ธรรมะว่าด้วยความรัก-ความเมตตา


   

(1)

        สุดสัปดาห์นี้...โดยสีสัน บรรยากาศ ดูๆ ออกจะไม่เหมาะกับการ เทศน์ ซักเท่าไหร่นัก เพราะขนาด พระ ที่ต้องถือว่าเป็น พระดี-พระแท้ อย่างไม่พึงต้องสงสัย ท่านยังอดไม่ได้ต้องสาด สากกะเบือบิน ใส่ คุณโยม บางราย ที่มีผู้เชื่อถือ ศรัทธา อยู่ไม่น้อย ในด้านการต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ ส่งผลให้ ฆราวาส ล้วนๆ ที่เป็นแค่ลูกศิษย์ พระพม่า มาโดยตลอด อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง มีสิทธิ์ ถูกถีบ ได้เสมอ ถ้าหากคิดไปสอด ไปเสือก อะไรกับเรื่องทำนองนี้...

(2)

        แต่ก็ด้วยเหตุที่ ธรรมะ นั้น...เป็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือกาลและโอกาส เป็น อกาลิโก จะไปรอจังหวะ เวลา แล้วถึงจะค่อย เทศน์ มันคงไม่ถูกเรื่องกันซักเท่าไหร่นัก ด้วยเหตุนี้...คงต้องถือซะว่า ไหนๆ ก็ไหนๆ ลองเสี่ยงมือ เสี่ยงตีน ไปหยิบเอา ธรรมะ ที่น่าจะสอดคล้องกับความเป็นไปของบรรยากาศ มานำเสนอให้เกิดข้อคิด ข้อพิจารณา สำหรับบรรดา ผู้ใฝ่ธรรม ทั้งหลาย นั่นก็คือธรรมะที่ว่าด้วย ความรัก หรือ ความเมตตา อะไรประมาณนั้น อันเป็นสิ่งที่ถือว่ามีความสำคัญเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็น พระ หรือ คุณโยม ก็ตามแต่...

(3)

        สำหรับศาสนาพุทธเรานั้น...อาจไม่ได้เรียกว่า ความรัก แบบตรงไป-ตรงมา เพราะโดยคำศัพท์ คำนิยาม มันอาจกินความไปถึง เหตุปัจจัยแห่งทุกข์ ในรูปใด รูปหนึ่ง ประเภทความรักแบบหนุ่มๆ สาวๆ รักแบบก่อให้เกิดความห่วง ความผูกพัน ชนิดตัดไม่ได้-ขายไม่ขาด อันเป็น อารมณ์ ที่ออกไปทางคู่ๆ แบบบวก แบบลบ อะไรทำนองนั้น ท่านเลยหันไปใช้คำว่า ความเมตตา ความรักและปรารถนาดีอยากให้ผู้อื่นเป็นสุข กรุณา ความสงสารอยากจะให้เขาพ้นทุกข์ มุทิตา ความยินดี สรรเสริญ เมื่อเห็นผู้อื่นเป็นสุข อุเบกขา การวางใจเป็นกลาง ไม่เอนเอียงไปด้วยความรัก ความชัง กันแทนที่ อันปรากฏอยู่ในองค์ประกอบของธรรมะที่เรียกๆ กันว่า พรหมวิหาร 4 นั่นแล...

(4)

        โดยเฉพาะ ความเมตตา หรือความรักความปรารถนาดี อยากจะเห็นผู้อื่นเป็นสุขนั้น ท่านให้ความสำคัญเอาไว้ถึงขั้นสรุปไว้ในภาษาบาลีว่า โลโก ปัตถะมะภิกา เมตตา หรือ เมตตาธรรมค้ำจุนโลก ถึงขั้นนั้น ซึ่งว่าไปแล้ว...ไม่ว่าจะเป็นความเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ก็ตามแต่ สำหรับ ศาสนาคริสต์ แล้ว เขานำไปรวมไว้หมด ในคำศัพท์ คำนิยาม ที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของเขานั่นเอง ซึ่งก็คงไม่ใช่ความรักในแง่หนุ่มๆ-สาวๆ ความรักแบบที่ทำให้เกิดทุกข์ หรือความรักแบบที่ต้องจับคู่ บวกๆ ลบๆ ไปกับ ความชัง แต่อย่างใดไม่...

(5)

        ดังที่อัครสาวก เปาโล หรือท่าน พอล ท่านสรุปเอาไว้ในจดหมายที่ท่านเขียนไปถึงคริสตจักรเมือง โครินธ์ ฉบับที่หนึ่งนั่นแหละว่า ในสิ่ง 3 สิ่งที่ถือเป็นแก่นสาระ หรือเป็นหลักยึดของศาสนาคริสต์ อันได้แก่ 1.ความเชื่อ 2.ความหวัง และ 3.ความรักแล้ว ท่านเห็นว่าสิ่งที่เรียกว่า ความรัก ตามแบบฉบับของท่านนี่แหละ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด หรือยิ่งใหญ่ที่สุด ชนิดถึงกับต้องบรรยายสรรพคุณเอาไว้ว่า...“แม้ข้าพเจ้าพูดภาษาแปลกๆ ได้ เป็นภาษามนุษย์ก็ดี เป็นภาษาทูตสวรรค์ก็ดี แต่ถ้าปราศจากความรักเสียแล้ว ข้าพเจ้าก็เป็นเหมือนฆ้องและฉาบที่กำลังส่งเสียง” นี่...สำคัญถึงขั้นนั้น หรืออธิบายต่อว่า...“แม้ข้าพเจ้าจะเผยพระวจนะ (ธรรมะ) ได้ และเข้าใจในความล้ำลึกทั้งปวง มีความรู้ทั้งสิ้น กระทั่งมีความเชื่อมากพอที่จะยกภูเขาได้ แต่ถ้าหากไม่มีความรักแล้ว...ข้าพเจ้าก็ไม่มีค่าอะไรเลย”...

(6)

        แต่ก็นั่นแหละ...ความรักตามแบบฉบับอัครสาวก เปาโล ที่ได้แจกแจงรายละเอียดตามมาเป็นข้อๆ ก็คงไม่ต่างอะไรไปจาก พรหมวิหาร 4 ของพุทธเรานั่นแล เช่น...ความรักคือความอดทนนาน และการกระทำคุณให้ หรือ ความรักนั้น...ไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตัวเองฝ่ายเดียว” และ “ความรักนั้น...ต้องไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ...” รวมทั้ง “ความรักทนได้ทุกสิ่งทุกอย่าง...แม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ... ฯลฯ

(7)

        สรุปเอาเป็นว่า...ไม่ว่า พุทธ หรือ คริสต์ ลองขึ้นชื่อว่าเป็น ธรรมะ แล้ว ย่อมต้องเป็นอะไร สากล เหมือนกันไปทั้งหมด ดังนั้น...สำหรับผู้ที่ ใฝ่ธรรมะ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็น พระ เป็น คุณโยม เป็น บาทหลวง, ฆราวาส หรืออะไรก็แล้วแต่ ถ้าหากอะไรมันแวบๆ เข้ามาทางประตู จนส่งผลให้ธรรมะในแง่ความเมตตา หรือความรัก ต้องพรั่งพรูออกไปทางหน้าต่างจนได้ ก็คงต้องขออนุญาต เทศนา เอาไว้ ณ ที่นี้ว่า...เย็นไว้โยม หรือ เย็นไว้พระ ก็แล้วกัน และอย่าถึงกับหันรุมมา ถีบ ลูกศิษย์พระพม่า อย่างอันตัวข้าพเจ้าเอง ที่ด้วยแรงผลักดันของธรรมะ ทำให้อดมิได้ที่จะต้อง เสือก เอาไว้ ณ ที่นี้ด้วยเทอญ์ญ์ญ์ญ์...

 


ที่ว่า "หนัก" เพราะอะไร? เพราะเราแบกมันไว้ จึงหนัก แบกไว้บนบ่าบ้าง แบกไว้ในใจบ้าง สุมไว้บนหัวบ้าง ถ้ารู้จักวางมันลงซะบ้าง ที่ว่าหนัก....... ก็เบา!

"ทำบุญไว้เถิด" จะเกิดผล
นึกว่าดี 'อยากลองดี' ก็เชิญ!
คู่มือฉบับ 'คุกและยุบพรรค"
รำพึง-รำพัน 'วันโลกเปลี่ยนยุค'
ไม่อยากอยู่จึงอยู่ไม่เป็น
แล้ว 'ทอน' จะรู้ว่าผิดอะไร