'ไบเดน'จวก'ทรัมป์'ลุแก่อำนาจ ดันตั้งตุลาการศาลฎีกา


เพิ่มเพื่อน    

อดีตรองประธานาธิบดีโจ ไบเดน คู่แข่งของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการเลือกตั้งปลายปีนี้ กล่าวโจมตีผู้นำสหรัฐจากพรรครีพับลิกันว่าลุแก่อำนาจการเมือง ด้วยการดึงดันจะแต่งตั้งตุลาการศาลฎีกาคนใหม่แทนที่ผู้พิพากษาฝ่ายเสรีนิยม รูธ เบเดอร์ กินสเบิร์ก ที่เสียชีวิต ส่อเทน้ำหนักศาลไปทางอนุรักษนิยม

ชาวอเมริกันจัดพิธีไว้อาลัยการเสียชีวิตของรูธ เบเดอร์ กินสเบิร์ก ตุลาการศาลฎีกา ที่เมืองเดย์ตัน รัฐโอไฮโอ เมื่อวันอาทิตย์

     หากประธานาธิบดีทรัมป์และพรรครีพับลิกันประสบความสำเร็จในการแต่งตั้งผู้พิพากษาหัวอนุรักษนิยมมาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็จะทำให้ตุลาการศาลฎีกามีฝ่ายอนุรักษนิยมถึง 6 คน ขณะที่ฝ่ายเสรีนิยมจะเหลือเพียง 3 คน ซึ่งจะส่งอิทธิพลต่อกฎหมายและชีวิตของคนอเมริกันไปอีกนานหลายทศวรรษ

     ผู้พิพากษาหญิงกินสเบิร์กเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งเมื่อวันศุกร์ที่ 18 กันยายนตามเวลาสหรัฐ ด้วยวัย 87 ปี ทรัมป์ประกาศทันควันในวันเสาร์ว่าเขาจะรีบเสนอชื่อผู้พิพากษาคนใหม่ภายในสัปดาห์นี้ และผู้พิพากษาที่เขาเลือกนั้นจะเป็นผู้หญิงที่ฉลาดมากและมีความสามารถมาก

     ไบเดนกล่าวที่เมืองฟิลาเดลเฟียเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า เสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งควรถูกรับฟัง พวกเขาคือคนที่รัฐธรรมนูญของประเทศนี้กำหนดให้เป็นผู้ตัดสินว่าใครมีอำนาจแต่งตั้งตุลาการ การดึงดันเสนอชื่อเข้าวุฒิสภาก็คือการใช้อำนาจทางการเมืองดิบๆ

     "ผมเชื่อว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะทำให้เรื่องนี้ชัดเจน พวกเขาจะไม่ทนกับการใช้อำนาจโดยมิชอบและการละเมิดรัฐธรรมนูญ" ไบเดนซึ่งโพลหลายสำนักชี้ว่ามีคะแนนนำทรัมป์ก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีวันที่ 3 พฤศจิกายน กล่าว "หากโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง วุฒิสภาก็ควรเดินหน้าต่อไปกับผู้ที่เขาเลือกและประเมินผู้ได้รับการเสนอเชื่ออย่างยุติธรรม แต่ถ้าผมชนะเลือกตั้ง การเสนอชื่อของประธานาธิบดีทรัมป์ควรเพิกถอนเสีย"

     ไบเดนปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายชื่อผู้ที่เขาอาจเลือกมารับตำแหน่งนี้ โดยบอกว่าการทำแบบเดียวกับที่ทรัมป์ทำเช่นนั้น จะเป็นการโน้มนำการตัดสินใจในบทบาทหน้าที่ของผู้พิพากษาที่ถูกกล่าวถึงเหล่านี้อย่างไม่เหมาะสม รวมถึงทำให้พวกเขาโดนโจมตีทางการเมืองอย่างไม่หยุดหย่อน กระนั้นเขารับปากว่า หากมีโอกาสเขาจะเลือกผู้พิพากษาหญิงที่เป็นคนผิวดำมารับตำแหน่งนี้ ซึ่งจะเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์

     ปัจจุบันพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาสูงด้วยที่นั่ง 53 ที่นั่งในสภา 100 ที่นั่ง แต่มี ส.ว.รีพับลิกันอย่างน้อย 2 คนแล้วที่ไม่เห็นด้วยกับทรัมป์ ซึ่งได้แก่ ส.ว.ลิซา เมอร์คาวสกี จากอะแลสกา และ ส.ว.ซูซาน คอลลินส์ จากรัฐเมน แต่ ส.ว.รีพับลิกันอีกจำนวนมากไม่คัดค้านการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลฎีกาแทนตำแหน่งที่ว่างลงโดยเร็ว แม้จะเป็นปีเลือกตั้งประธานาธิบดีก็ตาม

     พรรคเดโมแครตย้อนกรณีปี 2559 ที่มิตช์ แม็กคอนเนลล์ ผู้นำ ส.ว.รีพับลิกันเสียงข้างมาก เคยขัดขวางการลงมติรับรองผู้พิพากษาเมอร์ริก การ์แลนด์ ที่ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เสนอชื่อมาแทนที่ผู้พิพากษาอันโตนิน สกาเลีย ตุลาการศาลฎีกาที่เสียชีวิตเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 โดยแม็กคอนเนลล์อ้างว่าควรเป็นอำนาจของประธานาธิบดีคนใหม่ แต่รีพับลิกันยืนกรานว่าสถานการณ์ในขณะนี้ต่างออกไป เพราะรีพับลิกันคุมทั้งสภาสูงและทำเนียบขาว.


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก