน นายวิวัฒน์ สมบูรณ์สร้าง  52 ปี บ้านเลขที่ 3 ม.3 ต.ตะเสะ อ.หาดสำราญ เจ้าของแพปู และฟาร์มปู กล่าวว่า ทุกครั้งที่เกิดฝนตกน้ำก็ท่วมตลอด ตั้งแต่เริ่มมีตัวเขื่อนตรงนี้ ตนอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยปรับปรุงแก้ไขโดยด่วน อยากให้มีการปล่อยน้ำที่ท่วมขังอยู่ และหากฝนตกครั้งต่อไปก็ไม่อยากให้น้ำขัง ฝากถึงผู้ว่าฯด้วย เพราะคนที่อยู่ตรงนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก ขอให้มาตรงนี้โดยด่วน ทุกคนต้องการความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินตรงนี้ด้วย แต่หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไขพวกเราก็จะทำการประท้วงด้วย ที่ผ่านมาน้ำท่วมก็มีทางนายอำเภอมาดูแลบ้าง แต่ครั้งนี้ท่วมหนักกว่าครั้งที่ผ่านมา หลังจากมีการทำเขื่อนนี้ก็เกิดน้ำท่วมหนัก สำหรับชาวบ้านก็ไม่มีหลักประกันอะไร ตนไม่ได้ต้องการโจมตีใคร แต่อยากให้มาแก้ไขในส่วนที่เราเดือดร้อน

ขณะที่ นายชัยวัฒน์ ชูช่วย 32 ปี บ้านเลขที่ 65/1ม.3 ต.ตะเสะ อ.หาดสะราญ ตำแหน่ง เลขานุการนายก อบต.ตะเสะ กล่าวว่า ทางโยธาจังหวัดเคยมาดู มาเปิดฝาท่อ แต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะสาเหตุน้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากน้ำไม่สามารถระบายลงสู่ทะเลได้ เพราะได้มีการทำเขื่อนปิดปากทางระบายน้ำทั้ง 4 จุด ทาง ครั้งนี้ก็ท่วมเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ก็วอนขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงมาดูความเดือดร้อนของชาวบ้าน และมาช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน ด้วยการมาเปิดทางระบายน้ำ ให้สามารถลงสู่ทะเลได้

ทางด้าน นายจีรศักดิ์  รักห่วง 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.3 ต.ตะเสะ เจ้าของร้านซ่อมรถ จยย. กล่าวว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.00-19.00 น.ได้เกิดฝนตกหนัก ทำให้น้ำไหลเข้ามาทางหน้าบ้าน และขังอยู่ที่หลังบ้าน เกิดท่วมขังเป็นเวลา 3-4 ชั่วโมง ก็ได้ช่วยกันขนของออกจากบ้านแต่ไม่ทัน มีอุปกรณ์ซ่อมรถ และเครื่องใช้ไฟฟ้าพังเสียหาย กว่า 20,000 บาท

อย่างไรก็ตามชาวบ้านที่ได้รับความเดือดร้อน จึงอยากร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนฝากถึง พลเอก ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงมาแก้ไขความเดือดร้อนของชาวบ้านที่นี่ หรือสั่งการจังหวัด เพราะในพื้นที่หลังจากร้องเรียนไปแล้วก็ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ทุกคนอยู่กันอย่างหวาดผวา เมื่อฝนตกลงมา ขณะนี้เรื่องของการแก้ไขเบื้องต้น ควรที่จะให้ปรับแก้ ด้วยการเปิดปากท่อทั้งสองด้านและเปิดกำแพงหินที่กั้นอยู่ออก ให้น้ำจากท่อลงสู่ทะเล เพื่อได้บรรเทาทุกข์ของพี่น้องประชาชนก่อน ส่วนการแก้ไขอย่างยั่งยืนและถาวรนั้นเป็นหน้าที่ของเจ้าของโครงการฯ.


อยู่เพื่อเรียนรู้กันไป... ไทยโพสต์ ๒๕ ปี...เข้าเบญจเพสพอดิบพอดี เทียบแล้วก็รุ่นราวคราวเดียวกับคนรุ่นใหม่ ที่จัดชุมนุมกันอยู่ในช่วงเวลานี้

เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'