ซูซูกิคัพ 'ช้างศึก' ร่วมสายอินโดนีเซีย,ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์


เพิ่มเพื่อน    

"ช้างศึก" จับสลากอยู่ กลุ่มบี B ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, (บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต) ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน " AFF SUZUKI Cup 2018" นัดแรกไปเยือนบรูไน หรือตอมอร์  9 พ.ย.2561 ทางด้าน "ราเยวัช" กุนซือทีมชาติไทย พอใจกับการแบ่งสาย และมั่นใจว่าหากไทยทำผลงานได้ดี ก็มีโอกาสที่อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งจะสูงขึ้นกว่าเดิม
    
        เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 เวลา 14.00 น. ที่โรงแรม มูเลีย เสนายัน กรุงจาการ์ต้า ประเทศอินโดนีเซีย สหพันธ์ฟุตบอลอาเซียน จัดพิธีจับสลากแบ่งสายการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 "เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ" ซึ่งการแข่งขันในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการแข่งขันเล็กน้อยในรอบแบ่งกลุ่มที่มี 2 สาย สายละ 5 ทีม โดยไม่มีทีมใดเป็นเจ้าภาพ แต่จะแบ่งเป็นการเล่นเกมเหย้า 2 นัด และเกมเยือน 2 นัด เพื่อหาทีมแชมป์กลุ่มกับรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศต่อไป
    
        สำหรับโถการจับสลากมีดังนี้ โถ 1 - ไทยแลนด์ (แชมป์เก่า), เวียดนาม,โถ 2 - อินโดนีเซีย  มาเลเซีย,โถ 3 - ฟิลิปปินส์, เมียนมา,โถ 4 - สิงคโปร์, กัมพูชา และโถที่ 5 - สปป.ลาว และผู้ชนะในรอบเพลย์ออฟ ระหว่าง บรูไน กับ ติมอร์ เลสเต (โดยทั้ง 2 ทีมจะแข่งขันกันแบบเหย้า-เยือน วันที่ 3-11 กันยายน 2561)
    
        ซึ่งผลจับสลากมีดังนี้ กลุ่มเอ - เวียดนาม, มาเลเซีย, เมียนมา, กัมพูชา, สปป.ลาว และ กลุ่มบี - ไทย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต (รอผลการแข่งขันเหย้า-เยือน วันที่ 1 กับ 8 กันยายน 2561 )
    
        ส่วนโปรแกรมการแข่งขันของทีมชาติไทย ในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2018 มีดังนี้ (ทีมแรกเจ้าบ้าน) วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 (บรูไน หรือ ติมอร์ เลสเต)- ไทย ,วันที่ 17 พฤศจิกายน 2561 ไทย - อินโดนีเซีย,วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 ฟิลิปปินส์ - ไทย และวันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 ไทย - สิงคโปร์
    
        โดยจะเอาทีมแชมป์กลุ่มและรองแชมป์กลุ่มผ่านเข้าไปแข่งขันรอบรองชนะเลิศ นัดแรก แข่งขันกันในวันที่ 1-2 ธันวาคม 2561 ส่วน นัดที่สอง แข่งขันกันในวันที่ 5-6 ธันวาคม 2561 ส่วนรอบชิงชนะเลิศ จะแข่งขันกันในวันที่ 11 และ 15 ธันวาคม 2561
    
        มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า "ภายหลังจากการจับสลากแบ่งสายฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน ผมมองว่าไม่มีอะไรน่าหนักใจสำหรับทีมชาติไทย ถือว่าผลการจับสลากแบ่งสายมีความเหมาะสมทั้งสองกลุ่ม เราพร้อมที่ลงแข่งขันกับทุกทีมด้วยความไม่ประมาท และจะเล่นอย่างเต็มที่ทุกนัด"
    
        "ข้อดีของผลการแบ่งสายครั้งนี้คือ เราเจอทีมฟิลิปปินส์ ที่อันดับฟีฟ่าแรงกิ้งสูงกว่าเรา ในการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ซึ่งเป็นเกมระดับ เอ แมตช์ ที่จะมีการนับคะแนนด้วย หากเราทำผลงานได้ดีคงทำให้อันดับในฟีฟ่าแรงกิ้งเราสูงขึ้น หลังจากนี้เราต้องเตรียมตัวและศึกษาทีมคู่แข่ง วางแผนการเดินทาง เลือกนักเตะและเตรียมแท็คติคที่จะใช้ในการลงแข่งขันครั้งนี้"
    
        ส่วน พาทิศ ศุภะพงษ์ รองเลขาธิการฝ่ายต่างประเทศและโฆษกสมาคมฯ กล่าวว่า "ผมมองว่าการแข่งขันรูปแบบใหม่ จะทำให้เกมการแข่งขันมีความสนุกสนานและตื่นเต้นมากขึ้น ในสาย บี เรามีโอกาสได้เปิดบ้านสู้กับทีมที่มีแฟนบอลเยอะอย่าง อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ ทำให้แฟนบอลจะช่วยสร้างความได้เปรียบได้ ผมคิดว่าแฟนบอลน่าจะสนุกกับเกมการแข่งขันในนัดที่พบกับสองทีมนี้"
    
        "ส่วนการไปเยือนบรูไนฯ หรือ ติมอร์ เลสเต เป็นโปรแกรมที่ถูกจัดให้ทีมที่แรงกิ้งสูงกว่าได้ออกไปเยือนทีมที่มีแรงกิ้งน้อยกว่า เพื่อกระตุ้นกระแสนิยมของฟุตบอลในอาเซียน หลังจากนี้ทางสมาคมฯ จะทำงานอย่างเต็มที่ เพราะระบบการแข่งขันของซูซูกิ คัพ มีการเปลี่ยนแปลง   นอกจากนี้ทีมที่ออกไปเล่นเป็นทีมเยือนจะต้องออกค่าใช้จ่ายในส่วนของที่พักเอง ทำให้เราสามารถเลือกที่พักที่ดีที่สุดให้กับทีมชาติไทยได้"


เรื่องหน้ากากอนามัย ๒๐๐ ล้านชิ้น มีแต่ตัวเลข ไม่มีตัวหน้ากากที่พูดกันมานานนั้น บทจะจบ..... ก็จบดื้อๆ แค่รองนายกฯ วิษณุพูดว่า "ของเก่าไม่ต้องพูดถึง.......

ฉุกเฉิน 'ในระบบราชการ'?
อสม. 'หน่วยรบที่โลกลืม'
'สำรวจแนวรบรอบไตรมาส'
'เหนื่อยนักก็พักตีกันก่อน'
ทั้ง"พระคุณ-พระเดช"คู่กัน
"ถึงฉุกเฉินพวกโคก็ยังฉุน"