ม็อบยึดลานย่าโมเรียกร้องปล่อยตัวแกนนำ เจอหนุ่มลุยเดี่ยวเตือนอย่าพาดพิงสถาบัน


เพิ่มเพื่อน    

16 ต.ค.63 - ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา ได้มีกลุ่มเครือข่ายเยาวชน นักเรียนมัธยม นักศึกษา กลุ่มคนเสื้อแดงส่วนหนึ่ง ในนาม Korat No เผด็จการ กว่า 100 คน นำโดยนายกฤติพงศ์ ปานสูงเนิน แกนนำนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ตั้งเครื่องขยายเสียงเปิดการปราศรัยเพื่อให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่แยกราชประสงค์ กทม. พร้อมทั้งเรียกร้องขอให้ปล่อยตัวแกนนำผู้ชุมนุมโดยไม่มีข้อแม้ และขับตะโกนขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีออกไป

ทั้งนี้ แกนนำมีการสับเปลี่ยนหมุนเวียนกล่าวปราศรัยโจมตีรัฐบาล รวมทั้งตะโกนบอกให้ทางเทศบาลนครนครราชสีมาเปิดไฟทั่วลานย่าโม แต่เนื่องจากฝนตกโปรยปราย จึงไม่สามารถเปิดไฟฟ้าได้ พร้อมให้ทุกคนเปิดไฟจากมือถือ พร้อมทั้งชู 3 นิ้ว เพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงออก ไม่ต้องการเผด็จการ และมีการชูป้ายเขียนข้อความต่างๆนานา เรียกร้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นของประชาชน และยังกล่าวโจมตีว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นลูกหลานชาวโคราช ต่อไปนี้พวกเราไม่ขอนับญาติอีกแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเคารพธงชาติได้มีชายวัยกลางคนขับขี่จักรยานยนต์มาลำพังเพียงคนเดียว มายืนเกาะรั้วแผงเหล็กฟังการปราศรัย ขณะที่แกนนำมีการกล่าวพาดพิงสถาบัน ทำให้ชายคนดังกล่าวไม่พอใจและตะโกนต่อว่า ห้ามนำสถาบันมาเกี่ยวข้อง โดยแกนนำพยายามชี้แจงสิทธิเสรีภาพที่สามารถแสดงออกได้ และมีการโต้เถียงประมาณ 10 นาทีก่อนกลุ่มเครือข่ายเยาวชนฯจะลุกฮือไปยืนล้อมและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายชายคนดังกล่าว และมีการเผชิญหน้าโต้เถียงกันไปมา รวมทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมได้ชูนิ้ว 3 นิ้วพร้อมทั้งตะโกนพาดพิงสถาบัน แต่ไม่มีเหตุกระทบกระทั่งปานปลาย และชายคนดังกล่าวก็ขับขี่จักรยายนต์เดินทางกลับ

ขณะชุมนุมได้เกิดฝนตกโปรยปรายไม่ขาดสาย ผู้ชุมนุมได้แจกเสื้อกันฝน และกางร่มฟังปราศรัยต่อไปตลอดเวลา แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังคงปักหลักไม่ยอมหนี โดยมีการรักษาความสงบของกำลังตำรวจจาก สภ.เมืองนครราชสีมา ทั้งในและนอกเครื่องแบบ และทหารกว่า 100 นายรักษาความเรียบร้อยจนกระทั่งผู้ชุมนุมได้หยุดกิจกรรมเวลา 19.00 น. ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้าน


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'