ติดเชื้อโควิด19อีก4ราย หนูมั่นใจคัดกรองเอาอยู่


เพิ่มเพื่อน    

 

ไทยป่วยโควิดเพิ่ม 4 ราย หนึ่งในนั้นติดเชื้อในประเทศ เป็นนักการทูตรับเชื้อจาก รมต.ฮังการี โล่ง! ผลตรวจ 4 คนในครอบครัวชายอินเดียที่กระบี่เป็นลบ “อนุทิน” ปลอบ ไม่ต้องกังวลระบบคัดกรองเยี่ยม ยันยังไม่ลดวันกักตัว ถก สมช.กำชับต้นทางตรวจเข้ม สธ.หารือวัคซีนกับ "ไฟเซอร์" สัปดาห์หน้า

    เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) รายงานสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 4 ราย เป็นผู้ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย และมาจากต่างประเทศอยู่ในสถานที่กักกันที่รัฐจัดให้ 3 ราย ยอดผู้ป่วยยืนยันสะสม 3,844 ราย หายป่วยเพิ่ม 9 ราย ยอดรวมผู้รักษาหายป่วย 3,670 ราย รักษาในโรงพยาบาล 114 ราย ผู้เสียชีวิตสะสม 60 ราย
    สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ รายที่ 1 มาจากสหรัฐอเมริกา ถึงไทยวันที่ 31 ต.ค. เป็นเพศชาย สัญชาติอเมริกัน อายุ 50 ปี รายที่ 2 มาจากอินเดีย เดินทางถึงวันที่ 7 พ.ย. เป็นเพศชาย สัญชาติไทย อายุ 27 ปี รายที่ 3 มาจากสวีเดน ถึงวันที่ 8 พ.ย. เป็นเพศหญิง สัญชาติไทย อายุ 27 ปี และรายที่ 4 เป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ อาศัยอยู่ใน กทม. เป็นเพศชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยยืนยันเมื่อวันที่ 3 พ.ย.63 ตรวจพบเชื้อวันที่ 9 พ.ย. ไม่มีอาการ เข้ารักษาที่สถาบันบำราศนราดูร
    ที่กรมควบคุมโรค จ.นนทบุรี นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมควบคุมโรค พร้อมด้วย นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป และนพ.นคร เปรมศรี ผู้อำนวยการสถาบันวัคซีนแห่งชาติ ร่วมกันแถลงข่าวความคืบหน้าการติดตามผู้สัมผัสกรณีอินเดียและฮังการี รวมถึงวัคซีนโควิด-19
    นพ.โอภาสกล่าวว่า กรณีชายชาวอินเดีย อายุ 37 ปี บนเกาะพีพี จังหวัดกระบี่ ติดเชื้อโควิด-19 ไม่มีอาการ โดยพบเชื้อปริมาณน้อย และตรวจพบภูมิคุ้มกัน IgG ขึ้น แสดงว่ามีการติดเชื้อมานานหลายเดือน ได้ติดตามผู้สัมผัสเสี่ยงสูงโดยเฉพาะครอบครัวเดียวกัน ได้แก่ ภรรยา น้องชาย น้องสะใภ้ และหลานสาว ผลตรวจ RT-PCR ให้ผลเป็นลบทั้ง 4 ราย โดยภรรยา น้องชาย และน้องสะใภ้ ผลตรวจภูมิคุ้มกัน IgG ขึ้นเช่นกัน แปลว่าทั้ง 3 รายนี้น่าจะติดเชื้อมานานหลายเดือน ถือว่าไม่สามารถแพร่กระจายเชื้อคนอื่นได้
    สำหรับผู้สัมผัสที่เหลือ ในจังหวัดกระบี่ สุโขทัย ภูเก็ต และเชียงใหม่ เป็นผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 79 ราย และสัมผัสเสี่ยงต่ำ 283 ราย ติดตามได้เกือบทุกราย ไม่พบรายใดมีการติดเชื้อเพิ่มเติม ทั้งนี้ทราบว่าประชาชนกระบี่มีการใส่หน้ากากเพิ่มขึ้นจาก 60-70 เปอร์เซ็นต์ เป็นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และไม่ได้ตื่นตระหนก ยังใช้ชีวิตได้ตามปกติ และทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม หากเป็นเช่นนี้ 4-5 วันจะเข้าสู่ระยะปลอดภัย
    ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า ผู้ติดเชื้อในประเทศรายใหม่เป็นชาย สัญชาติฮังการี อายุ 53 ปี อาชีพนักการทูต อาศัยอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 2 ปี ได้ไปรับรัฐมนตรีของประเทศฮังการีที่เดินทางมาประเทศไทยเมื่อวันที่ 3 พ.ย.2563 เข้าพักในสถานที่กักกันที่รัฐกำหนด ผลตรวจเจอเชื้อแต่ไม่มีอาการ และได้เดินทางกลับประเทศด้วยเครื่องบินส่วนตัวแล้วเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ทั้งนี้หลังพบการติดเชื้อ ผู้สัมผัส รวมถึงผู้ติดเชื้อรายใหม่นี้ได้เข้ารับการกักกันทั้งหมดเพื่อความปลอดภัย มีการตรวจหาเชื้อตามมาตรการการเฝ้าระวังและตรวจคัดกรองผู้สัมผัสกับผู้ติดเชื้อ โดยผลตรวจ RT-PCR ครั้งแรก 17 คนให้ผลเป็นลบไม่พบเชื้อ แต่พบเชื้อ 1 คน คือ ทูตรายนี้ โดยผลออกเป็นบวกเมื่อคืนวันที่ 9 พ.ย. แต่ไม่มีอาการ จึงส่งเข้าไปรับการรักษาที่สถาบันบำราศนราดูร และไม่มีผู้สัมผัสผู้ติดเชื้อรายนี้เพิ่มเติม เนื่องจากอยู่ในสถานที่กักกันตลอด
    นพ.นครกล่าวถึงกรณีบริษัท ไฟเซอร์ ประกาศผลการวิเคราะห์เบื้องต้นของการทดสอบวัคซีนโควิด-19 ในคนมีประสิทธิผลป้องกันได้ถึง 90 เปอร์เซ็นต์ว่า ถือว่าเป็นความหวังที่จะมีวัคซีนใช้ในเวลาอันใกล้ โดยวัคซีนดังกล่าวเป็นรูปแบบ mRNA ซึ่งประเทศไทยมีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่กำลังพัฒนาวัคซีนรูปแบบเดียวกันนี้ เป็นความหวังที่จะพัฒนาต่อ และสามารถนำผลการทดสอบในมนุษย์มาเปรียบเทียบกันได้ นอกจากนี้ยังพบว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ยังต้องติดตามผลการทดสอบต่อไป ทั้งนี้ประเทศไทยจะมีการหารือกับบริษัทนี้ในสัปดาห์ที่สามของเดือน พ.ย. หรือสัปดาห์หน้า เพื่อขอข้อมูลระหว่างกันเพื่อตัดสินใจในเชิงนโยบายต่อไป
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงกรณีมีการติดเชื้อจากคนกลุ่มวีไอพีว่า ไม่ต้องกังวล เพราะระบบการคัดกรอง การตรวจพบ ทั้งการรักษาของเรามีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่ต้องเพิ่มความเข้มข้นของการตรวจ และการที่ตรวจเจอแสดงให้เห็นว่าระบบของเรายังทำงาน
    เมื่อถามว่า การลดจำนวนวันของการกักตัวยังอยู่ในแผนที่ยังดำเนินการหรือไม่ เพราะมีการตรวจพบการติดเชื้อโควิด-19 ระหว่างการกักตัว นายอนุทินกล่าวว่า ตอนนี้ต้องเน้นที่ต้นทางมากกว่า ได้หารือกับเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่าคนที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทยต้องตรวจโควิด-19 ก่อน ซึ่งทุกคนบอกว่าตรวจมาหมดแล้ว แต่ทำไมยังติดเชื้อในประเทศแทบทุกไฟลต์บิน สิ่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย เพราะไทยเป็นปลายทาง จึงต้องย้ำไปที่สายการบินต้นทางหรือสถานเอกอัครราชทูตต้นทางของเราที่อนุมัติให้คนเดินทางเข้ามา จะต้องมีมาตรการเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อีก ซึ่งเราไม่ต้องการให้คนติดเชื้อเข้าประเทศ เนื่องจากเข้ามาแล้วก็ต้องทำการรักษา ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ สิ้นเปลืองยา และถ้าติดเชื้อจะต้องมีการควบคุมตัวเพื่อรักษา ปล่อยไปไม่ได้ หากจะผลักดันกลับไปก็ไม่มีสายการบินไหนรับ จึงเป็นสิ่งที่ต้องเน้นไปยังประเทศต้นทาง
    "ดังนั้นขออย่าโทษคนไทย ทั้งนี้สิ่งที่ทำหลังตรวจพบก็มีการคัดแยกทันที ส่วนการลดวันกักตัวนั้น ยังอยู่ในกระบวนการ ทั้งนี้ทางแพทย์เชื่อว่า 10 กับ 14 วัน ไม่ได้มีข้อแตกต่างกัน ซึ่งเราก็ให้ความสนใจกับความรู้สึกประชาชน อย่างตอนนี้มีกรณีติดเชื้อในสถานที่กักกันของรัฐมากขึ้น เราก็ยังคงต้องใช้การกักตัว 14 วันเหมือนเดิม จนกว่าจะเกิดความสบายใจ แต่ไม่เกี่ยวกับความน่ากังวล ไม่อยากให้ประชาชนวิตกกังวลอะไร ส่วนจะกระทบกับแผนท่องเที่ยวหรือไม่นั้น ก็ต้องให้ความสนใจกับคนไทยก่อน" นายอนุทินระบุ
    พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีการเปิดสนามกอล์ฟเป็นสถานที่กักกันโรคของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เนื่องจากมีสนามกอล์ฟบางแห่งมีความเชื่อมโยงกับรัฐมนตรีและนักการเมืองในส่วนของรัฐบาล ว่า อย่าเพิ่งไปมองอย่างนั้น ไม่ว่าจะสนามกอล์ฟไหนก็ตาม เป็นเรื่องของผู้ที่จะเข้ามาจะเป็นผู้เลือกเอง ซึ่งเป็นไอเดียที่น่าสนใจเหมือนกัน เพราะเป็นพื้นที่ปิด มีโรงแรมด้วย มีสนามกอล์ฟด้วย คงต้องหามาตรการที่จะรองรับในสิ่งเหล่านี้ หากไม่ทำอะไรเลย ธุรกิจก็แย่ไปทั้งหมด ทั้งนี้จะต้องนำเข้าพิจารณาในที่ประชุม ศบค.อีกครั้งหนึ่ง
    น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า คณะรัฐมนตรีรับทราบผลการสำรวจสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติได้ร่วมกับสถาบันนโยบายสาธารณะและการพัฒนา ในการสอบถามประชาชนตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 46,600 คนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 17 มิ.ย.-7 ก.ค.2563 พบว่า ประชาชนมีความพึงพอใจในชีวิตระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 72.5 พึงพอใจปานกลางร้อยละ 25.3 พึงพอใจน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 2.1 และไม่พึงพอใจเลยร้อยละ 0.1 ขณะที่ประชาชนมีความวิตกกังวลอยู่ในระดับมาก-มากที่สุด ร้อยละ 53 มีความวิตกกังวลปานกลางร้อยละ 32.4 มีความกังวลน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 12 และไม่มีความวิตกกังวลเลย ร้อยละ 2.6
    อย่างไรก็ตาม พบว่าประชาชนร้อยละ 90 ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำรงชีวิต สูญเสียรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพ รวมไปถึงผลกระทบต่อจิตใจและอารมณ์ ประชาชนร้อยละ 46.3 มีรายได้ของครัวเรือนลดลง และร้อยละ 44.1 มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลในการแก้ปัญหาดังกล่าวในระดับมาก-มากที่สุดร้อยละ 71.7 เชื่อมั่นปานกลางร้อยละ 24.5 เชื่อมั่นน้อย-น้อยที่สุดร้อยละ 3.5 และไม่เชื่อมั่นเลยร้อยละ 0.3.

 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"