ศาลสั่งปรับ ป.กุ้งเผา 7 พัน เปิดสถานบริการไม่ได้รับอนุญาต-เคาะวันพิพากษา 13 การ์ดโหด


เพิ่มเพื่อน    

9 ต.ค.63 - เวลา 10.30 น. ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ ศาลได้รับคำฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา คดีหมายเลขดำที่ อ.1077/2563 ระหว่าง พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 โจทก์ กับ นายสืบสกุล หรือคุ้ม อาสนโกมล จำเลย ฐานความผิดเปิดสถานบริการ (สถานที่ที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย โดยจัดให้มีการแสดงดนตรี หรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00น.) โดยไม่ได้รับอนุญาต

โดยยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2563 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยได้บังอาจจัดตั้งสถานบริการประเภทที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่นจำหน่าย ขึ้นที่ร้านชื่อ ป.กุ้งเผา สาขาหลักสี่ - สะพานใหม่ เลขที่ 888 ถนนเทพรักษ์ แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ซึ่งสถานบริการดังกล่าวนี้จำเลยได้จัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใดเพื่อการบันเทิง ซึ่งปิดทำการหลังเวลา 24.00 น. อันเป็นสถานบริการตามมาตรา 3 (5) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 โดยจำเลยจัดตั้งสถานบริการดังกล่าวขึ้นเพื่อประโยชน์ในการค้าของจำเลย ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เหตุเกิดที่แขวงคลองถนน เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 มาตรา 3 (5), 4 ,26 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานบริการ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2546  จำเลยให้การรับสารภาพ

ภายหลังรับคำฟ้องเวลาประมาณ 11.10 น. ศาลแขวงดอนเมืองได้มีคำพิพากษาคดีหมายเลขแดงที่ 1004/2563 พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509 มาตรา 3 (5), 4 วรรคหนึ่ง และมาตรา 26 ปรับ 14,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ให้กึ่งหนึ่ง คงปรับ 7,000 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยจำเลยได้ชำระค่าปรับครบถ้วนแล้ว

ต่อมาเวลา 11.55 น.ที่ศาลแขวงดอนเมือง ศาลได้รับคำฟ้องคดีอาญาด้วยวาจา ในคดีหมายเลขดำที่ 1078/2563 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 9 โจทก์ กับ นายเกรียงไกร อินทร์ทรัพย์ กับพวกรวม 13 คน ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

โดยโจทก์ยื่นฟ้องว่า เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2563 เวลากลางคืนก่อนเที่ยง จำเลยทั้ง 13 คนได้บังอาจร่วมกันใช้กำลังทำร้ายร่างกาย นายเอกวัฒน์ แก้วปีลา, นายจตุรงค์ บุญเพ็ง และนายเชิดชาย ยอดเจริญ ผู้เสียหายที่ 1-3 โดยใช้มือชกต่อย ใช้เท้าเตะกระทืบบริเวณลำตัวและศีรษะของพวกผู้เสียหาย และลากพวกผู้เสียหายไปตามพื้นถนน จนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายทั้งสามได้รับบาดเจ็บจนวูบหมดสติไป โดยผู้เสียหายที่ 1 ได้รับบาดแผลที่หน้าผากเย็บ 4 เข็ม ศีรษะบวมถลอก แขนและหลังมีรอยถลอกฟกช้ำ, ผู้เสียหายที่ 2 ได้รับบาดแผลฟกช้ำบวมที่ริมฝีปากล่าง ฟันหน้าโยก และมีอาการปวดตามร่างกาย และผู้เสียหายที่ 3 ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวดที่ศีรษะ ลำคอ และปาก เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์และภาพถ่ายท้ายฟ้อง เหตุเกิดที่ แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 295

จากนั้นเวลา 12.05 น.ศาลแขวงดอนเมือง อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง สอบถามเรื่องทนายความแล้ว จำเลยแถลงไม่ต้องการทนายความ และให้การรับสารภาพ โจทก์จำเลยแถลงไม่สืบพยาน คดีเสร็จการพิจารณา มีคำสั่งเห็นควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจจำเลยก่อน ให้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 4 พ.ย. นี้ เวลา 9.00 น.

ภายหลังการยื่นฟ้องและศาลกำหนดนัดวันพิพากษาแล้ว จำเลยทั้ง 13 คน ยื่นขอปล่อยชั่วคราว โดยศาลแขวงดอนเมืองพิจารณาแล้ว มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยจำเลยทั้ง 13 คนชั่วคราว ซึ่งจำเลยทั้ง 13 คนได้ทำสัญญาประกันและวางเงินสดเพื่อเป็นหลักประกัน คนละ 12,000 บาท


นี่...พูดกันตามเนื้องานเลยนะ ฝ่ายค้าน ๕-๖ พรรค "เพื่อไทย" เป็นแกนนำ พูดประจำว่า "เข้ามาทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชน" ในรัฐสภา จะเข้าปีที่ ๓ อยู่อีกไม่กี่เดือน

เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์