ขนาดอาจารย์ยังเป็นแบบนี้!'พิชิต'อ้างสันติวิธีต้องปรับเปลี่ยนเพราะสงครามชิงอำนาจ รัฐเข่นฆ่าเยาวชน


เพิ่มเพื่อน    

24 พ.ย.63-  รศ.ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ อดีตอาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุข้อความว่ามีข้อวิจารณ์ขบวนเยาวชนที่ไม่จบสิ้น จากช่วงต้น "หยาบคาย" "สาดสีตำรวจชั้นผู้น้อย" มาถึงวันนี้ "สาดสี เขียนจาบจ้วง graffiti บนถนน กำแพง เสา" ข้อวิจารณ์ข้างต้นมาจากสองมุมมองที่ต่างกัน หนึ่ง "ไม่ใช่สันติวิธี" สอง "ไม่สร้างแนวร่วม ไม่แสวงจุดร่วมสงวนจุดต่าง"

เคยวิจารณ์พวกสันติวิธีไทยไปแล้ว คนพวกนี้นิยาม "รุนแรง" ไว้กว้างขวางตั้งแต่รุนแรงต่อมนุษย์ (ทุบตีทำร้าย ฆ่า) รุนแรงทางกายภาพ (สาดสี ระบายสีข้อความ graffiti บนสถานที่) รุนแรงทางวาจา (ด่าทอหยาบคาย) บางคนเลยเถิดไปถึงรุนแรงทางกิริยา (ชี้หน้า ชูนิ้วกลาง) และรุนแรงทางใจ (โกรธเกลียดแค้นฝ่ายรัฐ)

สันติวิธีของคนพวกนี้คือต้องไม่ทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด เป็น "พวกสันติทางศีลธรรม" มีสันติเป็นจิตวิญญาณ วิถีชีวิต เป้าหมาย วิธีการ สันติคือความรัก คือศาสนา (ไม่นับพวกนักวิชาการใหญ่และเซเล็บที่เอาสันติทางศีลธรรมมาสร้างภาพหากิน)

การต่อสู้ในวันนี้คือสงครามชิงอำนาจ สงครามที่ฝ่ายรัฐซึ่งติดอาวุธตั้งแต่หัวจรดเท้ามองเยาวชนเป็นศัตรูที่ต้องปราบปราม จับกุมทำร้ายและเข่นฆ่า เยาวชนที่มีแต่สองมือเปล่าจึงมีทางเดียวคือ "สันติวิธี" แต่สันติวิธีนี้มีขอบเขตแค่ไหนขึ้นอยู่กับการกระทำของรัฐในแต่ละขั้นตอนตามสภาพความเป็นจริง เพราะอะไร? เพราะความรุนแรงทั้งปวงล้วนเกิดจากฝ่ายรัฐทั้งสิ้น

ถ้ายังมีการเจรจา dialogue อยู่ การพูดคุยอย่างสุภาพชนคือขีดจำกัดของสันติวิธี แต่เมื่อเป็นการพูดข้างเดียว monologue แถมด้วยยัดคดี ขังคุก ยิงสีผสมสารเคมีกัดกร่อน แก๊ซน้ำตา กระสุนยาง ม็อบอันธพาลเสื้อเหลือง ระเบิดกระสุนจริง สันติวิธีก็ต้องปรับเปลี่ยนไป ในเมื่อเยาวชนไม่มีอาวุธกายภาพไปโต้ตอบ การประณาม สาดสี เขียน graffiti เปิดโปงต้นเหตุของความรุนแรง ไม่ให้รัฐใช้อุปกรณ์มาปราบปรามปชช.ซ้ำอีก จึงเป็นทั้งการระบายความเจ็บปวด โกรธแค้นและเป็นสันติวิธีที่ใช้ตอบโต้ความรุนแรงของรัฐ แล้วก็ถูกพวกสันติทางศีลธรรมตำหนิว่า "ใช้ความรุนแรง"

สันติทางศีลธรรมของไทยเป็นอุดมคติของคนชั้นกลางดัดจริตบนทุ่งลาเวนเดอร์ที่มองไปก็เห็นแต่ "ความรุนแรง" จากปชช.ที่ถูกกดขี่ แต่ผ่อนเบาต่อความรุนแรงโดยรัฐ

Monologue ที่สองจะเป็นเรื่อง "สร้างแนวร่วม แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง".
 


จบ..... นับจากวันนี้เป็นต้นไป จะเหลือแค่ยาสีฟัน "เทพไท" เท่านั้น ปรากฏชื่อในท้องตลาด ส่วนคนชื่อ "เทพไท เสนพงศ์" จะไม่ปรากฏชื่อทั้งในท้องตลาดการเมืองและการเลือกตั้ง ตลอดไป (กาลนาน...เทอญ)

'สามสัส' ในภาวะ 'ระส่ำสัส'
ภาษาไทยวันนี้ 'ภาษีกู'
กล้วยดิบ 'วัคซีน' พื้นบ้าน
"SCG ผู้ปิดทองหลังโควิด"
ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ