ตามรอยสมเด็จย่าพบกับพระราชกรณียกิจแม่ฟ้าหลวง พัฒนาคุณภาพชีวิต3ชาติพันธ์ุ


เพิ่มเพื่อน    

 

 

 

     วันที่  21 ต.ค. - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เนื่องในวาระ 120  ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2563  พร้อมทั้งชมนิทรรศการ “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” การแสดงชุด “สืบสาน รักษา ต่อยอด พัฒนา เเม่ฟ้าหลวง” โดย มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์การแสดงชุด คารวะพระแม่ย่า จาก 3 ศิลปินแห่งชาติ อาจารย์เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ อาจารย์ปรีชา เถาทอง และอาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี การแสดง ชุด รำอาข่าโบราณ โดยชนเผ่าอาข่า อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย การแสดงการขับร้องเพลง โดย ตำรวจตระเวนชายแดน โดยมี นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ผู้บริหารไอคอนสยาม ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม

 

 

 

       นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาล มอบหมายให้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ดำเนินการจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ เนื่องในวาระ 120  ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21ตุลาคม 2563  เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และเพื่อน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ และเผยแพร่พระเกียรติคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ซึ่ง วธ. มีนโยบายและยุทธศาสตร์หลักในการเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และเสริมสร้างค่านิยม อัตลักษณ์ไทยและความเป็นไทย รวมทั้งอนุรักษ์สืบทอดและต่อยอดมรดกทางศิลปวัฒนธรรมของไทย จึงบูรณาการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เครือข่ายทางวัฒนธรรม และภาคประชาชน จัดงาน “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เนื่องในวาระ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี 21 ตุลาคม 2563  ระหว่างวันที่ 21-25 ตุลาคม 2563 ณ ICON Art & Culture Space ชั้น 8 ไอคอนสยาม 

       นายวิษณุ กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมภายในงานฯ ประกอบด้วยการจัดแสดงนิทรรศการน้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยแบ่งเป็น 5  โซน ได้แก่ โซนที่ 1 น้อมรำลึก “สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เนื่องในวาระ 120 ปี วันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี  ซึ่งมีการประดับประดาดอกไม้นานาพันธ์จากดอยตุงอย่างงดงาม โซนที่ 2  จัดแสดงนิทรรศการพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระราชดำรัส โดยในส่วนจัดแสดงเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจจะจัดแสดงผ่านระบบเทคนิคพิเศษ Interactive wall screen จอใหญ่ แสดงผลการรับรู้ สร้างความเข้าใจ เข้าถึงได้ง่าย และมีความตื่นตา ตื่นใจ โซนที่ 3 การสาธิต และการประดิษฐ์ของที่ระลึกตามรอยสมเด็จย่า ได้แก่ การประดิษฐ์การ์ดจากดอกไม้แห้ง และการปักครอสติส 

 

 

     โซนที่ 4 การแสดงศิลปวัฒนธรรม ประกอบด้วยการแสดงโดยกลุ่มชาติพันธ์ ตั้งแต่เวลา 15.00  น. ได้แก่ ฟ้อนรำไหว้สาแม่ฟ้าหลวง รำอาข่าโบราณ ฟ้อนรำอาข่าร่วมสมัย และฟ้อนไตเก่า ,การแสดงโดยสมาคมศิลปินเพื่อเยาวชน ตั้งแต่เวลา 17.00  น. ได้แก่ การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงเชิดหุ่นตอนจับนาง การแสดงนาฏศิลป์พื้นบ้าน ชุด เก็บใบชา ฟ้อนล้านนา ภูไทเรณู ฟ้อนขันดอก ฟ้อนที ระบำเปี้ยว และรำวรเชษฐ์ เป็นต้น และโซนที่ 5 การนำวิถีชีวิตของชนเผ่าต่างๆ ในประเทศไทยที่ได้รับพระกรุณาธิคุณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากชนเผ่าอาข่า ชนเผ่าไทใหญ่ และชนเผ่าลาหู่ โดยการจำลองวิถีชีวิต เครื่องแต่งกาย การสาธิตของ 3 ชาติพันธุ์ เช่น การปักผ้า การชงชา และการจำหน่ายของที่ระลึกจากธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดได้ที่สายด่วนวัฒนธรรม 1765  หรือเว็บไซต์ www.m-culture.go.th

 

 

 

 

 

 


เรามักเข้าใจว่า..... มีแต่ "สัตว์เดรัจฉาน" เท่านั้น ที่แยกเป็นชนิดๆ ความจริง "มนุษย์" ก็ด้วย ยังมีแยกเป็นชนิดๆ ในแต่ละชนิดนั้น จัดเข้าหมวดหมู่ได้ ๕ จำพวก

"โชคดี-โชคร้าย"ในโควิด
โควิด 'พาคิดไม่รู้จบ'
'มหาสงกรานต์' คืออะไร?
หมอ 'สงกรานต์' หมอ
"สัตว์เศรษฐกิจ" ตัวใหม่
ฤๅ "ฟ้าใส" จะล่มรัฐบาล?