อสส.เซ็นตั้งอัยการมือดีกระจายช่วยหน่วยงานใหม่-หน้าห้องและอื่นๆ 222 ตำแหน่ง


เพิ่มเพื่อน    

23 ก.ย.63  -  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานอัยการสูงสุดที่ 1805, 1806, 1807, 1808/2563 เรื่อง ให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการในตำแหน่ง (คำสั่งโยกย้ายไปหน่วยงานตั้งใหม่-หน้าห้อง-ผู้เชี่ยวชาญ,เชี่ยวชาญพิเศษ-อัยการชั้น 1, 2) โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 13, 15, 27 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรอัยการและพนักงานอัยการ พ.ศ.2553 จึงมีคำสั่งให้พนักงานอัยการช่วยราชการปฏิบัติราชการและรักษาการรวม 4 ฉบับ จำนวน 222 ตำแหน่ง โดยมีบุคคลและตำแหน่งที่น่าสนใจดังนี้

นางสมพร รวิวรรณพงษ์ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคดีอาญา ปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 และให้ช่วยราชการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมการว่าความขั้นสูงอีกหน้าที่หนึ่ง

นายยงยุทธ ศรีสัตยาชน อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานต่างประเทศ พ้นจากปฏิบัติราชการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายกิจการต่างประเทศ 3 ให้ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศทางกฎหมาย

นางอรเรณู ปิตุเตชะ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษสำนักงานคณะกรรมการอัยการ ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่รองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์

นางสันทนี ดิษยบุตร อัยการผู้เชี่ยวชาญสำนักงานอัยการภาค 1 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดคดีเยาวชนและครอบครัว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์อีกหน้าที่หนึ่ง

นายธนกฤต วรธนัชชากุล อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานที่ปรึกษากฎหมาย ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม

นายวีระชาติ ศรีบุญมา อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานการสอบสวน ช่วยราชการสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง

นายรองรัฐ พุ่มคชา อัยการจังหวัดประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานต่างประเทศ ช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำสั่งโยกย้ายและช่วยราชการดังกล่าวนั้นเป็นที่น่าสนใจภายหลังจากที่มีประกาศคณะกรรมการอัยการ เรื่องการแบ่งหน่วยงาน และการกำหนดอำนาจและหน้าที่ของหน่วยงานภายในของสำนักงานอัยการสูงสุด พ.ศ. 2563 ที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2563 จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 ที่สำคัญคือกำหนดให้ตั้งสถาบันนิติวัชร์ ประกอบไปด้วยสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงต่ออัยการสูงสุด มีเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์เป็นผู้บังคับบัญชา โดยมีรองเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์เป็นผู้ช่วยสั่งและปฏิบัติงาน และมีผู้อำนวยการเป็นผู้บังคับบัญชาของแต่ละสำนักงานในสถาบัน 

มีอำนาจและหน้าที่ในการศึกษา วิจัยเผยแพร่ และพัฒนากฎหมายอาญาและกระบวนการยุติธรรม เผยแพร่และขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติในการขจัดความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิง และประสานงานเพื่อพัฒนาและสร้างความร่วมมือของหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ซึ่งการประชุม ก.อ.ครั้งที่ 8/2563 (18 ส.ค.ที่ผ่านมา) ได้พิจารณาตั้ง หม่อมหลวงศุภกิตต์ จรูญโรจน์ อัยการพิเศษฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานวิชาการ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ ที่จะมีบทบาทต่อไปของสำนักงานอัยการสูงสุด และยังมีสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม, สำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม, สถาบันฝึกอบรมการว่าความชั้นสูง และสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง เป็นหน่วยงานใหม่ในสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายอัยการ เเละอื่นๆ

ในครั้งนี้ อัยการสูงสุดจึงมีคำสั่งตั้งอัยการรุ่นใหม่ระดับหัวกระทิหลายตำแหน่ง เพื่อไปช่วยงานหน่วยงานใหม่ดังกล่าว ซึ่งมีอัยการที่เป็นที่รู้จักโดดเด่นใสหลายหน่วยงานใหม่ เช่น มีการดึง นายธนกฤต วรธนัชชากุล ไปช่วยราชการสถาบันนิติวัชร์ ปฏิบัติราชการในหน้าที่ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม โดยเป็นอัยการที่มีบทบาทในการให้ความรู้และความคิดเห็นทางกฎหมายแก่ประชาชนได้อย่างเเม่นยำคมคายมาโดยตลอดต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางแพ่งและอาญา และประเด็นข้อกฎหมายที่อยู่ในความสนใจของประชาชน หรือกระทั่งการเเก้ไขปรับปรุงกฎหมายใหม่ๆ ทั้งในสำนักงานอัยการเเละเรื่องในสังคมจนเป็นที่รู้จักและได้รับการเชื่อถือยอมรับอย่างกว้างขวาง 

นายธนกฤต มีดีกรีได้รับทุนรัฐบาลไทย (ทุน ก.พ.) ตามความต้องการของกรมบังคับคดีไปศึกษากฎหมายต่อที่ประเทศฝรั่งเศส สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโทด้านกฎหมายแพ่ง จากมหาวิทยาลัย PANTHÉON-ASSAS (PARIS II) ปริญญาโทและปริญญาเอกด้านกฎหมายเอกชน (เกียรตินิยมดีมาก) จากมหาวิทยาลัย STRASBOURG ประเทศฝรั่งเศส ผ่านการอบรมหลักสูตรนักบริหารการทูต รุ่นที่ 5 ปี 2556  ของสถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ (ได้รับรางวัลรายงานการศึกษาส่วนบุคคล (Individual Study) ดีเด่น) เป็นอาจารย์พิเศษสอนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รามคำแหง นิด้า บูรพา และแม่ฟ้าหลวง ในหลายๆ วิชา ได้แก่ กฎหมายนิติกรรมและสัญญา กฎหมายพยานหลักฐาน กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา สิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา และเป็นกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร กรรมการความร่วมมือป้องกันการทุจริตตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อนุกรรมการพิจารณาแก้ไขกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของวิธีพิจารณาความแพ่งสากล สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา อนุกรรมการด้านกฎหมายของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) และบริษัทพีอีเอ เอ็นคอม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด

นางสันทนี ดิษยบุตร อดีตรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด ไปนั่งผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการสถาบันนิติวัชร์, นายรองรัฐ พุ่มคชา อัยการสายวิชาการรุ่นใหม่ไฟแรงจากสำนักงานต่างประเทศ ไปช่วยสำนักงานวิจัยกฎหมายอาญาและพัฒนากระบวนการยุติธรรม, นางสมพร รวิวรรณพงษ์ และ นายวีระชาติ ศรีบุญมา ว่าที่ผู้อำนวยการ สถาบันฝึกอบรมการว่าความขั้นสูงและสถาบันฝึกอบรมการสอบสวนชั้นสูง ซึ่งเป็นสถาบันเปิดขึ้นใหม่ ที่มีบทบาทในการเพิ่มศักยภาพอัยการที่จะมีบทบาทสำคัญเกี่ยวต่อไปในการพัฒนาบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์อัยการ ในเรื่องการพัฒนาคนตามนโยบายนายวงศ์สกุล อัยการสูงสุด

โดยสามารถดูคำสั่งโยกย้ายช่วยราชการทั้ง 4 ฉบับ 222 ตำแหน่งได้ตามลิงค์นี้

คำสั่งโยกย้ายไปหน่วยงานตั้งใหม่ http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1805.2563.pdf

คำสั่งโยกย้ายแต่งตั้งหน้าห้อง http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1806.2563.pdf

คำสั่งโยกย้ายอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษและอัยการผู้เชี่ยวชาญ https://drive.google.com/file/d/1wKvO2GKWZasEYyWP9nTTNSS-yhgd9Yaf/view

คำสั่งโยกย้ายอัยการชั้น 1 และชั้น 2 http://www.cmiss.ago.go.th/images/PR/2563/k1808.2563.pdf


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?