ยก'อนุชา'แบรนด์เนมทั้งด้านศาสนาและการเมืองในคดี'เจ้าคุณเอื้อน'


เพิ่มเพื่อน    

30 ก.ย.2563 -  เว็บไซต์อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะดอทคอม ซึ่งเป็นเว็บของวัดไทยในลาสเวกัส สหรัฐอเมริกาได้เขียนวิเคราะห์ในหัวข้อ “ตีกรรเชียงริมโขง ! อนุชาว่ายน้ำตามวิษณุ ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องเจ้าคุณเอื้อน ขอคุยกันก่อน ละเอียดอ่อน ยังพูดอะไรไม่ได้”ไว้น่าสนใจว่า  อา..โบราณว่า "พูดดีเป็นศรีแก่ปาก แต่ถ้าพูดมากปากจะเป็นสี" วันนี้ มีตัวอย่างการพูดดีและพูดมากอย่างชัดเจน นั่นคือการพูดของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์  ที่ปรึกษานายกฯด้านกิจการพระพุทธศาสนา ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกฯด้านกฎหมาย และนายอนุชา นาคาศัย เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ต่อกรณี "เจ้าคุณเอื้อน" วัดสามพระยา ที่ศาลอุทธรณ์ "สั่งยกฟ้อง" และกลับวัดไปห่มผ้าเหลือง

ดร.วิษณุ เครืองาม นั้น ถือเป็นกูรูทางด้านกฎหมายของประเทศไทย อยู่มาหลายสมัยหลายรัฐบาล รู้ทุกอย่างพูดได้ทุกเรื่อง พูดดำเป็นขาว-ขาวเป็นดำก็ทำมาแล้ว วันก่อนยังตอบกระทู้ในสภาอย่างฮาเลยว่า "รัฐบาลไม่ได้ยึดจีวรพระไว้ จึงคืนผ้าเหลืองให้ไม่ได้ และบวชให้ก็ไม่ได้ด้วย เพราะเป็นอุปัชฌาย์ไม่ได้" ฟังแล้วคันปากเหมือนดูหม่ำ จ๊กมก แต่เรื่องเจ้าคุณเอื้อนในวันนี้นั้น ท่านวิษณุโยนกลองให้ "สำนักพุทธฯ" ออกมาชี้แจงแทน ถามว่าเป็นไปได้ไง ก็เป็นไปแล้ว เห็นไหม อะไรๆ ก็เป็นไปได้ วิษณุไม่พูดก็เป็นไปด้าย..ทางใครก็ทางมัน มวยชั้นครูนั้นเขาไม่ปะทะทุกหมัดหรอก ยิ่งหลบเก่งก็ยิ่งเก๋า

สวนทางกับ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ที่ปรึกษานายกฯ กลับเสนอหน้า ออกมาฟันธงว่า เจ้าคุณเอื้อนผิด ผิด ผิด ผิดกฎหมาย ต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มอีก

ขณะที่นายอนุชา นาคาศัย  เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ และ รมต.ประจำสำนักนายกฯ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นอกจากจะปรากฏภาพ "ติดตามคณะเจ้าคุณแย้มวัดไร่ขิง ไปงานหมู่บ้านศีลห้าที่จังหวัดนครพนม" แล้ว ก็ยังให้สัมภาษณ์ว่า "เรื่องพระเป็นเรื่องละเอียดอ่อน จึงขอดูรายละเอียดก่อน นะครับ ยังพูดไม่ได้ ขอปรึกษาหารือกันก่อน"

พุทธศาสนิกชนรวมทั้งพระสงฆ์องค์เณร ฟังคุณวิษณุแล้วเงียบ ไม่มีความเห็น ฟังคุณพงศ์พรแล้วเดือด อยากไล่ให้พ้นตำแหน่ง บ้างแช่งให้ตกนรกไปโน่น ครั้นได้เห็นรูป-ฟังคุณอนุชาแล้ว กลับนิยมชมชอบ เพราะออกตัวได้อ่อนช้อยสวยงาม เหมือนรำภูไทที่นครพนม

ทั้งๆ ที่สามคนก็เป็นทีมเดียวกัน ทำงานร่วมกัน แต่ฐานะต่างกัน มันก็ต้องมองให้ดีว่า เรื่องเดียวกัน แต่มีการแสดงออกต่างกันของบุคคลต่างสถานะ

ท่านวิษณุและท่านอนุชานั้น ปัจจุบันต้องถือว่าเป็นนักการเมือง คนเล่นการเมืองต้องการสูงสุดคือ คะแนนนิยม ถ้าไม่นิยมก็ถือว่าฆ่าตัวตาย ดังนั้น จะพูดจาอะไรก็ต้องระมัดระวัง อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับคะแนน นักการเมืองจึงเป็นเซียนการพูด จะพูดด้วยความจริงใจหรือเสแสร้งแกล้งทำก็ตามเถิด แต่มันเกิดผลทั้งนั้นแหละ และยิ่งท่านอนุชาเป็นถึง "เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ" พรรคหลักของรัฐบาลบิ๊กตู่ ดูแล ส.ส. ของรัฐบาลทั้งหมด แต่ก่อนใครก็คิดว่า "อนุชาไก่อ่อน" มาทำงานศาสนาจะไปไหวหรือ ครั้นพอเห็นภาพอนุชา "เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านศีลห้า" ก็ยิ่งแปลกใจ ว่าทำไมหากินง่ายจัง แต่พอมาถึงนครพนม ปรากฏว่าอนุชาตีบทแตก โยนคดีเงินทอนวัดให้พงศ์พรรับไป ส่วนอนุชาควงณรงค์ ทรงอารมณ์ ไปสูดอากาศริมโขง ร่มรื่นชื่นใจ ได้ทั้งบุญได้ทั้งคะแนน

อนุชามองทะลุว่า มีแต่พระเท่านั้น ที่หาเสียงได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็นฤดูเลือกตั้งหรือไม่ โครงการหมู่บ้านศีลห้า แม้ว่าจะโครงการนี้จะไม่มี "สมเด็จช่วง" เป็นประธานอีกแล้ว แต่นั่นไม่สำคัญ สำคัญที่ว่า..หาเสียงได้หรือเปล่า เท่านั้นเอง ยิ่งโครงการนี้มีอาณาบริเวณกว้างขวาง "ทั่วประเทศไทย" แล้วบิ๊กตู่ เอ๊ย อนุชา จะรีรออะไร ใครไม่ไปก็ตกรถด่วนขบวนสุดท้ายซะฮะ อนุชามาถูกทางถูกเวลา ถ้าคิดจะอยู่บนถนนการเมืองอีกนาน ก็ต้องเดินทางเส้นนี้แหละ การแซะ "เทวัญ" พ้นตำแหน่งไป แล้วได้อนุชามาแทนนั้น หมากเกมนี้ถือว่าโคตรเซียน เดินเบี้ยตัวเดียว กินรวบทั้งกระดาน รัฐบาลกำลังสมานฉันท์กับคณะสงฆ์มหานิกาย อันมีอิทธิพลต่อประชาชนทั่วประเทศ เขาไม่เอาแล้วพวกบ้าดีเดือด

งานแบบนี้ ท่าทีแบบนี้ ลีลาแบบนี้ นี่มิใช่โนเนม แต่ถือเป็น "แบรนด์เนม" ทั้งด้านศาสนาและการเมือง อนุชาออกแขกได้เพียงบทสองบท ก็ฉีกบทซะกระจุยกระจาย เล่นเอาพระเอกเก่า "เทวัญ ลิปตพัลลภ" ตกเวทีไปเลย เหนือฟ้ายังมีฟ้า อนุชาเล่นเป็น ไปไหนใครๆ ก็ชอบ อนาคตรับรองว่ารุ่งโรจน์

ใช่แต่เท่านั้น อนุชายังดึงแขน "ณรงค์ ทรงอารมณ์" ผอ.พศ. ตามไปถึงริมโขงด้วย อยู่ใกล้เจ้านายใหม่ นายณรงค์เลยได้เทคนิคใหม่ "พูดไปสองไพเบี้ย นิ่งเสียตำลึงทอง" ปล่อยให้นายเก่า "พงศ์พร" ออกมาล่อเป้า เลยโดนถล่มเละเป็นโจ๊ก นี่ก็ถือว่าณรงค์ก็เล่นเป็น เรียนรู้ไว ไม่ธรรมดาเช่นกัน ใครผูกคนนั้นก็ต้องแก้ จะให้แก้แทนกันนั้นมันไม่ยุติธรรม
 


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ