เดอะมอลล์ชมเปาะมาตรการรัฐกระตุ้นกำลังซื้อ


เพิ่มเพื่อน    

 

25 พ.ย. 2563 นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า จากมาตรการของภาครัฐที่กระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงโค้งสุดท้ายของปี นับว่ามีส่วนกระต้นให้เกิดการจับจ่ายในกลุ่มผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะป็นเราเที่ยวด้วยกัน, คนละครึ่ง โดยเฉพาะช้อปดีมีคืนมาตรการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่เกิน 30,000 บาท  นับว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยให้ภาคค้าปลีกกลับมาคึกคักอีกครั้ง คาดการณ์ว่าภาพรวมค้าปลีกในปี 2564 จะติดลบเหลือ 6% จากเดิมที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าน่าจะติดลบที่ 7.8-7.9%  ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากสํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่มองว่าตัวเลขของจีดีพีปีนี้ จะดีขึ้นอยู่ที่ลบ 6%  จากเดิมคาดการณ์ -7.8% 

ทั้งนี้ ในปี 2564 ได้คาดการณ์การกันว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยจะอยู่ที่ 3.5% - 4.5% เป็นผลมาจากความสำเร็จในการป้องกันและควบคุมการระบาดของไทย พร้อมทั้งแรงกระตุ้นจากมาตรการของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการผ่อนปรนการเดินทางเข้าประเทศสำหรับนักท่องเที่ยวเฉพาะกลุ่ม อาทิ กองถ่ายภาพยนตร์, ผู้มาเข้าร่วมงานแสดงสินค้า, กลุ่มผู้มีกำลังซื้อสูง และ กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบพิเศษ (Special Tourist Visa) หรือ STV  

“หลังจากที่มาตรการช้อปดีมีคืนเริ่มได้เพียง 10 วัน ก็พบว่าลูกค้าที่เข้าใช้บริการ 25% เลือกที่จะเข้าร่วมมาตรการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นว่าลูกค้าอยากจับจ่ายและอั้นไว้ในช่วงโค้งสุดท้ายเพื่อรอโปรโปโมชั่นจากผู้ประกอบการ ซึ่งพอมีมาตรการของรัฐบาลมาช่วยเสริมก็ยิ่งสร้างแรงจูงใจมากขึ้น คาดว่าลูกค้าจะเข้าร่วมมากขึ้นเป็น 35% นับว่ามากกว่าช่วงช้อปช่วยชาติ เนื่องจากระยะเวลาที่นานกว่า สิทธิที่มากกว่าเดิม และความคุ้นเคยที่ไม่เหมือนช่วงแรกๆ ที่มีการสับสนกับมาตรการลดหย่อนภาษี” นางสาววรลักษณ์ กล่าว 

อย่างไรก็ตาม การที่จะให้สภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อกลับมาเหมือนในอดีต ต้องยอมรับว่าการจับจ่ายของต่างชาติยังคงมีส่วนสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย อาจจะต้องมีการเปิดประเทศให้กว้างขึ้น ภายใต้มาตรการการควบคุมที่มีประสิทธิภาพ เพื่อที่ให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเดินทางเข้ามาได้ แม้ว่าในช่วงนี้จะมีคนไทยเดินทางท่องเที่ยวและช้อปปิ้งในไทยมากขึ้น แต่ก็คงจะมาทดแทนกับกำลังซื้อจากคนต่างชาติที่มาไทยมากถึง 30 ล้านคนต่อปีไม่ได้แน่นอน  

นางสาววรลักษณ์ ยังกล่าวอีกว่า ไตรมาสสุดท้ายปีนี้บริษัทฯ ใช้งบการตลาดรวม 250 ล้านบาท จัด 2 แคมเปญใหญ่ “HAPPIER TOGETHER 2021” จัดที่ ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ทุกสาขา, เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ งามวงศ์วาน, เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์ และพารากอน ดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ และ“THE MALL JOY OF GIVING HAPPY FACTORY” จัดที่ ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ ทุกสาขา วันที่ 30 พ.ย. 63 – 6 ม.ค. 64  อัดโปรโมชั่นทั้งส่วนลด, ของรางวัลพิเศษ รวมมูลค่ากว่า  100 ล้านบาท และกิจกรรมอีกมากมาย และปีนี้พิเศษรถยนต์ TOYOTA MAJESTY มูลค่า 1,914,000 บาท จำนวน 1 คัน มอบให้ลูกค้าที่ช้อปภายใน    ห้างฯและศูนย์ฯครบทุก 1,000 บาท ร่วมลุ้นรับ โดยคาดว่าทั้งปีนี้จะมียอดขายรวมทั้งกลุ่ม 50,000 ล้านบาท น้อยกว่าปีที่แล้วที่ทำได้ประมาณ 52,000 ล้านบาท 


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"