เด็กพปชร.ถามหาจิตสำนึกความเป็นคนไทยของ'ธนาธร-ช่อ-พิธา'


เพิ่มเพื่อน    

14 ต.ค.2563-  น.ส.ทิพานัน  ศิริชนะ อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้า และนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ประกาศยืนยันที่จะเข้าร่วมการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎรในวันที่ 14 ต.ค. ว่า ไม่รู้สึกแปลกใจที่นายธนาธรและนายพิธา จะประกาศร่วมชุมนุมกับม็อบ แต่รู้สึกผิดหวังในท่าทีของนายธนาธรและหัวหน้าพรรคก้าวไกลเป็นอย่างยิ่ง เพราะในช่วงนี้และที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ กำลังประสบปัญหาอุทกภัยอย่างหนักและน้ำป่าไหลหลาก รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประชาชนต่างช่วยกันทำงานอย่างหนักเร่งระดมความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและดำเนินการเยียวยาความทุกข์ร้อนอยู่ในขณะนี้  แต่นายธนาธรและนายพิธากลับนิ่งดูดาย ให้ความสำคัญและหมกมุ่นแต่กับประเด็นทางการเมืองมากกว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้หากเกิดเหตุการณ์วุ่นวายในประเทศ ก็จะซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่ส่งผลถึงประชาชนทันที

"ในสถานการณ์เช่นนี้ ทุกฝ่ายไม่ว่าจะมีตำแหน่งในรัฐบาลหรือไม่  ก็ต้องพยายามส่งความช่วยเหลือไปถึงประชาชน ตามหน้าที่และจิตสำนึกของ ส.ส. และตัวแทนประชาชน และยิ่งนายพิธาในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกลกลับเลือกให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่งที่จะยืนแอบข้างเวทีม็อบ มากกว่ายืนข้างประชาชน  ไม่ได้อยู่กับประชาชนในยามที่มีความทุกข์  แทนที่จะช่วยเหลือหรือแสดงท่าทีห่วงใยผู้ประสบภัยก่อน แต่นี่กลับจ้องจะเล่นเกมการเมืองอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนคงตาสว่างมากขึ้นว่าพรรคก้าวไกลนั้นมักทำตัวไกลห่างจากการช่วยเหลือปากท้อง ทุกข์ร้อนของประชาชน แต่จะก้าวไปใกล้ๆ ทันทีที่มีสัญญาณว่าจะสามารถเอาประโยชน์จากประเด็นทางการเมืองมาเป็นประโยชน์ของพรรคพวกตน” น.ส.ทิพานัน กล่าว

น.ส.ทิพานันยังกล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของแกนนำคณะก้าวหน้าว่า ไม่แน่ใจว่าเป็นการทำเพื่ออยู่เคียงข้างประชาชน หรืออยู่ข้างหลังประชาชนที่มาร่วมชุมนุมกันแน่ เพราะในขณะที่ปากปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้อง แต่เหมือนตาจะขยิบโดยมีการกระทำเข้าข่ายการสนับสนุนการชุมนุมครั้งนี้  ไม่ว่าจะเป็นการนายธนาธรประกาศยืนยันที่จะเข้าร่วมการชุมนุม  หรือที่ น.ส.พรรณิการ์ วาณิช ทวีตข้อความเชิญชวนระดมทุนร่วมเป็นท่อน้ำเลี้ยงให้กับชุมนุมคณะราษฎรเมื่อหลายวันที่ผ่านมา คณะก้าวหน้าก็ชุบมือเปิบเอาประเด็นการเมืองมาเดินสายหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่นตามที่ปรากฏในข่าวต่างจังหวัด  และที่สำคัญคือหลายครั้งที่แกนนำม็อบฝ่าฝืนกฎหมายและถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำตามหน้าที่ในการจับกุมบังคับใช้กฎหมาย นายธนาธร นายพิธา และ น.ส.พรรณิการ์ ก็มักจะปรากฏตัวตามหน้าสถานีตำรวจ เช่น นายพิธาปรากฏตัวพร้อมถ่ายภาพโชว์ ณ ที่กักตัวแกนนำ 21 คน เพื่อให้มีพื้นที่ข่าวว่าตนอยู่ข้างประชาชนใช่หรือไม่  ทั้งนี้ทั้งสามท่านจะมาในแพคเกจปั่นกระแสความเกลียดชังวาทะกรรมเดียวกันคือ #หยุดคุกคามประชาชน    ทั้งๆ ที่การจับกุมเป็นการบังคับใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง และการปรากฏของทั้งสามท่านก็ไม่มีประโยชน์ในการช่วยเหลือประชาชนแต่อย่างใดเลย แต่ดูเหมือนจะเอาความเจ็บปวดของประชาชนไปหาประโยชน์ทางการเมืองของตนเอง

“สถานการณ์ประเทศในขณะนี้ สังคมมีคำถามว่าคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกลอยู่ข้างประชาชนแบบไหน อยู่ข้างบนประชาชนที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากประชาชน หรือ อยู่ข้างหลังประชาชนคอยผลักประชาชนออกหน้าเป็นโล่มนุษย์  หรืออยู่ข้างประชาชนแบบเคียงข้างคอยช่วยเหลือยามเขาทุกข์ร้อนกันแน่  และที่สำคัญคณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ยังมีจิตสำนึกความเป็นคนไทยอยู่หรือไม่  เพราะไม่ควรมีพฤติกรรมเข้าข่ายสนับสนุนแกนนำม็อบที่เข้าข่ายจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบันและใช้สิทธิจนเกินส่วนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ จนอาจนำพาประเทศไปสู่วิกฤตการเมืองอีกครั้ง” น.ส. ทิพานันกล่าวทิ้งท้าย
 


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'