อดีตรองอธิการฯมธ.อบรม'นักเรียนเลว'ตราบใดที่ยังไม่ยกเลิกกฎไม่ควรที่จะละเมิดกฎโดยอ้างเสรีภาพ


เพิ่มเพื่อน    


1 ธ.ค.63-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า วันนี้เป็นวันที่กลุ่มภาคีนักเรียนแห่งประเทศไทย นัดให้นักเรียนทั่วประเทศ แต่งตัวชุดไปรเวท งดแต่งเครื่องแบบนักเรียนไปโรงเรียน

เห็นด้วยกับนักเรียน ว่าการแต่งเครื่องแบบนักเรียน ไม่ได้เป็นการสร้างระเบียบวินัยให้เกิดขึ้นในชาติแต่อย่างใด เพราะเราแต่งเครื่องแบบนักเรียนกันมาแต่ไหนแต่ไร แต่ระเบียบวินัยของคนไทยเรา เคยหย่อนยานมาอย่างไร ก็ยังคงหย่อนยานอยู่อย่างนั้น และการแต่งเครื่องแบบก็ไม่ได้ทำให้การเรียนการสอนดีขึ้นแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม การจะเปลี่ยนแปลงอะไร จะต้องมองสภาพความเป็นจริงด้วย

ก่อนที่นักเรียนทุกคนจะตัดสินใจสมัครสอบเข้าเรียนในโรงเรียนที่อยากจะเข้า ทุกคนทราบถึงกฎระเบียบของโรงเรียนแต่ละโรงเรียนเป็นอย่างดี เมื่อตัดสินใจเข้ามาเป็นนักเรียนแล้ว ก็เท่ากับว่า นักเรียนทุกคนยอมรับที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียนนั้นๆทุกประการแล้ว

การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎระเบียบบางข้อของโรงเรียนที่ไม่เหมาะสม ย่อมเป็นสิ่งที่ทำได้ และควรทำ แต่ตราบใดที่ยังไม่มีการยกเลิกกฎระเบียบข้อนั้นๆ เราไม่ควรที่จะละเมิดกฎระเบียบโดยอ้างเสรีภาพ

หากสังคมใด คนที่อยู่ในสังคม เอาแต่ละเมิดกฎ กติกา หรือข้อตกลงที่รับรู้ร่วมกัน โดยอ้างเสรีภาพอยู่ร่ำไป สังคมนั้นจะอยู่ยาก

ในประเทศที่ถือว่ามีเสรีภาพมาก เช่นสหรัฐอเมริกา โรงเรียนของรัฐซึ่งเรียนฟรี จะไม่ค่อยมีกฎระเบียบ เช่น ไม่มีเครื่องแบบ หรือไม่บังคับเรื่องทรงผม แต่โรงเรียนเอกเชน โดยเฉพาะโรงเรียนที่เรียกว่า preparatory school หรือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นั่นแหละ จะไม่เหมือนโรงเรียนของรัฐ

โรงเรียนเหล่านี้ มีกฎระเบียบมากมาย บางโรงเรียนบังคับให้แต่งเครื่องแบบ บางโรงเรียน ไม่บังคับ แต่บังคับให้ผูกเน็คไทด์ ใส่เสื้อนอก เวลาเข้าเรียนในห้องเรียน มีช่วงเวลาที่บังคับให้นักเรียนประจำทุกคนต้องดูหนังสือ เรียกว่าเวลา study hall บังคับให้นักเรียนทุกคนเลือกเล่นกีฬา 1 ประเภท เวลาอาหาร หากใครขาด ไม่ไปทานอาหารตามเวลา ก็จะมีการลงโทษ ซึ่งไม่ใช่การตี เป็นต้น

โรงเรียนเอกชนเหล่านี้ เก็บค่าเล่าเรียนแพงมาก แต่คนอเมริกันที่มีฐานะที่จะจ่ายได้ ต่างก็อยากให้บุตรหลานเข้าเรียนในโรงเรียนเหล่านี้ เพราะเขาเชื่อว่า บุตรหลานของเขาจะได้รับการศึกษาที่ดี

สำหรับครอบครัวที่ไม่ต้องการอยู่ภายใต้กฎระเบียบมากนัก หรือไม่ต้องการจ่ายค่าเล่าเรียนแพงๆ ก็เลือกที่จะให้บุตรหลานเข้าโรงเรียนของรัฐ ซึ่งไม่ต้องจ่ายค่าเล่าเรียน

เชื่อว่า ในอนาคต ประเทศไทยเราจะมีโรงเรียนทั้ง 2 แบบมากพอให้เลือกได้ แต่ในขณะที่เรายังไม่มีมากพอ และระเบียบการแต่งกายที่บังคับให้นักเรียนแต่เครื่องแบบยังไม่ได้ยกเลิก และหากเรายังต้องการอยู่ในโรงเรียนต่อไป ก็ควรปฏิบัติตามระเบียบของโรงเรียน และในขณะเดียวกัน ก็สามารถเรียกร้องให้ยกเลิกระเบียบที่ไม่เหมาะสมกันต่อไป จนกว่าจะสำเร็จ

ต้องไม่ลืมว่า การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างต้องใช้เวลา การดึงดันฝ่าฝืนกฎ ระเบียบที่ยังบังคับใช้ เป็นการสร้างความลำบากใจให้กับคนที่รักเรา เป็นการทำให้สังคมนี้ เป็นสังคมที่อยู่ยาก เราควรรู้จักการอดทน วันหนึ่ง การเปลี่ยนแปลงอย่างที่เราต้องการจะเกิดขึ้น อาจไม่เกิดขึ้นในรุ่นเรา แต่จะค่อยๆเกิดขึ้นในรุ่นต่อๆไป แน่นอน.
 


วันนี้ จะคุยแบบตีขลุม ก็เกรงไม่รู้เรื่อง เพราะเกิดปรากฏการณ์ "คนละเรื่องเดียวกัน" ของผู้คน ๓ นิ้ว สองคณะ มาชนกัน ที่ศาลอาญา ฉะนั้น อ่าน "เอาความ" กันก่อน อย่าเพิ่ง "อ่านเอาเรื่อง"

สามสัส 'วันพินาศ' มาถึง
เวนคืนที่วัด 'สัจจะ รฟม.'
"รื้อวัดทำสถานีรถไฟฟ้า"
'แอมมี่' คือ 'หนังตัวอย่าง'
'สสร.' หรือจะ 'ขันจอหว่อ'?
'แล้วรัฐบาลจะเอายังไง?'