ว่าด้วยความลำบากใจของพวกมนุษย์นิยม


เพิ่มเพื่อน    

d:\12po

ทรรศนะ/ฉบับอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. 63/ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์

 

                                                                                (1)

อ่านเรื่องราวที่คุณทวด ไซรรงค์ สุวรรณคีรี หยิบเอาเหตุการณ์ในอดีต อย่าง 6 ตุลาคม 2519 กลับมาเล่าใหม่ จะเพื่อให้เป็นอุทาหรณ์ สอนใจ หรือเพื่ออะไรต่อมิอะไรก็แล้วแต่ กับเรื่องที่คุณพี่ สุธรรม แสงประทุม อดีตผู้นำนักศึกษาในห้วงระยะเวลาเดียวกัน ออกมาโพสต์โน่น โพสต์นี่ อันที่จริง...ก็ไม่น่าจะมีอะไร ขัดกัน เอาเลยแม้แต่น้อย แต่อาจเน้นหนัก ให้ความสำคัญ กับรายละเอียดของเหตุการณ์ แบบออกไปทาง คนละเรื่อง-คนละม้วน นั่นซะล่ะมากกว่า...

                                                                                 (2)

            คือคุณทวด ไซรรงค์ ท่านคงพยายายามหยิบเอาเรื่อง ความแรง-ไม่แรง ของการก่อม็อบ ก่อการประท้วง เมื่อครั้งอดีต มาใช้เป็นอุทาหรณ์ สอนใจ ต่อบรรดาหนูเล็กๆ เด็กๆ ทั้งหลายในปัจจุบัน ตามแบบฉบับ ผู้หลัก-ผู้ใหญ่ หรือคนแก่ คนชรา โดยทั่วไปนั่นแหละ ส่วนคุณพี่ สุธรรม แสงประทุม ที่เคยเป็นอดีตผู้นำเด็ก ผู้นำเยาวชน ส่วนปัจจุบันจะเป็นอะไรก็คงต้องไปสรุปกันเอาเอง แต่ในฐานะที่ท่านเคยอยู่ในเหตุการณ์ หรือในฐานะส่วนหนึ่งของรายละเอียด ท่านเลยคงต้องออกมาพูด ออกมาอธิบายอะไรต่อมิอะไรไปตามเรื่อง ตามราว โดยจะมุ่งให้เกิดอุทาหรณ์ สอนใจ หรือให้เกิดอะไรตามมา คงต้องลองไปสอบถามท่านเอาเองก็แล้วกัน...

                                                                                   (3)

            แต่ในฐานะที่ อันตัวข้าพเจ้าเอง ช่วงนั้น...ดันมีบัตรสมาชิก สมาคมเสือก หรือดันคิดจะไปเกี่ยวข้อง พัวพัน กับเรื่องทำนองนี้อยู่บ้าง แม้ไม่มีใครเขาอยากให้เข้าไปเกี่ยว อยากให้เข้าไปพัวพัน เพราะนอกจากไม่ได้มีสถานะเกี่ยวข้องใดๆ กับบรรดาเด็กๆ หรือนิสิตนักศึกษาโดยทั่วไป ยังแถมมีลักษณะอาการที่ผู้คนบางกลุ่ม บางเหล่า เขาออกจะ ไม่ไว้วางใจ อย่างเป็นพิเศษอีกต่างหาก ถึงขั้นต้องออกพ็อกเกตบุ๊ก ออกหนังสือด่า หาว่าเป็น สายลับ ประเภท กอ.รมน. หรือ ซีไอเอ ไปเลยถึงขั้นนั้น ก็เลยอดไม่ได้ที่จะอาศัยสถานะ สมาชิกสมาคมเสือกกิตติมศักดิ์ หาทางเข้าไปเกี่ยวข้อง พัวพัน เพื่อให้เกิดการ ลดระดับความแรง ลงมามั่ง แม้แต่นิดๆ ก็ยังดี แบบเดียวกันที่คุณทวด ไซรรงค์ ท่านพยายามเกลี้ยกล่อม โน้มน้าวพวกเด็กๆ ตามความมุ่งหมายและวัตถุประสงค์ของ ดร. ป๋วย อึ้งภากรณ์ อะไรทำนองนั้น...

                                                                                     (4)

            คือด้วยเหตุเพราะไม่อยากให้เกิด อันตราย กับใครต่อใครกันเป็นหลักนั่นแหละ หรือด้วยอารมณ์-ความรู้สึกแบบพื้นๆ ของผู้ที่ไม่อยากเห็นเลือด เห็นเนื้อ คนไทยด้วยกันเอง ไม่อยากให้เกิดการรบ-รา-ฆ่าฟัน แบบชนิดดุเดือด รุนแรง แม้เป็นอารมณ์-ความรู้สึกแบบทื่อๆ ง่ายๆ หรือแทบไม่ได้มีอะไรสลับซับซ้อน แบบ ทฤษฏีการเมือง ของพวกนักคิดฝ่ายซ้าย ที่ออกจะมีบทบาท อิทธิพลครอบคลุมไปในหมู่บรรดาพวกเด็กๆ หรือบรรดาพวกแกนนำ แกนนั่ง แกนนอน ในช่วงระยะนั้น พูดง่ายๆ ว่า...ไม่อยากเห็นการ พาคนไปตาย เป็นอันดับต้นๆ นั่นเอง แม้ตัวเองจะมีแค่ บัตรสมาชิกสมาคมเสือก อยู่ในมือล้วนๆ แต่ก็พยายามออกเรี่ยว ออกแรง อยู่ตามสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...เมื่อเห็นการ ปาระเบิด เข้าใส่พวกนิสิตนักศึกษา ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา แค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง ขณะกำลังทำข่าวอยู่ที่กรมตำรวจ เล่นเอาน้ำตาซึม น้ำตาไหล จนต้องพยายามหาทางเสือกแล้ว-เสือกอีก กันจนได้...

                                                                                      (5)

            โดยแม้ว่า ช่องทาง ที่พอจะช่วยให้มีโอกาส เสือก นั้น...ออกจะน้อยนิดเอามากๆ คืออาศัย พรรคพวก หรือที่เขาเรียกว่า จัดตั้ง ของตัวเองนั่นแหละ เข้าไป เสือก ในที่ประชุมนิสิตนักศึกษา ให้หาทาง ลดระดับความรุนแรง ให้ลดๆ เข้าไว้ เช่น แม้อยากจะชุมนุม อยากก่อม้ง ก่อม็อบอะไรก็แล้วแต่ แต่ขอความกรุณาให้ ชุมนุมเร็ว-สลายเร็ว หรืออย่าได้ก่อให้เกิด เงื่อนไข หรือ เหตุปัจจัย อันจะนำไปสู่การล้อมปราบ การไล่ทุบ ไล่กระทืบ ไล่เข่นฆ่าสังหารผู้ที่มีเพียงแค่ มือเปล่า เท่านั้นเอง แต่ก็นั่นแหละ...ท้ายที่สุด ก็ออกไปทาง เงิบ แบบเดียวกับคุณทวด ไซรรงค์ สุวรรณคีรี เช่นเดียวกัน คือไม่อาจถ่วงรั้ง เหนี่ยวรั้ง ให้พวกเด็กๆ นิสิตนักศึกษา เขา ใส่เกียร์เดินหน้า ไปสู่ความปรารถนาและต้องการของพวกเขาได้เลย...

                                                                                        (6)

            ส่วนอะไรถูก-อะไรผิด อะไรเหมาะ-อะไรควร คงไม่ต้องเสียเวลามาฟื้นฝอยหาตะเข็บกันในทุกวันนี้ เพราะยังไงๆ...สิ่งที่ว่ามันก็ได้ผันผ่านมาแล้วเกือบครึ่งศตวรรษเอาเลยก็ว่าได้ ไม่จำเป็นต้องไป ขุดซากวัตถุทางโบราณคดี มาโพสต์โน่น โพสต์นี่ ให้ต้องเสียเวลาทำมาหารับประทานโดยใช่เหตุ แต่สิ่งหนึ่ง...ที่อาจยังถือเป็นเรื่อง คาใจ อยู่บ้าง ก็คือ เมื่อ ความรุนแรง ได้กลายมาเป็นตัวตอบสนองความปรารถนาและต้องการของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายขวาหรือฝ่ายซ้าย คือฝ่ายขวานั้นได้ฆ่า ได้ปราบ จนแทบเหี้ยนเตียนไปทั้งแผ่นดิน ส่วนฝ่ายซ้ายก็สามารถระดมผู้คน เข้าป่า ได้อย่างเป็นระบบและเป็นกิจการ แต่ครั้นเมื่อด้วยความเวทนา สงสาร หรือด้วยอารมณ์-ความรู้สึกแบบทื่อๆ ง่ายๆ แบบปุถุชนคนธรรมดาอีกนั่นแหละ ที่ไม่อยากเห็นพวกเด็กๆ นิสิตนักศึกษาต้องฆ่า ถูกยิง อยู่ในป่าเขาลำเนาไพร ก็เลยหันไป ให้ใจ กับพวกเด็กๆ เขาเป็นหลัก แต่ยังให้ไม่ได้เท่าไหร่...พวกเด็กๆ เขาก็ดันโผล่ออกมาจากป่า แล้วหันมาด่าคอมมิวนิสต์ด้วยกันเองแบบสาดเสีย เทเสีย จนทำให้แม้ทุกวันนี้...ก็ยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจน ว่าอะไรถูก-อะไรผิด อะไรเหมาะ-ไม่เหมาะ ควร-ไม่ควร!!!.

                                                                   ---------------------------------------------------------

 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?