อินเดียติดโควิด4.2ล้าน แซงบราซิลขึ้นอันดับ2ของโลก


เพิ่มเพื่อน    

อินเดียมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่มากกว่า 90,000 คนอีกในวันจันทร์ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเกิน 4.2 ล้านราย มากเป็นอันดับ 2 ของโลกแทนที่บราซิล แต่กรุงนิวเดลีและอีก 12 เมืองยังคงเดินหน้าเปิดเดินรถไฟใต้ดินหลังชัตดาวน์นาน 5 เดือน

ผู้โดยสารสวมหน้ากากอนามัยนั่งภายในรถไฟใต้ดินกรุงนิวเดลีเมื่อวันจันทร์

    ประเทศเอเชียใต้แห่งนี้สร้างสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นรายวันมากที่สุดในโลกเป็นวันที่ 3 ติดต่อกันแล้ว โดยข้อมูลยืนยันของทางการอินเดียในวันจันทร์ที่ 7 กันยายน มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาอีกเกือบ 91,000 ราย ซึ่งทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในอินเดียเพิ่มเป็นอย่างน้อย 4.2 ล้านราย มากกว่าบราซิลซึ่งมียอดผู้ติดเชื้อสะสม 4.1 ล้านรายในเวลาแบบเรียลไทม์ของวันจันทร์ ส่วนสหรัฐยังคงเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อสะสมมากที่สุดที่ 6.2 ล้านราย

    ผู้เชี่ยวชาญกล่าวกันว่า ยังไม่มีสัญญาณว่าการแพร่ระบาดในประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลกแห่งนี้ถึงจุดสูงสุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแพร่เชื้อในเมืองใหญ่เช่นกรุงนิวเดลีหรือมุมไบ หรือการแพร่ระบาดในชนบทที่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขมีจำกัด

    แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะแซงบราซิลขึ้นเป็นอันดับ 2 ของโลก แต่อินเดียมีผู้เสียชีวิตเพียง 71,642 ราย มากเป็นอันดับสาม รองจากสหรัฐที่มีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเกือบ 193,000 ราย และบราซิลที่เสียชีวิตแล้ว 126,000 ราย

    เจ้าหน้าที่อินเดียกล่าวว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มมากขึ้นสะท้อนอัตราการตรวจเชื้อที่สูงขึ้นทั่วประเทศ ส่วนอัตราหายจากโรคที่สูงนั้นแสดงให้เห็นว่ายุทธศาสตร์การตรวจเชื้อ, ติดตาม และรักษานั้นกำลังได้ผล และสถานการณ์ถือว่าอยู่ในความควบคุมสำหรับประเทศที่มีขนาดเท่านี้

    เมื่อวันจันทร์ รถไฟใต้ดินในกรุงนิวเดลีกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งหลังจากถูกปิดไปนาน 5 เดือน เช่นเดียวกับรถไฟใต้ดินในอีก 12 เมือง อาทิ อาห์เมดาบาดในภาคตะวันตก และลัคเนาทางภาคเหนือ ทางการอินเดียบังคับใช้มาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ผู้โดยสารต้องสวมหน้ากากอนามัย, เว้นระยะห่างทางสังคมและตรวจวัดอุณหภูมิ แต่ชั่วโมงเร่งด่วนช่วงเช้ายังมีผู้มาใช้บริการบางตา ในวันพุธนี้กรุงนิวเดลีจะผ่อนคลายมาตรการเพิ่มเติมโดยอนุญาตให้บาร์เปิดบริการได้

    รัฐบาลของนายกฯ นเรนทรา โมดี กำลังถูกกดดันมากขึ้นให้พลิกฟื้นเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างมาก หลังจากการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเมื่อเดือนมีนาคมทำให้ธุรกิจปิดตัวจำนวนมาก แรงงานหลายล้านคนตกงาน จีดีพีหดตัวถึง 24% ในไตรมาส 2

    หลายประเทศในโลกก็กลับมาเผชิญการแพร่ระบาดรอบที่ 2 หรือรอบที่ 3 ที่ทำให้รัฐบาลต้องกลับมาบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์จำกัดการเดินทาง หรือขยายมาตรการนี้ออกไปอีก เช่น ฝรั่งเศส, อิสราเอล และออสเตรเลีย ขณะที่ยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลกเกิน 27 ล้านราย และเสียชีวิตเกือบ 890,000 ราย

    อังกฤษ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในประเทศที่สถานการณ์รุนแรงที่สุด กลับมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 3,000 รายเมื่อวันอาทิตย์ ซึ่งสูงที่สุดนับแต่ปลายเดือนพฤษภาคม แมตต์ แฮนค็อก รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้ติดเชื้อรอบล่าสุดนี้ส่วนใหญ่เป็นคนหนุ่มสาว.


ส.ส.เพื่อไทย "กรีดเลือดในสภา" ประกอบฉากไล่ให้นายกฯ ลาออกเย็นวาน (๒๗ ต.ค.๖๓) นั้นไม่น่าเจ็บตัวเปล่านะ!เพราะฉากนั้น "ยึดพื้นที่ข่าว" ได้แน่ 

นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์