กรมศิลป์ฯชำระ”กากี” วรรณคดีล้ำค่า  ในรอบ 60 ปี  พร้อมจัดพิมพ์เป็นหนังสือเผยแพร่


เพิ่มเพื่อน    

9 ก.ย.63- ที่หอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี  นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร  กล่าวว่า เรื่องกากีเป็นที่รู้จักในสังคมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา กวีไทยนำมาสร้างสรรค์เป็นร้อยกรองหลายรูปแบบทั้งคำฉันท์ กลอนสวด กาพย์เห่ คำกลอน บทเห่กล่อมพระบรรทมและลิลิต แต่ละสำนวนนับเป็นมรดกวัฒนธรรมด้านวรรณศิลป์ที่ล้ำค่าของชาติ กรมศิลปากรตระหนักถึงความสำคัญของวรรณคดีเรื่องกากีจึงได้ตรวจสอบชำระและจัดพิมพ์หนังสือ“กากีคำกลอนและลิลิตกากี” ขึ้นเพื่อเผยแพร่วรรณคดีเรื่องสำคัญของชาติ  โดยนายบุญเตือน ศรีวรพจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ เป็นผู้ตรวจสอบชำระหนังสือนี้ 


วรรณคดีเรื่องกากี ที่พิมพ์อยู่ในหนังสือ ประกอบด้วย กากีคำกลอน เนื้อหาแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือภาคต้นและภาคปลาย กากีคำกลอนภาคต้นเป็นผลงานของเจ้าพระยาพระคลัง(หน) กวีเอกในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช กากีคำกลอนสำนวนนี้ นับเป็นวรรณคดีคำกลอนเรื่องเอกของไทยใช้เป็นบทขับร้องในวงมโหรีสืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยที่แต่ง จึงเรียกกันอีกอย่างหนึ่งว่า“บทมโหรีเรื่องกากี” กรมศิลปากรตรวจสอบชำระและพิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ.2503  แต่เนื่องจากมีต้นฉบับสมุดไทยเก็บรักษาไว้ที่หอสมุดแห่งชาติหลายฉบับ แต่ละฉบับมีถ้อยคำลักลั่นแตกต่างกัน  กรมศิลปากรจึงตรวจสอบชำระใหม่ดังที่พิมพ์อยู่ในหนังสือนี้ 


ส่วนกากีคำกลอนภาคปลายนั้น  มีผู้ผูกเรื่องแต่งต่อจากกากีคำกลอนภาคต้นไปจนจบบริบูรณ์ พิจารณาจากสมุดไทยต้นฉบับและสำนวนกลอนน่าจะแต่งขึ้นราวรัชกาลที่4 ถึงรัชกาลที่5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ กากีคำกลอนภาคปลายนี้ กรมศิลปากรยังไม่เคยพิมพ์เผยแพร่มาก่อน ส่วนลิลิตกากีแต่งเป็นลิลิต ประกอบด้วยโคลงและร่ายแต่งสลับกัน มีโคลงท้ายเรื่องบอกไว้ว่า แต่งขึ้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ลิลิตกากี จึงเป็นวรรณคดีเรื่องกากีอีกสำนวนหนึ่งที่พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก ซึ่งผู้สนใจสามารถซื้อหนังสือ“กากีคำกลอนและลิลิตกากี” ได้ที่ร้านหนังสือกรมศิลปากร เทเวศร์ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่www.bookshop.finearts.go.th จำหน่ายราคาเล่มละ230 บาท ศก.จัดพิมพ์ทั้งหมด 1,000 เล่ม ปกหนังสือเป็นภาพลายเส้นสีทองครุฑหน้าตรงจับนาคงดงาม ออกแบบโดยอาจารย์สมชาย ศุภลักษณ์อำไพพร  นายช่างศิลปกรรมอาวุโส สำนักช่างสิบหมู่ 

 

การแสดงมโหรีประกอบละครจากวรรณคดี" กากี"


ป๊อบแป๊บ "ไทยโพสต์" ๒๕ ปี ไม่ถือว่านาน แต่การที่ต้องอีโหลกโขลกเขลกกว่าจะผ่านในแต่ละปี นั่นแหละ ทำให้รู้สึกว่า ๒๕ ปี โอ้โห...นานเหลือเกิน!

'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ