ทั่วโลกสังเวยโควิดเกิน1ล้านศพ อินเดียติดเชื้อ6ล้านแล้ว


เพิ่มเพื่อน    

ข้อมูลอย่างเป็นทางการทั่วโลกมีผู้ป่วยโควิด-19 เสียชีวิตเกิน 1 ล้านรายแล้วในวันจันทร์ จากผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 33 ล้านราย โดยอินเดียมีผู้ติดเชื้อเกิน 6 ล้านราย เป็นรองเพียงสหรัฐที่ยอดติดเชื้อ 7.3 ล้านราย

แฟ้มภาพ หลุมศพในสุสานขนาดใหญ่ที่เมืองวีลา ฟอร์โมซา นครเซาเปาลูของบราซิล ที่ใช้ฝังศพผู้ป่วยโควิด-19 เมื่อเดือนพฤษภาคม

    การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นทางการของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2563 พบว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สะสมทั่วโลกถึงเวลา 05.30 น.ของวันจันทร์ เพิ่มเป็น 33,018,877 ราย และมีผู้เสียชีวิตทั่วโลก 1,000,009 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก โดยเกิน 200,000 รายแล้ว ตามด้วยบราซิล, อินเดีย, เม็กซิโก และอังกฤษ

    ในภาพรวม ภูมิภาคที่สถานการณ์รุนแรงที่สุดคือลาตินอเมริกาและแคริบเบียน มีผู้เสียชีวิตรวมกัน 341,032 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 9,190,683 ราย

    เมื่อวันจันทร์ กระทรวงสาธารณสุขของอินเดียแถลงว่า จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศเพิ่มเป็น 6.1 ล้านรายแล้ว เสียชีวิตเกือบ 100,000 ราย ขณะที่สหรัฐมีผู้ติดเชื้อสะสม 7.3 ล้านราย และบราซิลติดเชื้อแล้ว 4.7 ล้านราย

    ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือ SARS-CoV-2 พบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นของจีนเมื่อปลายปีที่แล้ว ยังไม่แน่ชัดว่าอะไรคือต้นตอของการแพร่ระบาด แต่นักวิทยาศาสตร์หลายรายเชื่อว่าแหล่งที่มาของไวรัสนี้อยู่ในค้างคาว และแพร่เชื้อสู่มนุษย์ผ่านสัตว์พาหะที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอีกชนิดหนึ่ง

    ทางการจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนแห่งนี้เมื่อเดือนมกราคม หลายประเทศมองมาตรการควบคุมโรคอย่างเข้มงวดของจีนด้วยความไม่เชื่อถือ แต่ก็ยังคงดำเนินธุรกิจกันตามปกติ กระทั่งถึงวันที่ 11 มีนาคม ที่ไวรัสนี้ถูกตรวจพบติดเชื้อในมากกว่า 100 ประเทศ องค์การอนามัยโลกจึงประกาศภาวะโรคระบาดทั่ว พร้อมแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเฉื่อยชาในระดับที่น่าตกใจ

    โรคระบาดนี้ทำลายเศรษฐกิจทั่วโลก ก่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วโลกไม่ว่าจากสลัมในอินเดีย ป่าแอมะซอนของบราซิล หรือในมหานครเช่นนิวยอร์ก ถึงเดือนเมษายนมาตรการควบคุมโรคที่เข้มงวดกระทบต่อประชากรราวครึ่งโลก หรือมากกว่า 4,000 ล้านคน ต้องอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ ซึ่งช่วยชะลออัตราการแพร่เชื้อได้ แต่เมื่อหลายชาติเริ่มผ่อนคลาย ยอดผู้ติดเชื้อก็กลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง

    ทวีปยุโรป ซึ่งเคยโดนคลื่นระบาดลูกแรกกระหน่ำรุนแรงที่สุด กำลังเผชิญคลื่นการระบาดลูกใหม่ โดยกรุงปารีสของฝรั่งเศส, ลอนดอนของอังกฤษ และมาดริดของสเปน กลับมาใช้มาตรการควบคุมโรคอีกครั้ง

    หลังจากกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสกลับมาเพิ่มเป็นสถิติอีกครั้ง องค์การอนามัยโลกก็เตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ทั่วโลกจะเพิ่มเป็น 2 ล้านคนก่อนที่จะมีวัคซีน หากยังไม่มีการดำเนินการอย่างร่วมมือร่วมใจกันมากขึ้นในระดับโลก.


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ