ศักดิ์สยามย้ำนักท่องเที่ยวจีนกลุ่มแรกเข้าไทยมั่นใจสาธารณสุขไทยมีมาตรการคุมเข้ม


เพิ่มเพื่อน    

 

20 ต.ค.63-นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า จากกำหนดการเดิมที่จะเดินทางไปตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติการณ์คัดกรองตรวจเชื้อโรคโควิด-19 ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในวันที่ 21 ต.ค.นี้นั้น แต่ได้มีการเลื่อนกำหนดการเป็นวันที่ 26 ต.ค. 2563 แทน เนื่องจากในวันพรุ่งนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบศ.

ทั้งนี้ ในส่วนของกรณีเริ่มมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในประเทศไทย โดยในวันที่ 20 ต.ค. 2563 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มวีซ่าพิเศษ (Special Tourist VISA: STV) กลุ่มแรกเดินทางจากนครเซี่ยงไฮ้ประเทศจีน จำนวนประมาณ 39 คน บินมาลงที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และคาดว่ากลุ่มดังกล่าวจะอยู่ในไทยเป็นระยะเวลา 30 วันว่า ในเรื่องดังกล่าว ประเทศไทยมีความสามารถดูแลได้ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานการดำเนินการ ขณะที่ในส่วนของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีหลักขั้นตอนในการปฏิบัติอยู่แล้ว โดยจะมีการตรวจผู้ที่เดินทาง 1 ต่อ 1 (ตรวจทีละคน) ซึ่งสามารถตรวจได้ 700 รายต่อวัน อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว ถือเป็นการเริ่มนับ 1 และเป็นไปตามมาตรการของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศ 

นายศักดิ์สยาม กล่าวว่า จากข้อมูลประเทศสิงคโปร์ ที่สามารถตรวจเฉลี่ยได้ประมาณวันละ 27,000 รายต่อวัน โดยใช้ลักษณะการตรวจเป็นกลุ่ม จึงได้มีหารือร่วมกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรมควบคุมโรคว่า จะสามารถวางหลักเกณฑ์การดำเนินการ เพื่อเพิ่มความสามารถในการตรวจอย่างไรให้เพิ่มมากขึ้น โดยการเปิดรับนักท่องเที่ยวเป็นนโยบายที่ทางรัฐบาลจะการดำเนินการภายใต้มาตรการสาธารณะสุขที่แข็งแรง 

นายศักดิ์สยาม กล่าวต่ออีกว่า ได้รับรายงานว่า จะมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางโดยเรือยอร์ช โดยจะเข้ามาท่องเที่ยวเป็นกลุ่มนั้น จึงได้มอบหมายให้นายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ไปพิจารณากรณีดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ ในช่วงเวลานี้ ที่กำลังจะเข้าสู่ฤดูหนาว จึงทำให้มีนักท่องเที่ยวสนใจเดินทางมายังประเทศไทยจำนวนมาก ด้วยสภาพอากาศอุ่น และเหมาะแก่การท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า ไม่ต้องห่วง เนื่องจากประเทศไทยมีความเข็มแข็งในมาตรการทางด้านสาธารณสุขที่ติดอันดับ 1 ใน 3 ของโลก

ด้านนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (สายปฏิบัติการ 1) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) กล่าวว่าตามที่รัฐบาลจะเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist Visa (STV) เข้ามาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศไทย โดยจะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ประสงค์เดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) และต้องยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย โดยในวันนี้ (20 ตุลาคม 2563) จะมีนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ STV กลุ่มแรกเดินทางเข้าประเทศไทย เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวน 39 คน เดินทางมาโดยสายการบิน Spring Airlines เที่ยวบินที่ 9C8579 จากเมืองเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทสภ.) เวลา 17.10 น. 

อย่างไรก็ตามซึ่งนักท่องเที่ยวดังกล่าวยังคงต้องผ่านกระบวนการตรวจคัดกรองเชื้อไวรัสโควิด - 19 ตามมาตรการของรัฐเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป และต้องตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (Alternative State Quarantine: ASQ) 
นายกิตติพงศ์ กล่าวต่อไปว่า ทสภ. มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวแล้วและมีการประสานการทำงานกับกระทรวงสาธารณสุข หน่วยงานราชการ สายการบินและผู้ปฏิบัติงานภายใน ทสภ. เพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติงานร่วมกันให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาล เช่น การตั้งจุดคัดกรองของด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ การจัดเตรียมพื้นที่ตั้งห้องปฏิบัติการสำหรับการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด - 19 ด้วยระบบการตรวจหาสารคัดหลั่งทางพันธุกรรม หรือ PCR ซึ่งมีความรวดเร็วและแม่นยำถึง 95 %ที่สามารถทราบผลตรวจได้ภายใน 90 นาที

 ทั้งนี้ ทสภ. ได้มีการจัดเตรียมพื้นที่บริเวณ Gate D3 และ D4 ไว้เป็นห้องพักคอยสำหรับผู้โดยสารที่ต้องรอผลตรวจ ซึ่งภายในห้องดังกล่าวมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ และจัดที่นั่งให้มีการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) รวมทั้งมีห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งน้ำดื่มไว้ให้บริการด้วย นอกจากนี้ ทสภ. ยังจัดให้มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกและให้คำแนะนำผู้โดยสารในการกรอกข้อมูลในแบบฟอร์ม (ใบ ต.8) การโหลด Application ติดตามตัว รวมถึงการดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ด้วย 

นายกิตติพงศ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทสภ. ได้ให้ความสำคัญในการปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยและด้านสาธารณสุข โดยเน้นย้ำในการดูแลรักษาความสะอาดในทุกพื้นที่ภายในท่าอากาศยานรวมถึงบริเวณพื้นที่จุดสัมผัสต่างๆ เช่น ห้องน้ำ ลิฟต์ ทางเดินเลื่อน แบบ Deep Cleaning อย่างต่อเนื่องทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง

 นอกจากนี้ ทสภ. ได้มีการตั้งจุด Terminal Screening เพื่อตรวจคัดกรองอุณหภูมิร่างกายผู้ที่จะผ่านเข้ามาในอาคารผู้โดยสารทุกคน และได้ขอความร่วมมือให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทุกคนต้องถือปฏิบัติตามวิถีชีวิตปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) เมื่ออยู่ภายในอาคารผู้โดยสารและพื้นที่ท่าอากาศยานอย่างเคร่งครัดโดยการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อลดความแออัด ในพื้นที่ให้บริการต่างๆ และกำหนดให้ผู้โดยสาร ผู้ใช้บริการ รวมถึงเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในอาคารผู้โดยสาร เพื่อเป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 

ทั้งนี้ ทสภ. ขอให้ผู้โดยสารและผู้ใช้บริการ เชื่อมั่นและมั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัยและสาธารณสุขของ ทสภ. ที่ได้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด - 19 อย่างละเอียดมาอย่างต่อเนื่อง


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'