'นิกกี้ ณฉัตร'เกือบหมดอนาคตเพราะติดพนันบอล


เพิ่มเพื่อน    

 

 

          เป็นคนชัดเจนทุกเรื่อง สำหรับ นิกกี้-ณฉัตร จันทพันธ์ ที่ได้มาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษในรายการ Club Friday Show  โดยเจ้าตัวได้ตอบตรงแบบหมดเปลือกไม่ว่าจะเรื่องความรัก หรือเรื่องที่ตัวเองเคยทำผิดพลาดอย่างยิ่งใหญ่ในชีวิต คือการที่ทำให้คุณแม่ของตัวเองเสียใจเหตุเพราะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ และยอมรับว่าช่วงหนึ่งของชีวิตเคยติดพนันบอลอย่างหนักจนต้องขายของใช้หนี้

          “ทุกแมตช์ครับ ติดบอลตั้งแต่เด็กๆ เลย เล่นการพนันบอล ผมต้องขายมือถือ ตั้งแต่มัธยม เพราะเราเป็นคนชอบลุ้นครับ ผมเสียเป็นงวดๆ แต่ผมเล่นตลอดเล่นทุกเวลาครับ รถติดผมไม่รู้ผมทำอะไรผมแทงบอลล่ะ เสียเงินหมื่นไปล่ะ มันเสียบุคลิกมากเพราะตาเราจะระแวงเช็คผลบอลตลอดเวลา แต่ตอนนี้ เลิกแล้วครับ เพิ่งเลิกได้ 2-3 ปีนี้เอง เพิ่งเลิกที่ฟุตบอลโลกที่ฝรั่งเศสได้แชมป์โลกไปอันนั้นเพิ่งเลิกเลย จำได้วันนั้นคือ ผมแทงไป 20 กว่าคู่ คือเวลาผมเล่นผมเล่นทุกอย่าง แล้วผมไม่รู้ว่าผมเล่นอะไร คนหน้ามืด สามารถกดทุกอย่างเท่าที่กดได้ เพราะเรามีเครดิตครับ เพราะเขาเห็นว่าเราเป็นดาราเขาเลยให้เครดิตเรา 20 กว่าคู่

          ผมเสียหมดทุกคู่ ผมก็เสียใจร้องไห้ให้กับความโง่ของตัวเอง ขังตัวเองอยู่ในห้อง แล้วก็สาบานกับตัวเองว่า ผม นิกกี้ ณฉัตร วันนี้ ผมเสียใจมากที่เล่นการพนัน ถ้าวันนี้ผมเล่นการพนันอีกแม้ครั้งเดียวขอให้ชีวิตผมมีอันเป็นไป หรือว่าขอให้ผมตาย แต่ถ้าหากผมเลิกเล่นการพนันได้ ขอให้ชีวิตผมมีความสุข ขอให้มีงานเยอะๆ หลังจากนั้นมาผมไม่กล้าที่จะเล่นการพนันเลย นั่นคือวันที่ผมเลิกเลยครับ ที่ผมเลิกเพราะผมทุเรศตัวเอง ไม่ใช่เพราะผมหมดตัวนะครับ แต่เพราะผมทุเรศตัวเองที่เสียบอลแล้วต้องเอารองเท้าไปขาย มันทุเรศตัวเองมาก

          หลังจากวันนั้นมาที่ผมเลิกเล่นชีวิตของผมดีขึ้นมากๆ จริงๆ ครับ ที่เลิกได้เพราะเราคิดถึงคุณแม่ด้วยครับ เพราะผมเสียกี่บาท ผมก็บอกกันคุณแม่ คุณแม่เขาก็มาเขียนคำเตือนไว้ที่หัวเตียงผม ว่าลูกอย่าใช้ชีวิตอย่างประมาทนะ เพราะเราเคยใช้ชีวิตอย่างลำบากคือ แม่เขียนติดไว้ทั่วห้องผมเลยเวลาที่เราคิดจะทำอะไรไม่ดีเราก็จะอ่านคำเตือนแม่

          ผมทำให้แม่เสียใจ มาเยอะมากที่ผมจำได้แบบฝังใจที่ทำให้แม่เสียใจมากๆ จนอยากย้อนเวลากลับไปในสิ่งที่ทำ คือวันนั้นผมนั่งอยู่ในรถกับแม่สองคน แล้วแม่เขาเป็นคนชอบบ่นแบบจุกจิก แล้วผมเป็นเด็กที่สมาธิสั้น ผมก็บอกแม่ว่าแม่เลิกบ่น แม่ก็บ่นต่อ ผมก็บอกแม่เลิกบ่น แม่ก็บ่นต่อผมก็เหมือนคนสติหลุดเลย ผมก็ทีบๆ กระจกรถที่เป็นบานหน้าคนขับผมทีบจนกระจกหน้าร้าวไปทั้งคัน แม่นั่งอยู่ตรงนั้นไม่พูดอะไรสักคำเลย เขาด่าเรายังดีกว่าเนอะ ดีกว่าเขาไม่พูดอะไรด้วย ตอนนั้นเราบ้านจนด้วย แล้วเขาก็ขับรถพาเราไปส่งเราเรียนตีกอล์ฟ เขาก็เอารถไปเปลี่ยนกระจก เหตุการณ์นี้ทำให้เรารู้สึกเสียใจมากที่ทำลงไป และอยากจะขอโทษแม่มากๆ ครับในการกระทำครั้งนั้น”

 

 

 

 

 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ