บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

            ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net "ผมขอใช้โอกาสนี้พูดกับคนกลุ่มต่างๆ ที่อยากจะออกมารวมตัวกันประท้วงด้วยเหตุผลต่างๆ ของท่าน เมื่อเวลาที่ท่านมารวมตัวกัน ท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงอย่างมหาศาล ที่จะทำให้เกิดการแพร่ระบาดของโควิดระลอกใหม่ในประเทศไทย และขณะเดียวกันท่านกำลังเพิ่มความเสี่ยงที่จะทำลายการทำมาหากินของคนไทยด้วยกันอีกสิบๆ ล้านคน การจุดชนวนการแพร่ระบาดโควิดให้เสี่ยงที่จะลุกโชนขึ้นมาอีก นั่นจะส่งผลกระทบที่เลวร้ายและทวีคูณปัญหาเศรษฐกิจให้กับประเทศไทย ไปสู่ระดับที่เรายังไม่เคยเจอมาก่อน ผมขอให้ทุกท่านคำนึงถึงเรื่องนี้ให้มาก..." นายกฯแถลงการณ์ผ่านทีวีรวมการเฉพาะกิจช่วงเย็น กึ่งขอร้องกึ่งปรามม็อบ 19 กันยา. อย่าเพิ่งซ้ำเติมวิกฤติโควิด รอให้เศรษฐกิจประเทศฟื้น คนไทยได้ลืมตาอ้าปากก่อน แล้วค่อยมาสู้รบกันทางการเมืองกันอีกที หลังช่วงเช้า "บิ๊กตู่" ยกสำนวนฝรั่ง "you get what you pay" กระตุ้นต่อมสำนึกรับผิดชอบต่อสังคมมาแล้วรอบหนึ่ง พูดซะขนาดนี้จะเข้าหูเพนกวิน และบรรดาแกนนำหน้าฉาก รวมถึง "บิ๊กเบิ้ม" หลังฉากบ้างหรือเปล่า สุดสัปดาห์เสาร์อาทิตย์นี้ได้รู้กัน

            ๐ หนทาง ส.ส.ของ "เทพไท เสนพงศ์" ดูตีบตัน เจ้าตัวก็คงจะรับสภาพได้บ้างแล้ว ปวารณาตัวขอทำหน้าที่ผู้แทนนอกสภา โดยจะขอใช้สิทธิ์แสดงความเห็นอภิปรายทางการเมืองผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ แว่วมาว่ากำลังปั้นน้องชาย "พงศ์สินธุ์ เสนพงศ์" อดีตรองนายกเทศมนตรีนครนครศรีธรรมราช เสียบเก้าอี้นี้แทน หากที่สุดแล้วศาลมีคำวินิจฉัยชี้ขาดตามคำร้องของ กกต. ขณะเดียวกันมีหลายคนในพรรคประชาธิปัตย์ที่สนใจจะลงเลือกตั้งซ่อมเขต 3 นครศรีธรรมราช หนึ่งในนั้น ก็มี "อภิชาต ศักดิเศรษฐ" น้องชายชำนิ ศักดิเศรษฐ ซึ่งมีดีกรีเป็นอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช 3 สมัย ปี 2548, 2550 และ2554 แต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุด 24 มี.ค.2562 เปลี่ยนไปอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 49 นอกจากนี้ก็มีชื่อ "เชาว์ มีขวด" อดีตรองโฆษกพรรคสายบู๊ ที่เวลาแถลงตอบโต้ทางการเมืองค่อนข้างเผ็ดร้อนทีเดียว มีดีกรีเป็นทนายความ และมีสายเลือดชาวนครศรีธรรมราชเต็มตัว ช่วยงานพรรคมาตั้งแต่ปี 2543 ก่อนจะลงสมัคร ส.ส.ครั้งแรกในการเลือกตั้งปี 2562 อยู่บัญชีรายชื่อลำดับที่ 74

            ๐ ครั้งสุดท้ายที่ “เฮียกวง” สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ยื่นทรัพย์สินต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต้องย้อนกลับไปตั้งแต่สมัยเข้ารับตำแหน่งรองนายกฯ ด้านเศรษฐกิจ แทน "หม่อมอุ๋ย" เมื่อเดือน ส.ค.58 ยุค ครม.ประยุทธ์ 1/3 พอมาถึง ครม.ประยุทธ์ 2/1 “เฮียกวง” ได้สิทธิ์ไม่ต้องยื่น เพราะพ้นจากตำแหน่งเดิมเพื่อเข้ารับตำแหน่งใหม่ไม่ถึง 30 วัน กระทั่งการยื่นทรัพย์สินตอนพ้นตำแหน่งครั้งนี้ ที่เมื่อนำมาเทียบกันกับคราวก่อน ปรากฏว่า ทรัพย์สินแทบจะเท่าเดิม ที่เพิ่มมา 2 ล้านบาทก็อยู่ในส่วนของภรรยาสุดที่เลิฟ ขณะที่ “อ.ดำ” สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีต รมว.การอุดมศึกษา วิจัย และนวัตกรรม ทรัพย์สินลดลงไป 5 แสนบาท แต่ขนหน้าแข้งคงไม่ร่วง เพราะเป็นคนมีอันจะกินอยู่แล้ว แต่ไฮไลต์ของ “อ.ดำ” ที่คนจดจำได้คือ ของสะสมที่เป็นวัตถุโบราณ ย้อนกลับไปตอนเข้ารับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ปี 58 มี 139 รายการ มูลค่าเกือบ 23 ล้านบาท แต่ละชิ้นต้องบอกว่าหายากทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น เสาหินจีน, เทวรูปอินเดีย, เทวรูปเขมร, รูปปั้นสุโขทัย, หนุมานเขมร, ตลับใส่ของโบราณ, ศิวลึงค์เขมร, มีดลองซอง, คานโบราณ, เสลี่ยงโบราณ, รูปปั้นควายสำริด, หัวสิงห์เขมร, พระพิฆเนศโบราณ, พระพุทธรูปลาว, ราชรถ ศิลปาชีพ ซึ่งทุกชิ้นในวันนั้นกับวันนี้ อยู่ครบเหมือนเดิมทุกรายการ ไม่มีออก ไม่มีเข้าใหม่ ส่วนอีก 2 กุมาร "อุตตม สาวนายน" อดีต รมว.คลัง กับ "สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์" อดีต รมว.พลังงาน ยังไม่ได้เปิดกรุสมบัติรอบนี้ เพราะยังมีเวลายื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช.ได้ถึงวันที่ 12 ต.ค.นี้.

 ลี้คิมฮวง

 


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก