'ดร.อานนท์'วิเคราะห์ไทยกำลังเข้าสู่อนาธิปไตย!


เพิ่มเพื่อน    

18 พ.ย.2563 -  ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำสาขาวิชา Business Analytics and Intelligence และ Actuarial Science and Risk Management คณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันว่า เย็นนี้จะมีการเผาบ้านเผาเมือง ปล้นร้านค้า ที่แยกราชประสงค์หรือไม่ 

ร้านค้า ห้างสรรพสินค้าย่านราชประสงค์ มีบทเรียนมาแล้วมากมาย คงไม่ปล่อยให้เข้าไปทำอะไรได้ง่ายๆ เหมือนกัน คงมีการยิงปืนสวนออกมาหากมีการบุกรุก เข้าปล้น หรือ คิดจะเผา อันนี้คือคำเตือนสำหรับผู้ที่คิดจะสร้างสถานการณ์

ม็อบปลดแอกจะทำอะไรต่อไป

เมื่อคืนโหมเรียกแขกใน Telegram ห้อง Free Youth กันเต็มที่ ในลักษณะที่ตนเองถูกใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีมวลชนเสื้อเหลืองยิงปืนไล่ และมีการปาระเบิดปิงปอง เจ้าหน้าที่ฉีดน้ำและแก๊สน้ำตา พยายามทำให้ออกมาว่าตนเองเป็นผู้ถูกกระทำ แต่ในความเป็นจริงพยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง
เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานได้รับคำสั่งว่าห้ามใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด เริ่มหมดความอดทน จะให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจถูกกระทำแต่ฝ่ายเดียว โดยที่นายตำรวจผู้ใหญ่ไม่ลงมารับรู้สถานการณ์โดยฝ่ายเดียวคงไม่ได้
มวลชนเสื้อเหลืองเมื่อวานก็เลือดร้อนพอควร และไม่ยอมกลับบ้าน หลังจากเจ้าหน้าที่เจรจากับแกนนำมวลชนเสื้อเหลืองอยู่นาน ถึงได้ยอมออกไป

อีกไม่นานจะมีแกนนำปลดแอกต้องตาย ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ความเป็นไปได้ในการก่อความรุนแรงกับแกนนำล้มเจ้า/แกนนำสนับสนุนสถาบันมีได้หลายทาง ยกตัวอย่างเช่น
1.ต่างชาติที่อยู่เบื้องหลังม็อบ โดยการสนับสนุนเงินทุน ให้มายกธงอุยกูร์ ซินเจียง ให้ตะโกนว่าฮ่องกง ไต้หวัน และทิเบต เป็นประเทศเอกราช อาจจะลงมือฆ่าแกนนำม็อบล้มเจ้า บางคน โดยเฉพาะแกนนำที่ไม่มีค่าราคาถูก ไร้การศึกษา ไม่มีพ่อแม่ญาติพี่น้อง ที่จะมาโวยวายทีหลัง มีโอกาสถูกฆ่าตายมากที่สุด การทำเช่นนี้จะทำให้เกิดความวุ่นวาย เอาศพมาแห่ และวิธีการเช่นนี้ เคยทำมาแล้วในหลายประเทศ

2. แกนนำหรือพรรคการเมืองบางพรรค อาจจะตัดสินใจหักหลังฆ่ากันเอง เพราะการทำม็อบต้องมีผลงานและมีการยกระดับ เมื่อโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ไปจนถึงที่สุดแล้วก็ยังไม่อาจจะเรียกมวลชนได้มากพอ การฆ่ากันเองเอาศพมาแห่จะช่วยยกระดับการชุมนุมให้ใหญ่โตขึ้น

3.ม็อบชนม็อบ ขาดสติทั้งสองฝ่าย มีการประชาทัณฑ์ จนมีคนตาย มีการฆ่ากันตาย รุมกระทืบ เพราะอารมณ์อันเกลียดชัง ฮึกเหิมและลงหายในฝูงชน

4.นายทหารเกษียณนอกราชการ ที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างสูงยิ่ง เกิดความบ้าคลั่ง สละชีพเป็นราชพลี เดินเข้าไปในการชุมนุมของกลุ่มปลดแอก ซ่อมปืนหรือระเบิด อาจจะกราดยิงใส่มวลชน หรืออาจจะฆ่าแกนนำมวลชนจำนวนมาก แล้วฆ่าตัวตาย กรณีนี้อาจจะเป็นอดีตมือปืนหรืออดีตนักโทษที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษแล้วสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นคนลงมือก็ได้

5.แกนนำมวลชนล้มเจ้า ก็อาจจะสั่งยิงหรือถือโอกาสยิงแกนนำมวลชนอีกฝั่งเมื่อเกิดการตะลุมบอน ม็อบชนม็อบเพื่อให้เป็นผลงานของตนเองก็ได้

เรากำลังจะเข้าสู่ขั้นที่ 4 และ 5 ความรุนแรง การนองเลือด ภาวะรัฐล้มเหลว และอนาธิปไตย.
 


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"