'บิ๊กตู่' เตือนอย่าให้ 'โยกย้ายทหาร' ทำกองทัพแตกแยก กำชับต้องเป็นหนึ่งเดียว ปกป้องอธิปไตย


เพิ่มเพื่อน    

11 ก.ย.63 -  พันเอกศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยผลการประชุม หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก วาระพิเศษ โดยมี พล.อ. อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.เป็นประธาน โดยระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กห. ได้ฝากข้อห่วงใย เรื่องการปรับย้ายของกองทัพบก ซึ่ง รมว.กห. ได้เน้นย้ำว่ากองทัพบกต้องเป็นหนึ่งเดียว เป็นเสาหลักในการปกป้องอธิปไตยของชาติ กองทัพบก จะมีการแตกแยกไม่ได้ การปรับย้ายทุกปี ย่อมมีคนสมหวังไม่สมหวัง

ในฐานะเป็น รมว.กห. ในการปรับย้ายนายทหารระดับชั้นนายพล ผบ.ทบ. ได้หารือส่วนตัวกับ รมว.กห. ให้ท่านได้ตัดสินใจพิจารณาในตำแหน่งต่าง ๆ ให้เหมาะสม โดยพิจารณาจากขีดความสามารถ มากกว่าการพิจารณาจากอาวุโสรุ่น ทั้งนี้ขอให้เชื่อมั่นว่าทุกคนทุกหน่วย จะต้องมีโอกาสเจริญก้าวหน้าที่ทัดเทียม สลับปรับเปลี่ยนหมุนเวียนให้มีการระบายอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์  กล่าวเปิดเผยว่า ได้รับทราบข้อมูลจากช่องทาง สายตรง ผบ.ทบ. เรื่องที่ต้องแก้ไขมากที่สุดอันดับหนึ่งคือ การเลื่อนยศ ตำแหน่ง เบี้ยเลี้ยง เงินเดือน รองลงมาคือ สวัสดิการกำลังพล และ อันดับสุดท้ายคือการถูกลงโทษโดยไม่ได้รับความเป็นธรรม หลายเรื่องที่ร้องเรียนเข้ามาที่ศูนย์ร้องเรียนเรื่องร้องทุกข์ สายตรง ผบ.ทบ. แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง เรื่องเหล่านี้ แม่ทัพ, ผบ.พล. ไม่มีทางทราบ

ดังนั้น ผบ.หน่วย ทุกระดับจะต้องใส่ใจสวัสดิการ สิทธิ กำลังพลของลูกน้อง ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา อย่าปล่อยปละละเลยเด็ดขาด แม้ว่าหลายกรณีอาจจะเกิดมาก่อนหน้าที่ท่านดำรงตำแหน่งแล้วก็ตาม ผลลัพธ์ที่จะสะท้อนประสิทธิภาพผู้นำหน่วยได้มากที่สุด คือกำลังพลมีผู้นำที่พึ่งพาได้ เป็นแบบอย่างได้ หน่วยจะดีได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับหน่วย จึงอยากสะท้อนให้ ผบ.หน่วย ผู้บังคับบัญชาได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย

พล.อ. อภิรัชต์ ยังสรุปในหัวข้อ “2 ปีในการร่วมกันปฏิรูปกองทัพบก” โดยได้มีการยกประสบการณ์ชีวิตมาแลกเปลี่ยนให้ผู้บังคับหน่วยที่เข้าร่วมประชุมโดยกล่าวว่า "สำหรับผมแล้ว ธง คือ เครื่องเตือนสติ ทุกครั้งที่รับส่งธง จะนึกเสมอว่า อะไรอยู่ภายใต้ผืนธง ธงผู้พัน ธงผู้การ ต่างก็มีภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน ทุกผืนธงมันหนัก เพราะมันคือ ความรับผิดชอบ ไม่ใช่เพียงเรื่องของเกียรติยศศักดิ์ศรี  การสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่กองทัพบก ต้องเริ่มที่ ต้นน้ำ ต้นกำเนิด ทั้งทหารกองประจำการ นักศึกษาวิชาทหาร อาสาสมัครทหารพราน นักเรียนนายสิบ นักเรียนนายร้อย ต้นน้ำเหล่านี้จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องได้รับการปรับปรุงพัฒนาหลักสูตร ระเบียบ หลักเกณฑ์ ให้สอดคล้องกับยุคสมัย บริบท และทัศนคติของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน" พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว

ทั้งนี้ ผบ.ทบ. ได้ยกตัวอย่างการพัฒนาปรับปรุงระเบียบทรงผมของ นศท., โครงการลบรอยสักให้แก่นักเรียนนายสิบ, การเปิดโอกาสให้ทหารกองประจำการได้เรียนหลักสูตรส่งทางอากาศ, การสร้างและพัฒนาหลักสูตรโรงเรียนทหารพราน, หลักสูตร English program ของ รร.จปร. ซึ่งโครงการนี้ กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงให้ความสนใจและชื่นชม

อีกทั้ง ผบ.ทบ. ได้เชื่อมโยงให้เห็นถึงความสำคัญที่มีการปรับเกณฑ์การทดสอบร่างกาย และการทดสอบภาษาอังกฤษ ของผู้บังคับหน่วย ระดับผู้การและผู้พัน เหตุผลที่ผู้บังคับหน่วยต้องผ่านมาตรฐานดังกล่าว เพราะการเป็นผู้นำ ผู้บังคับหน่วย จะเป็นตัวสะท้อนขีดความสามารถและประสิทธิภาพของหน่วย ต้องสามารถดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี จึงจะสามารถเป็นผู้นำที่ดี นำพาหน่วยเจริญก้าวหน้าได้

สำหรับการจัดระบบกองทัพบก ให้มีความโปร่งใส มีมาตรฐานสากล ผบ.ทบ. ระบุว่า ปัจจุบันกองทัพบกได้เผชิญกับความท้าทายหลายรูปแบบ หนึ่งในเรื่องที่ ผบ.ทบ. ได้หารือร่วมกับหลายฝ่าย คือ เรื่องการจัดการสวัสดิการกำลังพลกองทัพบกให้มีความโปร่งใส เป็นที่เชื่อมั่นของสังคม รวมทั้งก่อประโยชน์แก่กำลังพลและครอบครัว รวมถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติด้วย

ดังนั้นจึงมีการจัดสวัสดิการในเชิงธุรกิจของกองทัพบก กับกรมธนารักษ์ และสวัสดิการภายในกองทัพบก อาทิ สถานพักฟื้นสวนสนประดิพัทธ์ สนามกอล์ฟ ซึ่งยืนยันว่า กำลังพลกองทัพบกจะได้รับสวัสดิการที่ทั่วถึง ราคาเท่าเดิม เพิ่มเติมคือการบริการระดับเยี่ยม เท่าเทียมมาตรฐานสากล ทั้งนี้หัวใจสำคัญก็คือ ทหารอาชีพ อาจจะไม่มีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการโรงแรม บริหารจัดการสนามกอล์ฟ เพราะโรงเรียนนายร้อยไม่มีหลักสูตรเหล่านี้ ดังนั้นการทำงานร่วมกันกับมืออาชีพ จึงน่าจะเป็นแนวทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญยิ่งในการเป็นผู้บังคับบัญชา จะต้องใส่ใจเรื่องสวัสดิการของผู้ใต้บังคับบัญชา เรื่องเดือดร้อนต่างๆ ทั้งทางด้านการเงิน ครอบครัวของกำลังพลไม่ได้รับการเยียวยา จากการเสียชีวิต หรือทุพพลภาพของกำลังพลระหว่างปฏิบัติหน้าที่ เรื่องเหล่านี้คือขวัญและกำลังใจ

ในช่วงท้าย ผบ.ทบ. ได้ฝากข้อคิดในการทำงาน ให้มีวินัย พอเพียง ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา หน่วยจะดีไม่ดีพิจารณาที่ผู้บังคับหน่วย คิดนอกกรอบได้แต่ไม่ผิดระเบียบ เมื่อสั่งอะไรตนเองต้องทำได้เช่นกัน และการกำกับดูแลคือผลลัพธ์ของความสำเร็จ สิ่งที่หายากคือโอกาส ตอนนี้ทุกท่านได้โอกาสเป็นผู้บังคับหน่วย ต้องหาวิธีลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ

โดยส่วนตัว ผบ.ทบ. กล่าวว่า มีท่านนายกฯ เป็นแบบอย่าง ตั้งแต่ท่านดำรงตำแหน่งเป็น ผบ.ทบ. เวลาไปไหนมาไหน จะพยายามลดภาระกำลังพลที่ต้องมารับมาส่ง การไปตรวจเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ จะทำให้เราเห็นปัญหา หลายๆเรื่อง เพียงแค่ขาดการเอาใจใส่ดูแล ธุระไม่ใช่ ดังนั้นหาก ผบ.หน่วย ลงไปคลุกคลีกับลูกน้องบ้าง พูดคุย รับฟัง นั่งกินข้าวกับลูกน้อง เราอาจจะได้รับรู้อะไรดี ๆ เป็นขวัญกำลังใจของผู้ใต้บังคับบัญชา


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก