‘วราวุธ’ รมว.กระทรวงทรัพยฯ ร่วมงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน รับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวน-อุทยานฯ


เพิ่มเพื่อน    

นายวราวุธ  ศิลปอาชา  รมว.กระทรวงทรัพยฯ (กลาง) ร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือที่ จ.น่าน

 

จ.น่าน /  ‘วราวุธ  ศิลปอาชา’ รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ร่วมงาน’วันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563 ภาคเหนือ’ ที่จังหวัดน่าน  ชูประเด็น การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน  ขณะที่เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือกว่า  500 คน  ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์และยื่นข้อเสนอให้ รมว.แก้ปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยในเขตป่าสงวน-อุทยานแห่งชาติ

 

องค์การที่อยู่อาศัยแห่งสหประชาชาติ (UN – HABITAT)   กำหนดให้วันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมของทุกปี เป็น ‘วันที่อยู่อาศัยโลก’ หรือ ‘World Habitat Day’  เริ่มตั้งแต่ปี 2528  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประเทศต่าง ๆ ในโลกให้ความสำคัญกับสถานการณ์การอยู่อาศัยและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์  ตลอดจนตระหนักถึงสิทธิพื้นฐานของการมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมของประชากรทุกคนบนโลก

 

ในปีนี้วันที่อยู่อาศัยโลกตรงกับวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคมที่ผ่านมา  โดย UN – HABITAT  มีคำขวัญว่า “Housing for all A better urban future” หรือ “ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม”  ขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ ‘พอช.’ จัดมหกรรม ‘บ้านมั่นคง  : ที่อยู่อาศัยสำหรับทุกคน เพื่ออนาคตเมืองที่ดีขึ้นกว่าเดิม’ ตลอดช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนนี้  ทั่วภูมิภาค  คือ  ภาคกลางและตะวันตกที่จังหวัดสุพรรณบุรี    ภาคตะวันออกที่ จ.ปราจีนบุรี  กรุงเทพฯ  ภาคเหนือที่ จ.น่าน  ภาคอีสานที่ จ.ขอนแก่น  และภาคใต้ที่ จ.ชุมพร 

 

การจัดงานวันที่อยู่อาศัยที่บริเวณหน้าที่ทำการองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทยเมื่อวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา

 

 

วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ :  การจัดการที่อยู่อาศัย-ที่ดินทำกินเพื่อคนทุกคน”

ระหว่างวันที่ 30-31 ตุลาคม  ขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ 17 จังหวัด  ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ จัดงาน ‘วันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือ ปี 2563’ ที่จังหวัดน่าน   โดยมีประเด็นสำคัญในการจัดงาน  คือ การจัดการที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน เพื่อคนทุกคน  โดยนายวราวุธ  ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเดินทางมารับฟังปัญหาและรับมอบข้อเสนอการแก้ไขปัญหาจากประชาชนภาคเหนือในการจัดงานวันนี้ (30 ตุลาคม)

 

การจัดงานวันนี้ (30 ตุลาคม)  ช่วงเวลา 14.00 น. มีการเดินขบวนรณรงค์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก  เพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนในภาคเหนือ  โดยขบวนเดินรณรงค์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่าน อำเภอเมือง จังหวัดน่าน  มายังข่วงเมืองน่าน ซึ่งเป็นลานวัฒนธรรมและสถานที่สำคัญใจกลางเมืองน่าน (ระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร)  มีประชาชนเข้าร่วมเดินรณรงค์ประมาณ  500 คน 

 

การเดินรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลกที่ จ.น่าน  เริ่มจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาน่านไปยังข่วงเมืองน่าน

 

นายกนกศักดิ์ ดวงแก้วเรือน ผู้แทนขบวนองค์กรชุมชนภาคเหนือ  กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกภาคเหนือว่า  1.เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก  ให้สังคมได้ตระหนักถึงสถานการณ์ปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย  และยื่นข้อเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

 

2.เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ระหว่างขบวนองค์กรชุมชน เครือข่ายชุมชนเมือง ท้องที่  ท้องถิ่น หน่วยงานต่างๆ ทั้งระดับพื้นที่และระดับนโยบาย ให้รับรู้และเข้าใจแนวทางการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยที่ต้องสร้างความมั่นคง ตั้งแต่ที่ดิน ที่อยู่อาศัย และการพัฒนาคุณภาพชีวิต  

 

3.เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงขบวนองค์กรชุมชน ให้ลุกขึ้นมาเป็นแกนหลักร่วมกับขบวนองคาพยพจากทุกภาคส่วนให้ขับเคลื่อนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอย่างมีส่วนร่วม

 

ร่วมประกาศเจตนารมณ์  แสดงพลังการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน

จากนั้นเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ  ได้ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลกปี 2563  มีเนื้อหาว่า...”พวกเราเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ที่ได้มีการจัดการพัฒนาที่อยู่อาศัย ตามนโยบายการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย ผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล  ภายใต้การเคลื่อนงานของเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินภาคเหนือ โดยขบวนเครือข่ายองค์กรชุมชน ได้ข้อสรุปร่วมกันว่า

 

ร่วมกันประกาศเจตนารมณ์

 

ในท่ามกลางสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งในระดับท้องถิ่น  ระดับจังหวัด และระดับชาติ อันเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากร และการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว  ตลอดจนข้อกล่าวอ้างในการพัฒนา การก่อสร้าง และการผลักดันโครงการขนาดใหญ่เพื่อความเจริญของประเทศชาติ ฯลฯ  

 

ล้วนแล้วแต่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้มีรายได้น้อย ทั้งด้านความมั่นคงในชีวิต ทรัพย์สิน และการดำรงวิถีชีวิตอย่างปกติสุขของพวกเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็ก สตรี คนชรา  คนพื้นเมือง และกลุ่มชาติพันธุ์  ที่อ่อนไหวเปราะบางต่อการอพยพโยกย้าย อันเนื่องมาจากการไล่รื้อบ้านเรือน  และยึดคืนผืนดินที่ทำกินแล้วยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจของคนจน  รวมทั้งการดำรงอยู่ และการถ่ายทอดประเพณีวัฒนธรรมอีกด้วย

 

เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินของผู้มีรายได้น้อย ให้เป็นไปตามแนวทางการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล และเป็นการปกป้องสิทธิของพลเมืองแล้ว ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความเชื่อมั่นต่อแนวทางการปฏิรูปและการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ที่รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่อีกด้วย

 

และเนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก ประจำปี 2563 เครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินภาคเหนือ จึงร่วมแสดงพลังในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน สร้างแนวคิด สิทธิ รูปแบบใหม่  ในรูปแบบกรรมสิทธิ์ร่วม  ด้วยใจจิตอาสา เพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดิน อย่างเป็นธรรมและยั่งยืน”

 

ยื่น 7 ข้อเสนอเชิงนโยบายต่อ รมว.กระทรวงทรัพยฯ         

นอกจากการประกาศเจตนารมณ์ร่วมกันของเครือข่ายภาคประชาชนแล้ว  ผู้แทนเครือข่ายฯ ยังได้ยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในระดับจังหวัดให้เกิดรูปธรรมภาคเหนือ  โดยมีเนื้อหาว่า

 

“เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ  มีเจตนารมณ์ที่จะประกาศต่อสาธารณชนและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องว่า การพัฒนาที่ดินที่อยู่อาศัยและคุณภาพชีวิตสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ภาคเหนือ และทั่วประเทศ จะต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน  ในรูปแบบกลไกการสนับสนุนระดับจังหวัด และบรรจุเป็นแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินในระดับจังหวัด เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนที่เป็นรูปธรรม  ก่อเกิดความมั่นคงในการอยู่อาศัยของชุมชน มีสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจที่ดี โดยชุมชนผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนา ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาที่ดิน ที่อยู่อาศัย  อันจะส่งผลต่อการพัฒนาชุมชนและสังคมโดยรวม ซึ่งมีข้อเสนอเชิงนโยบาย ดังนี้

 

 

1.หน่วยงานภาครัฐทุกระดับต้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเป็นเอกภาพเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินอย่างจริงจัง

2.ขอให้หน่วยงานในระดับจังหวัดบรรจุแผนการพัฒนาที่อยู่อาศัย และการจัดการที่ดินเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัด โดยเน้นการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนอย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม

3.ให้มีการจัดประชุมคณะทำงานการแก้ไขปัญหาผู้มีรายได้น้อยในระดับจังหวัด และ ผลักดันพื้นที่  ที่มีประเด็นปัญหาข้อติดขัดต่อ คณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งระดับอำเภอ และระดับจังหวัด อย่างสม่ำเสมอ

4.ในเชิงกลไกคณะทำงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ให้มีการทบทวนองค์ประกอบ เพิ่มสัดส่วนสภาองค์กรชุมชน กลุ่มผู้เดือดร้อนเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมเสนอแนะ และปัญหาข้อติดขัดที่เกิดขึ้น เพื่อสะท้อนถึงปัญหา ตลอดจนสิทธิการเข้าถึงทรัพยากรในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับท้องถิ่น ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับชาติ

5.ให้มีการจัดตั้งกองทุนกลางสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัย ที่ดินทำกิน และคุณภาพชีวิต โดยให้ผู้มีรายได้น้อยมีส่วนร่วมบริหารจัดการ  เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างเป็นธรรม สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงทางกายภาพ สังคม และเศรษฐกิจของพื้นที่ เช่น เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง ของ พอช. ซื้อโครงการที่อยู่อาศัยของการเคหะแห่งชาติ และเอกชน หรือกลับภูมิลำเนา ฯลฯ ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งและยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน

6.การบูรณาการความร่วมมือภาครัฐ  รัฐวิสาหกิจ เอกชน ในการสนับสนุนระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในพื้นที่โครงการการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยอย่างทั่วถึง

7.ให้มีการอำนวยการก่อสร้างที่อยู่อาศัยและจัดหาที่ดินรองรับให้กับผู้ได้รับผลกระทบที่สอดคล้องกับวิถีการดำรงชีพ

การผนึกพลังร่วมกันระหว่างชุมชนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ชุมชนได้รับสิทธิ   การแก้ไขปัญหาที่ดิน ที่อยู่อาศัย อย่างมีระบบ และดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี สนับสนุนการพัฒนาตามแผนงานของชุมชน บูรณาการการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์คุ้มค่า เกิดรูปธรรมการพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ ที่เห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

 

ทั้งนี้เครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนที่ยื่นข้อเสนอครั้งนี้ประกอบด้วย 1.สหพันธ์พัฒนาองค์กรชุมชนคนจนเมืองแห่งชาติภาคเหนือ (สอช.)  2.เครือข่ายประชาชนเพื่อสิทธิชุมชนและการอนุรักษ์ (คสอ.)  3.สหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ (สกน.)  4.เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนภาคเหนือ   5.เครือข่ายการจัดการที่ดิน จังหวัดน่าน   และ 6. เครือข่ายสวัสดิการชุมชนภาคเหนือ

 

 

วราวุธ’  พร้อมแก้ปัญหาที่ดินทำกิน-ที่อยู่อาศัยในเขตป่าฯ         

นายวราวุธ  ศิลปอาชา  รมว.กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ  กล่าวหลังจากรับข้อเสนอของเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนว่า  ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มาร่วมงานในวันนี้  และมีโอกาสมาพบปะพี่น้องเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ  หน่วยงานทั้งภาครัฐ  ภาคเอกชน เครือข่ายชุมชน  และขอแสดงความยินดีที่ประชาชนได้รับการจัดสรรที่อยู่ภายใต้กลไก คทช. (คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ)  ผมมีความตั้งใจเป็นอย่างยิ่งที่จะมาให้กำลังใจพี่น้องเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ

 

รมว.กระทรวงทรัพยฯ รับมอบข้อเสนอจากเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชน

 

“รัฐบาลพลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา  ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของพี่น้องประชาชน  และเร่งรัดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขปัญหาให้พี่น้อง  โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่พยายามผลักดันการแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตป่าสงวนฯ และอุทยานฯ  เพื่อให้คนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน  และมีที่อยู่อาศัยและที่ทำกินอย่างยั่งยืน  ขณะเดียวกันรัฐบาลก็มีเป้าหมายในการปกป้องดูแลป่าไม้   ดังนั้นการแก้ไขปัญหาจะต้องใช้ระยะเวลาบ้างเพื่อให้เกิดความถูกต้อง  ดีกว่าแก้ปัญหาด้วยความรวดเร็วแต่มีปัญหาตามมา”  รมว.กระทรวงทรัพยฯ กล่าว

 

นายวราวุธกล่าวในตอนท้ายว่า  ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการร่วมแสดงพลังองค์กรชุมชนในครั้งนี้ และขอให้พี่น้องประชาชนร่วมกันประชุมระดมความเห็นในการพัฒนาแนวทางการจัดที่อยู่อาศัยให้แก่พี่น้องประชาชน  โดยขอให้ผู้จัดงานประสานกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เพื่อเสนอผลการระดมความเห็นให้คณะกรรมการ คทช. พิจารณาต่อไป

 

ทั้งนี้พื้นที่ภาคเหนือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีประเด็นปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายของภาครัฐ   โดยมีชุมชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และพื้นที่อุทยานแห่งชาติมากกว่า 85 เปอร์เซ็นต์  โดยที่ผ่านมาพอช. ร่วมกับเครือข่ายการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการจัดการที่ดินภาคเหนือ   และหน่วยงานภาคีในระดับจังหวัดสำรวจข้อมูลเรื่องที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย   สนับสนุนงบประมาณในการจัดกระบวนการ  นำไปสู่การการขับเคลื่อนงานอย่างเป็นรูปธรรม  โดยกำหนดเป็นแผนยุทธศาสตร์จังหวัดการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินที่มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชุมชน   เพื่อให้ชุมชนต่างๆ  มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินถูกต้องตามกฎหมาย

 


"วัคซีน" นี่ อยากให้เข้าใจกันชัดๆไม่ใช่ "ยารักษาโควิด"เป็นชีววัตถุหรือ "เชื้อโรค" ที่ฉีดเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มันสร้าง "แอนติบอดี" ขึ้นมา สร้างขึ้นมาทำไม.......

"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'