แด่...คนแก่และคนชราทั้งหลาย


เพิ่มเพื่อน    

 

                                         (1)

                ไม่ว่าจะเป็น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ของหมู่เฮาชาวพุทธ พระเยซูคริสต์ ของศาสนาคริสต์เขา หรือแม้แต่ พระนบี มูฮัมหมัด ของบรรดาอิสลามิกชน ฯลฯ ถ้าว่ากันโดยประวัติความเป็นมา ไม่เกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์ อิทธิเดช ประเภทปาฏิหง ปาฏิหาริย์ ที่ถูกนำมาสอดแทรก สอดไส้ กันในแบบไหน ระดับไหน ก็ตาม ล้วนแต่หนีไม่พ้นต้องผ่านการ ฝึก การ อบรม ในแบบที่เรียกๆ กันว่า สมาธิ ไปด้วยกันทั้งสิ้น...

                                                         (2)

                พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรานั้น...ต้องปลีกวิเวก ไปนั่งโดดเดี่ยว เดียวดาย อยู่ ณ โคนต้นไม้ในป่าใหญ่ ไม่รู้จะกี่ทิวา-ราตรี อดข้าว-อดน้ำ ซะจนผอมแห้ง แรงน้อย เลือดเนื้อ ผิวกายซูบๆ โทรมๆ แทบเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ส่วนพระเยซูคริสต์ของชาวคริสต์เห็นว่าต้องหลบไปอยู่แถวๆ ทะเลทรายอันเวิ้งว้าง ว่างเปล่า อย่างทะเลทรายเดดซี นับเป็นเดือนๆ เป็นอย่างน้อย ไม่ต่างไปจากพระนบี มูฮัมหมัด ที่ต้องแยกตัวเองออกจากพรรคพวกเพื่อนฝูง หลบไปอยู่ในถ้ำแถวๆ ภูเขาที่เรียกๆ กันว่า ฮีรัม อย่างต่อเนื่องยาวนานพอสมควร หรือจนกระทั่งเทวทูต กาเบรียล ท่านจะสาธยายเนื้อหา สาระ ของพระคัมภีร์ อัลกุรอาน ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ไปทุกวรรค ทุกประโยคนั่นแหละ ถึงจะสามารถ บรรลุวิชาไหมฟ้า แบบเดียวกับการ ตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้า หรือการได้พบ สัมผัส กับ พระบิดา หรือพระผู้เป็นเจ้า ของพระเยซูคริสต์นั่นเอง...

                                                         (3)

                คือต้องเรียกว่า...ต่างผ่านการ ฝึก ชนิดหนักหนา สาหัส เอามากๆ เผลอๆ อาจมากกว่าการ ฝึก ของบรรดานักรบ นักกีฬา หรือบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ชำนัญการ ในด้านต่างๆ ทั้งหลาย ไม่รู้กี่ร้อย กี่พันเท่า เพียงแต่อาจผิดแผก แตกต่าง กันตรงที่ว่า ไม่ได้เป็นเพียงแค่การฝึก การอบรม ในทางร่างกาย ทางสมอง หรือทางอวัยวะต่างๆ แต่เพียงเท่านั้น แต่เป็นการฝึก การอบรม ทาง จิต โดยตรง ผลที่ได้...จึงย่อมผิดแผก แตกต่าง ไปจากความเก่งกาจ ร้ายกาจ ของบรรดาพวกนักรบ นักกีฬา ผู้เชี่ยวชาญ ชำนัญการ ในด้านอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น เทพ แห่งวงการเทนนิส อย่างคุณพี่ โรเจอร์ เฟดเดอเรอร์, มนุษย์ต่างดาว แห่งวงการฟุตบอล อย่าง ลีโอเนล เมสซี หรือบรรดานักรบในอุดมคติ อย่าง แรมโบ้-แรมบ้า หรือประเภท คนเหล็ก อย่าง อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์ ฯลฯ อยู่แล้วแน่ๆ...

                                                      (4)

                หรือพูดง่ายๆ ก็คือ...ได้ก่อให้เกิด ปาฏิหาริย์ในทางจิต อันจะนำมาซึ่ง เสรีภาพ ในอีกชนิดหนึ่ง ที่บรรดาผู้คนปกติ ธรรมดา โดยทั่วไป มักไม่ค่อยได้คิดถึง นึกถึง มากมายซักเท่าไหร่ แม้เป็นสิ่งที่ถือเป็นสุดยอดปรารถนา ของบรรดาผู้ที่ก่อกำเนิด เกิดมา เป็นมวลมนุษย์ หรือเป็นสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย นั่นคือความเป็นอิสระ เสรี ไปจากทุกสิ่งทุกอย่างที่สามารถผูกมัด รัดรึง ทุกสรรพสิ่งไว้ใน กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ จนทำให้นักคิด นักปราชญ์ ของพวกฝรั่งยุคอดีต อดรำพึง รำพัน ขึ้นมามิได้ ประมาณว่า พระเจ้าเกิดข้าฯ มาเสรี...แต่ทุกหนแห่งเต็มไปด้วยพันธนาการ อะไรประมาณนั้น หรือทำให้สิ่งที่เรียกว่า เสรีภาพ-เสมอภาค-และภราดรภาพ ที่ใครต่อใครใฝ่หามาโดยตลอด แต่แทบไม่ต่างไปจากการค้นหา หนวดเต่า-เขากระต่าย ไปซะทุกๆ ครั้ง มีโอกาสเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้ ก็ด้วยเพราะเสรีภาพในลักษณะที่ว่า หรือ เสรีภาพทางจิตวิญญาณ นั่นเอง...

                                                      (5)

                ปาฏิหาริย์ในทางจิต ไม่ว่าโดยพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเยซูคริสต์ หรือพระนบีฯ จึงกลายมาเป็นแบบอย่าง แนวทาง ให้กับบรรดามวลมนุษยชาติทั้งหลาย นับเป็นพันๆ ปี โดยแทบมิรู้วันเสื่อมคลายแม้จนตราบเท่าทุกวันนี้ ขณะที่ ปาฏิหาริย์ ในทางอื่นๆ ล้วนแล้วแต่เกิดๆ-ดับๆ ขึ้นๆ-ลงๆ วูบๆ-วาบๆ ไหลไปตามกระแสโลก กระแสโลกย์ เดี๋ยวดี-เดี๋ยวร้าย เดี๋ยวชนะ-เดี๋ยวแพ้ เดี๋ยวยิ่งใหญ่ เกรียงไกร-เดี๋ยวพังพินาศ ย่อยยับ กลายเป็น อนุสาวรีย์ ที่ถูกรื้อทิ้งไปเป็นยุคๆ สมัยๆ และกลายเป็นเครื่องตอกย้ำให้เห็นอย่างชัดเจน แจ่มแจ้ง ว่าสิ่งที่เรียกว่า เสรีภาพ-เสมอภาค-และภราดรภาพ นั้น ไม่ได้เป็นสิ่งที่ มีอยู่จริง ในโลกแห่งวัตถุ มีแต่ต้องหันไปแสวงหา ไปค้นหา ในโลกแห่งจิตวิญญาณเท่านั้น ถึงจะมีโอกาสค้นพบได้แบบจริงๆ จังๆ...

                                                       (6)

                เสรีภาพ-เสมอภาค-และภราดรภาพ...ที่จะนำมาซึ่งความสงบ สะอาด สว่าง ความเย็น อันพ้นไปจากการถูกผูกมัด รัดรึง ไว้โดย กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ สามารถอยู่ในโลกและอยู่เหนือโลก ไม่ว่าโลกมันจะหมุนเวียนเปลี่ยนผันไปในลักษณะไหน ส่วนจะจริง-ไม่จริง เชื่อ-ไม่เชื่อ เป็นไปได้-เป็นไปไม่ได้ ฯลฯ อันนี้...ก็คงต้องขึ้นอยู่กับการ ฝึก เป็นประเดิมเริ่มต้นนั่นแหละทั่น การหันมาให้ความสำคัญกับการ อบรม อารมณ์-ความรู้สึกต่างๆ ที่อุบัติขึ้นมาในหัวจิต หัวใจ ระดับเป็นนาทีต่อนาที วันต่อวัน ปีต่อปี หรือการหันมาให้ความสำคัญกับการ ข่มกลั้น การสร้าง ความอดทน ต่ออารมณ์-ความรู้สึกต่างๆ ที่จู่โจมเข้ามาในจิตใจ ในแต่ละห้วง แต่ละระยะ...

                                                       (7)

                ยิ่งสำหรับบรรดาผู้ที่ผ่านโลก ผ่านโลกย์ ผ่านประสบการณ์ชีวิตต่างๆ มาพอสมควร หรือบรรดาพวกคนแก่และคนชราทั้งหลาย ที่ต่างมองเห็นถึงความจริง ข้อเท็จจริง แห่งการเกิดๆ-ดับๆ การ เกิดขึ้น-ตั้งอยู่-และดับไป อันถือเป็น สัจธรรม ที่มิอาจปฏิเสธได้ก็น่าจะหันมาให้ความสำคัญกับการแสวงหาความเป็นไปได้ของสิ่งที่ว่านี้ อย่างเป็นระบบและกิจการ อย่างน้อย...ก็น่าจะดีกว่าการเอาแต่นั่งโพสต์โน่น โพสต์นี่ การเรียกร้องพวกเด็กๆ ให้ หามลุง...ไปตีกับมันที ไปจนถึงการยุ การเชียร์ ให้พวกเด็กๆ หันมา ทำร้ายตัวเอง แบบที่ตัวเองเคยทำร้ายตัวเองมาโดยตลอด แต่ก็ยังไม่เคยมีโอกาสพานพบกับหนวดเต่า เขากระต่าย หรือพบกับ เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ ที่เป็นจริง เป็นจัง เอาเลยแม้แต่น้อย...

                               -----------------------------------------------------------


สังเกตมั้ย? ผ่าน ๗ วัน จาก ๑๓-๒๐ ตุลา ม็อบ "สามนิ้ว" ในแบรนด์ "ประชาชนปลดแอก" ใต้คอนโทรลสามสัส จากมุ่งพื้นที่ไข่แดง เปลี่ยนแผนเป็นกระจายไปและเล็มไข่ขาว "ขอบนอก" เข้ามา จาก ๔ ทิศ

เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ
โมเดล "ประตูบานแรก"
ด้วยคำ 'อย่าละทิ้งประชาชน'
'คำสอนพ่อ' ในสายฝนพรำ
'พม่าป่วยเท่ากับไทยป่วย'