บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

           ต้องยกนิ้วให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กล้ายืดอกประกาศก้องในสถานการณ์การเมืองที่บรรยากาศมาคุว่า “ยืนยันครับ มาด้วยกัน ไปก็ไปด้วยกัน” ในการโดยสารเรือแป๊ะลุงตู่ อย่างนี้เขาถึงเรียกว่า “เพื่อน” ได้เต็มปากเต็มคำ ไม่ใช่ “คนรู้จัก” เท่านั้น ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะผูกปิ่นโตเหมือน “ภูมิใจไทย” หรือไม่ก็แล้วแต่ถนัด แต่บอกได้คำเดียวว่า ใน การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นไม่ว่าจะเร็วหรือช้านั้นจะไม่ใช่การแบ่งแยกเรื่อง “พรรคเทพ” และ “พรรคมาร” ในอดีตแล้ว แต่จะเป็นการแบ่งกันอย่างชัดเจนว่าเป็นพรรคที่เอาสถาบันหรือพรรคที่ไม่เอาสถาบัน...๐

แหม! “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” นายกฯ และ รมว.กลาโหมเปรยๆ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารว่าอาจมีการยกเลิกการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร งานนี้ต้องบอกนายกฯ เลยว่า ควรรีบยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินโดยไว ซึ่งเหตุผลก็ไม่ใช่ตามที่ใครต่อใครแห่ไปร้องต่อศาลสถิตยุติธรรมหรอก แต่เพราะหากยิ่งเนิ่นช้าออกไปมันจะบ่อนทำลายความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไปเปล่าๆ ปลี้ๆ เพราะที่ผ่านมาแม้ประกาศบังคับใช้กฎหมายติดหนวดออกมาแล้ว แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่สามารถบังคับใช้ เพราะ “กฎหมู่” อยู่เหนือ “กฎหมาย” โดยอ้างเรื่องความเป็น “เยาวชน” ทั้งๆ ที่กฎหมายก็บังคับใช้กับทุกคน ไหนใครเล่าที่เรียกร้องเรื่อง “เท่าเทียม-เสมอภาค”…๐

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องรีบยกเลิกการประกาศใช้กฎหมายติดหนวดดังกล่าว แล้วหันมาใช้กฎหมายที่มีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายชุมนุมสาธารณะ, กฎหมายจราจร, กฎหมายความสะอาด ฯลฯ ซึ่งหากบรรดาม็อบหรือผู้ชุมนุมยังดื้อแพ่งไม่ปฏิบัติตามอีก ก็จะได้เห็นและเปลือยตัวตนของผู้ชุมนุมออกมาเอง และ ยิ่งศาลอาญามีคำสั่งในกรณีการยังไม่ปิดแพลตฟอร์มของ “วอยซ์ทีวี” รวมทั้งสำนักข่าวออนไลน์ 3 สำนักและเว็บเพจเยาวชนปลดแอก ที่ “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” และ “ตำรวจ” ที่มีอำนาจตาม พ.ร.ก.ยื่นคำร้องให้ตรวจสอบและระงับก็ยิ่งสะท้อนว่ากฎหมายดังกล่าวไม่ใช่ “ยาสารพัดนึก” แต่ประการใดเลย ซ้ำร้ายกลายเป็นการเรียกแขกให้เพิ่มเติมขึ้นมาอีกต่างหาก...๐

ที่น่าสนใจใน กรณีเว็บไซต์หรือเฟซบุ๊กที่ปั่นปั่นกระแสนั้น ไม่ใช่ครั้งแรก ที่ผ่านมาก็มีมาตั้งแต่ยังมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่ดูเหมือน “ดีอีเอส” กลับไม่สามารถจัดการได้แต่ประการใดเลย โดยเฉพาะบรรดานักการเมืองที่มีการโพสต์ข้อมูลที่บิดเบือน กรณีล่าสุดก็ของ “พิชัย นริพทะพันธุ์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โดยหยิบยกภาพการชุมนุมที่ฮ่องกงมาแชร์มาแพร่ต่อ ทำให้สังคมเกิดการตื่นตระหนกและเป็นการปลุกกระแสให้ผู้ชุมนุม ซึ่งเจ้าตัวก็อ้างเหตุผลว่าฉุกละหุก และมีอาจารย์มาร้องขอ พิโธ่! แน่จริงก็บอกมาเลยว่าเป็นอาจารย์ชื่ออะไร สถาบันไหน เพราะ จะรู้ว่าแค่ “ภาพปลอม” ยังไม่ตรวจเช็ก แล้วจะมาเป็นพ่อพิมพ์แม่พิมพ์ให้ประเทศชาติได้อย่างไรเล่า รวมถึงตัวนายพิชัยเองที่ชอบยกสรรพคุณ “อดีต รมว.พลังงาน” แค่การเช็กข้อมูลยังทำไม่ได้ ที่สำคัญยังไม่ใช่ครั้งแรกที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่าสนใจว่า “ดีอีเอส” และ “ปอท.” จะปล่อยไว้อย่างนี้เหรอ...๐

แล้วที่ พรรคเพื่อไทยเคยโหนกระแสข่าวต่างประเทศเรื่อง “ไอโอ” แล้วกรณีนี้ไม่เรียกว่าไอโอหรืองัยจ๊ะ แต่ไม่ก็ไม่น่าแปลกใจแต่ประการใด เพราะดูคนรุ่นใหม่ของเพื่อไทยที่เรียกซะโก้หรูว่า “เพื่อไทยพลัส” ที่ประชุมล่าสุดและได้แถลงผลออกบอกได้คำเดียวว่าเชื้อไม่ทิ้งแถวแต่ประการใด เผลอๆ จะหนักกว่าเก่าเสียอีก เพราะเป้าหมายหลักก็คือเรื่องอำนาจ โดยต้องการ ให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ลาออก และสำทับอีกว่าต้องประกาศยุติบทบาททางการเมือง!!! นี่ทำไมไม่บอก “คนหน้าเหลี่ยม” ด้วยเล่า เพราะหากไล่เรียงปัญหาที่แท้จริงที่ยาวนานมานับทศวรรษจนถึงทุกในวันนี้ก็มาจากคำว่า “บกพร่องโดยสุจริต” ใช่หรือไม่เล่า...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวฝากจากชาวคลองเตยไปถึงเขตคลองเตยและผู้ว่าตราตั้งอย่าง “พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง” ลองมาดูแลเรื่องป้ายรถประจำทางตรงข้ามตลาดคลองเตยฝั่งพระราม 4 กันบ้าง เพราะเป็นป้ายใหญ่ที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งระบุว่าปรับปรุง แต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่น้อยนอกจากการล้อมรั้วมาจะร่วมเดือนแล้ว ทั้งที่เป็นช่วงพายุฝนกระหน่ำ แต่มีป้ายเล็กๆ ที่ติดกันให้ประชาชนหลายสิบคนใช้หลบฝนได้เท่านั้น ทำเหมือนกับตอนนี้เขตคลองเตยยามนี้ไม่มีผู้อำนวยการเขตซะอย่างนั้น ช่างเอวัง! ในยุคจดจ่อการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสียจริง...๐

...ท.ศักดิ์


ตอนนี้...... ต่างชาติแก๊ง "จักรวรรดินิยมอำนาจตะวันตก" โผล่หางบ่อยขึ้น หมายถึงอะไร? ก็หมายถึง "ม็อบ ๓ นิ้ว" กำลังถึงทางตัน ยิ่งถูกฝ่ายบ้านเมืองใช้แผน "น้ำร้อนปลาเป็น-น้ำเย็นปลาตาย"

ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'