เมียนมาเปิดฉากหาเสียงเลือกตั้งแม้ไวรัสแพร่ไม่หยุด


เพิ่มเพื่อน    

นางอองซาน ซูจี ผู้นำรัฐบาลพลเรือนเมียนมา ชักธงพรรคเอ็นแอลดีเปิดฉากการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไป หวังกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัยด้วยชัยชนะถล่มทลายเดือนพฤศจิกายนปีนี้ แม้การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ต้องลดขนาดการหาเสียงลง โดยเมียนมายังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่เกือบ 100 คนอีกในวันอังคาร

แฟ้มภาพ ผู้สนับสนุนนางอองซาน ซูจี เดินผ่านร้านขายเสื้อยืดสกรีนภาพนางซูจีที่นครย่างกุ้งเมื่อเดือนสิงหาคม

    การเลือกตั้งของเมียนมาวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ ถูกมองว่าเป็นทดสอบรัฐบาลจากการเลือกตั้งชุดแรกของเมียนมาในรอบกึ่งศตวรรษ และนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าเป็นบททดสอบสำคัญของการเปลี่ยนผ่านจากระบอบทหารในช่วงยามที่เมียนมาต่อสู้กับวิกฤติหลายด้าน

    "วันนี้ การหาเสียงเพื่อชัยชนะของเราเริ่มต้นขึ้นแล้ว" นางซูจี ซึ่งเคยนำพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) กวาดชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2558 กล่าวก่อนชักธงของพรรคขึ้นสู่ยอดเสา ณ ที่ทำการพรรคในกรุงเนปยีดอ โดยพิธีนี้ถ่ายทอดสดทางหน้าเฟซบุ๊กของนาง

    นางซูจี ซึ่งเป็นผู้นำรัฐบาลพลเรือนโดยพฤตินัยผ่านตำแหน่งมนตรีแห่งรัฐ เคยมีแผนจะเปิดฉากการหาเสียงที่นครย่างกุ้ง แต่ได้ยกเลิกแผนการเดินทางไปเมืองหลวงเก่าแห่งนี้เมื่อวันจันทร์ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19

    แม้เมียนมาจะมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องรายวัน แต่เมียนมายืนกรานจะจัดการเลือกตั้งตามกำหนด โดยปรับลดขนาดการหาเสียงลง ในพิธีเมื่อเช้าวันอังคาร นางซูจีมีอุปกรณ์ป้องกันพร้อมพรัก ทั้งหน้ากากอนามัยสีแดงที่เป็นสีสัญลักษณ์ของพรรค, สวมกระบังหน้าพลาสติก, สวมถุงมือยาง

    ในคำปราศรัย นางซูจีกล่าวขอบคุณผู้สนับสนุนทั่วประเทศ ที่ติดธงสีแดงของพรรคเอ็นแอลดีไว้ที่บ้าน "ข้าพเจ้าอยากบอกว่า การทำให้ธงแห่งชัยชนะของเรายั่งยืนยาวนานหมายถึงการสร้างสันติภาพ, การพัฒนา และความเจริญรุ่งเรืองยั่งยืนยาวนานเช่นกัน"

    แม้นางซูจีจะมีชื่อเสียงด่างพร้อยในสายตาต่างชาติ สืบเนื่องจากการนิ่งเฉยต่อปฏิบัติการของกองทัพที่ปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่เมื่อปี 2560 แต่นางยังคงได้รับความนิยมในหมู่ชาวเมียนมา แม้คาดกันว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคของนางจะชนะ แต่ได้ที่นั่งน้อยลง

    วันเดียวกัน ที่ย่างกุ้ง พรรคผู้บุกเบิกของประชาชน (พีพีพี) ก็ใช้สีฟ้าเป็นสัญลักษณ์ก็เริ่มเปิดฉากหาเสียงเช่นกัน พรรคนี้นำโดยนางเต็ต เต็ต คาย นักธุรกิจหญิงที่ถูกขับออกจากพรรคเอ็นแอลดีเมื่อปีที่แล้ว และอ้างว่าพรรคตนเป็น "ทางสายกลาง" ระหว่างพรรคของนางซูจี กับกองทัพ

    การเตรียมการเลือกตั้งของเมียนมาครั้งนี้เกิดท่ามกลางการระบาดของไวรัสโคโรนาที่กำลังบีบคั้นเศรษฐกิจของเมียนมา ธนาคารโลกทำนายว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจเมียนมาในปีงบประมาณนี้จะลดลงจาก 6.8% เหลือเพียง 0.5%

    เมียนมาไม่พบการแพร่เชื้อในประเทศนานหลายสัปดาห์ และได้เริ่มผ่อนคลายมาตรการหลายด้าน กระทั่งกลางเดือนที่แล้วกลับตรวจพบผู้ติดเชื้อหลายรายในรัฐยะไข่ ถึงวันอังคาร เมียนมามีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 1,610 รายแล้ว โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 92 ราย และมีผู้เสียชีวิต 8 รายเท่าเดิม

    ทางการได้ล็อกดาวน์ย่างกุ้งบางส่วนอีกครั้ง ปิดกั้นกรุงเนปยีดอ และออกคำสั่งให้ประชาชนในหลายเมืองอยู่บ้าน ห้ามการนั่งรับประทานในร้านอาหารและบาร์ และปิดโรงเรียนทั่วประเทศ พร้อมจำกัดเที่ยวบินทั้งขาเข้าและออก ส่วนการหาเสียงจำกัดให้มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 50 คน.


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'