นักวิชาการแจ้งข่าวเศร้า ศาลไม่ให้ประกัน 'เพนกวิน-รุ้ง'


เพิ่มเพื่อน    

21 ต.ค.63 -  ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม ควบคุมตัว นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน และ น.ส.ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือรุ้ง แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม มายื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาลเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 21 ต.ค. - 1 พ.ย. 2563 เนื่องจากต้องสอบสวนพยานอีก 6 ปาก, รอผลการตรวจพิสูจน์ลายพิมพ์นิ้วมือจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร และผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาทั้งสอง โดยยื่นฝากขังในความผิดฐานยุยงปลุกปั่นฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, มั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ และข้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง ในคดีชุมนุมปักหมุดที่ท้องสนามหลวงวันที่ 19-20 ก.ย. นี้ ทั้งนี้ ระหว่างที่นำตัวมา เพนกวินและรุ้งได้เปิดหน้าต่างรถคุมขัง สน.ชนะสงคราม ออกมาชู 3 นิ้วพร้อมสีหน้ายิ้มแย้ม

คำร้องฝากขังระบุพฤติการณ์สรุปได้ว่า กลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมนำโดยนายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 1-2 กับพวก ได้จัดกิจกรรม 19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร ในวันที่ 19 ก.ย.2563 เวลา 14.00 น.ที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ และสนามหลวง วันเวลาเกิดเหตุมีกลุ่มผู้ชุมนุมทยอยเดินทางเข้ามารวมตัวกันอยู่ที่บริเวณฟุตบาทด้านหน้า ม.ธรรมศาสตร์ ตำรวจ สน.ชนะสงครามจึงได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อกฎหมายให้กลุ่มผู้ชุมนุมยุติกิจกรรม โดย น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาที่ 2 ปราศรัยเชิญชวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมมารวมตัวกันให้มากที่สุด เพื่อจะเข้าไปภายใน ม.ธรรมศาสตร์ จะนำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปด้วยตัวเอง เพื่อกดดันเจ้าหน้าที่ของ ม.ธรรมศาสตร์ ให้เปิดประตู

ในเวลาประมาณ 12.05 น. ของวันที่ 19 ก.ย. 2563 นายภาณุพงศ์ จาดนอก พร้อมกับกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันผลักดันประตูรั้ว ม.ธรรมศาสตร์

จนแม่กุญแจที่ล็อคประตูรั้วของ ม.ธรรมศาสตร์ได้รับความเสียหาย กลุ่มผู้ชุมนุมจึงสามารถเข้ามาภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ได้ และกลุ่มผู้ชุมนุมอีกกลุ่มหนึ่งยังได้ตัดเหล็กแม่กุญแจประตูด้านท่าพระจันทร์ โดยมีนายพริษฐ์ ผู้ต้องหาที่ 1 เป็นผู้นำกลุ่มผู้ชุมนุมเข้ามาภายใน ม.ธรรมศาสตร์ ทางประตูดังกล่าวอีก ต่อมาเวลา 12.30 น. น.ส.ปนัสยา ขึ้นไปบนรถยนต์เคลื่อนที่ปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียง จากนั้นในเวลาประมาณ 15.34 น.ของวันเดียวกัน กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนขบวนออกจาก ม.ธรรมศาสตร์ ไปสนามหลวง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงประชาสัมพันธ์ว่าการชุมนุมในวันนี้เป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลุ่มผู้ชุมนุมได้พังรั้วสนามหลวงฝั่งสนามหญ้าและมีการผลักดันกันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบกลุ่มการ์ดพร้อมคีมตัดกุญแจเดินตัดกุญแจรอบสนามหลวง หลังจากนั้น ได้มีการจัดตั้งเวทีปราศรัยและจัดกิจกรรมบนเวทีปราศรัยใหญ่ 

ต่อมาวันที่ 20 ก.ย. 2563 เวลา 00.49 น. - 02.30 น. นายพริษฐ์ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ท้องสนามหลวงโดยใช้เครื่องขยายเสียง เนื้อหาปราศรัยได้กล่าวพาดพิงและโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือเพื่อให้ประชาชนทั่วไปล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และในเวลาประมาณ 00.03 น.-00.35 น.ของวันเดียวกัน น.ส.ปนัสยา ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีใหญ่ท้องสนามหลวงโดยใช้เครื่องขยายเสียง เนื้อหาปราศรัยได้กล่าวพาดพิงและโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ จากนั้นเวลา 06.44 น. นายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา กับพวกและกลุ่มผู้ชุมนุมได้ร่วมกันทำพิธีปักหมุดคณะราษฎร โดยนำหมุดมาฝังลงบนพื้นท้องสนามหลวงบริเวณหน้าเวที ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมได้มีการเจาะทำลายพื้นบริเวณดังกล่าว ภายหลังแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจึงได้ประกาศยุติการชุมนุม 

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับนายพริษฐ์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1585/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค. 2563 และ น.ส.ปนัสยา ตามหมายจับศาลอาญาที่ 1586/2563 ลงวันที่ 15 ต.ค.2563 กระทั่งวันที่ 20 ต.ค. 2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ชนะสงคราม ได้ร่วมกันจับกุมนายพริษฐ์ และ น.ส.ปนัสยา ผู้ต้องหาทั้งสอง

ท้ายคำร้องพนักงานสอบสวนขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์จะไปชุมนุมก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองในลักษณะเดิมเหมือนที่ผ่านมา อยู่ระหว่างถูกดำเนินคดีอยู่หลายคดีและหลายท้องที่ ซึ่งล้วนเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันตัวไปเกรงว่าผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะหลบหนี

ศาลพิจารณาคำร้องและเหตุความจำเป็นแล้ว อนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหาทั้งสอง โดยอนุญาตให้ฝากขังครั้งแรกเพียง 7 วัน ตั้งแต่วันที่ 21-27 ต.ค.นี้ จากนั้นผู้ต้องหาทั้งสองได้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีนายประจักษ์ ก้องกีรติ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ และนายเอกสิทธิ์ หนุนภักดี อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ ใช้ตำแหน่งทางวิชาการยื่นประกันตัว

ต่อมาเวลา 16.00 น. ศาลได้มีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยชั่วคราวของผู้ต้องหาทั้งสอง พิเคราะห์แล้วเห็นว่า พฤติการณ์แห่งคดีนี้ ผู้ต้องหาถูกจับกุม ประกอบกับเห็นว่า หากผู้ต้องหาได้รับการปล่อยชั่วคราว น่าเชื่อว่าจะไปกระทำการหรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้นอีก ในชั้นนี้จึงให้ยกคำร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์จะควบคุมตัวนายพริษฐ์ หรือเพนกวิน ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ส่วน น.ส.ปนัสยา หรือรุ้ง ไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงกลาง ในชั้นฝากขังนี้ต่อไป

ขณะที่ นายประจักษ์ ก้องกีรติ รองคณบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็นสมาชิกเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านทิวตเตอร์ว่า "ขออนุญาตแจ้งข่าวเศร้าจากศาลอาญาครับ- ศาลมีคำสั่งยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวรุ้งกับเพนกวินที่ทางอาจารย์ยื่นไป- สรุปคือไม่ให้ประกันเพนกวินและรุ้งครับ"

"ตอนนี้รุ้งและเพนกวินถูกนำตัวขึ้นรถไปแล้ว เจ้าหน้าที่นำตัวไปฝากขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ (ลาดยาว) ซึ่งเป็นที่เดียวกับที่คุมขังไผ่ ไมค์ และคนอื่นๆ - ทางทนายและอาจารย์จะยื่นอุทธรณ์พรุ่งนี้เช้า"


ตอนนี้...... ต่างชาติแก๊ง "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" โผล่หางบ่อยขึ้น หมายถึงอะไร? ก็หมายถึง "ม็อบ ๓ นิ้ว" กำลังถึงทางตัน ยิ่งถูกฝ่ายบ้านเมืองใช้แผน "น้ำร้อนปลาเป็น-น้ำเย็นปลาตาย"

ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'