'กมธ.ตำรวจ' อบรมวิธีควบคุมม็อบ 3 นิ้วจากเบาไปหาหนักยึดหลักละมุมละม่อม


เพิ่มเพื่อน    

12 พ.​ย.63 - เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกมธ. เป็นประธานในการประชุม  โดยได้เชิญ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ท. ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) พล.ต.ต.สหรัฐ ศักดิ์ศิลปะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และพล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6 เข้าร่วมชี้แจง 

เวลา 13.40 น. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ โฆษกคณะกรรมาธิการการตำรวจ แถลงข่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณา และสามารถสรุปสาระสำคัญได้ว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฎิบัติภายใต้กฎหมายที่บัญญัติ โดยได้คำนึงถึงหลักเกณฑ์ มีการบังคับใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก เป็นไปตามสากล การดำเนินการในแต่ละขั้นตอนมีการประกาศแจ้งเตือนผู้ชุมนุมให้ทราบทุกครั้ง เริ่มจากการแจ้งเตือนว่า การชุมนุมผิดกฎหมาย ขอความร่วมมือให้เลิกการชุมนุม หากไม่ได้รับความร่วมมือและผู้ชุมนุมมีพฤติการณ์ที่จะใช้ความรุนแรงเพิ่มขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจมีความจำเป็นที่ต้องใช้อุปกรณ์ที่จัดเตรียมมา ในการควบคุมผู้ชุมนุม ซึ่งจะมีหลักเกณฑ์ในการปฎิบัติแต่ละขั้นตอนอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามที่ประชุมกมธ. ได้มีข้อเสนอเกี่ยวกับการดำเนินการควบคุมการชุมนุม ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1.กรณีที่ผู้ชุมนุมและบุคคลที่มีความเห็นต่างกับผู้ชุมนุม เข้าไปอยู่กลุ่มชุมนุม ตำรวจควรมีแนวทางในการระงับเหตุเพื่อไม่ให้เหตุการณ์มีการใช้ความรุนแรง 2. สำนักงานตำรวจแห่งชาติควรมีการสาธิต หรือประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับขั้นตอนในการปฎิบัติของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ประชาชนได้รับทราบ 3. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรใช้วิธีการที่ละมุนละม่อมต่อผู้ชุมนุม เพื่อไม่ให้เหตุการณ์มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น  

นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะรองประธานกรรมาธิการตำรวจคนที่ 2 กล่าวว่า กมธ.ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงขั้นตอนต่างๆในการควบคุมการชุมนุมว่าเป็นไปตามขั้นตอนหลักสากล โดยเฉพาะสารเคมีที่ใช้ผสมน้ำฉีดใช้ผู้ชุมนุมคือ สารเมทิลไวโอเลตทูบี ไม่มีอันตราย เพราะใช้อย่างเจือจางเพียงแค่ 3% เพื่อให้ระบุตัวตนว่า เป็นผู้มาร่วมการชุมนุม แต่เมื่อไม่สามารถหยุดผู้ชุมนุมได้ จึงเปลี่ยนมาใช้เป็นน้ำผสมแก๊สน้ำตาฉีดใส่ผู้ชุมนุม ซึ่งใช้ในปริมาณเจือจาง 3% เช่นกัน เป็นไปตามมาตรการควบคุมการชุมนุมของยูเอ็น

อย่างไรก็ตามกมธ.ให้ข้อสังเกตตำรวจไปว่า ถึงแม้จะสารเคมีที่ใช้จะเป็นปริมาณเจือจาง แต่อยากให้คำนึงถึงผลกระทบจากการใช้สารเคมี เพราะถ้าเกิดเข้าปากอาจสร้างผลกระทบได้ ส่วนสาเหตุที่ต้องฉีดน้ำใช้สลายการชุมนุมนั้น ได้รับคำชี้แจงจากตำรวจว่า เหตุการณ์ที่แยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 16 ต.ค.2563 เนื่องจากเริ่มมีความรุนแรงที่ส่อไปในทางควบคุมไม่ได้ เริ่มมีการปะทะระหว่างการ์ดกับเจ้าหน้าที่ จึงเริ่มมีการใช้น้ำฉีดสกัด แต่เมื่อไม่ได้ผลจึงเพิ่มระดับมากขึ้น ส่วนเหตุการณ์ที่สนามหลวง เพราะผู้ชุมนุมเริ่มตัดรั้วลวดหนาม ขยับการชุมนุมเข้าไปใกล้พื้นที่ควบคุม ถ้าปล่อยให้เข้าไปอาจจะควบคุมไม่ได้ จึงฉีดน้ำสกัด เป็นการฉีดในวิถีโค้ง เมื่อฉีดไปแล้ว ผู้ชุมนุมก็ไม่ได้รุกคืบเข้าไป ยืนยันว่า ถ้าไม่มีการลุกลามข้อกฎหมายชัดเจนก็ไม่มีการฉีดน้ำสลายชุมนุม 


"วัคซีน" นี่ อยากให้เข้าใจกันชัดๆไม่ใช่ "ยารักษาโควิด"เป็นชีววัตถุหรือ "เชื้อโรค" ที่ฉีดเข้าไปกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้มันสร้าง "แอนติบอดี" ขึ้นมา สร้างขึ้นมาทำไม.......

"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'