แก๊งสาวโควิดเข้ากทม.! สธ.เผยติดเชื้อแล้ว10คน


เพิ่มเพื่อน    

โควิดเข้า กทม.แล้ว สธ.แถลงพบป่วยโควิดลักลอบเข้าประเทศเพิ่มอีก 6 ราย เปิดไทม์ไลน์นั่งเครื่องบินเข้า กทม. 3 ราย ไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์ค อยู่ที่เชียงราย พิษณุโลก พะเยา พิจิตร ราชบุรี และเชียงใหม่ ก๊วนเดียวกับสถานบันเทิงท่าขี้เหล็ก รวมทั้งหมดติดเชื้อ 10 ราย แนะผู้สงสัยว่าอยู่ใกล้ชิดแสดงตัวกับบุคลากรสธ. ด้าน ศบค.เผยผู้ป่วยใหม่ 18 รายจากต่างประเทศ
     เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ที่ศูนย์แถลงข่าวสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รักษาราชการแทนรองปลัด สธ. และ นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค แถลงข่าวความคืบหน้าการสอบสวนโรคผู้ป่วยโควิด-19 จากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา
    โดย นพ.ธงชัยกล่าวว่า ขณะนี้เราพบคนไทยจำนวน 10 ราย ที่ติดเชื้อโควิด-19 มาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติและเดินทางไปสถานที่ต่างๆ โดยทั้งหมดอยู่ระหว่างการกักตัวและรักษาในโรงพยาบาล อาการอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนผู้สัมผัสของผู้ป่วยทั้ง 10 ราย จากการตรวจหาเชื้อโควิด- 19 เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีรายใดติดเชื้อ สรุปว่ายังไม่มีการติดเชื้อภายในประเทศ เป็นการนำเข้าเชื้อมา ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจในระบบการควบคุมป้องกันโรคว่าจะไม่เกิดการระบาดเหมือนช่วงต้นปี 2563 เนื่องจากประเทศไทยมีองค์ความรู้และประสบการณ์มากขึ้น แต่ต้องขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันเฝ้าระวังภายในพื้นที่ของตนเองว่ามีคนไทยหรือชาวต่างชาติที่ลักลอบเข้ามาโดยไม่ได้รับการกักกัน 14 วันหรือไม่ หากพบ ขอให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้าน มิเช่นนั้นอาจกลายเป็นผู้สัมผัสหรือเป็นผู้ติดเชื้อเองได้ และขอให้ทุกคนยังคงมาตรการป้องกันตนเองโดยการสวมหน้ากาก ล้างมือ และเว้นระยะห่าง
    "ผู้ลักลอบเข้าประเทศมีความผิดตามกฎหมาย ทั้ง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ขอให้ผู้ที่ไปทำงานในต่างประเทศและจะเดินทางกลับมา มีความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศ ด้วยการเข้าเมืองอย่างถูกกฎหมายตามช่องทางที่วางไว้ เพื่อเข้ารับการกักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อ หากพบเชื้อจะได้รับการรักษา แต่หากลักลอบเข้ามาและไปในสถานที่ต่างๆ ทำให้มีผู้สัมผัสจำนวนมาก และต้องใช้งบประมาณสูงในการดำเนินการควบคุมสอบสวนโรค ติดตามผู้สัมผัสมาตรวจหาเชื้อ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายไม่น้อยกว่า 2,000 บาทต่อราย" นพ.ธงชัยกล่าว
    ด้าน นพ.โสภณกล่าวว่า ผู้ป่วยโรคโควิด-19 ที่มาจาก จ.ท่าขี้เหล็กประเทศเมียนมา 10 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยเก่าที่แถลงข่าวไปแล้ว 4 ราย คือ เพศหญิงอายุ 29 ปี ที่ จ.เชียงใหม่ เพศหญิงอายุ 26 ปี, 23 ปี และ 25 ปีที่ จ.เชียงราย จากการตรวจหาเชื้อผู้สัมผัสยังไม่พบผู้ใดติดเชื้อ โดยเฉพาะกลุ่มผู้สัมผัสเสี่ยงสูงของรายที่เชียงใหม่ ที่มีการไปเที่ยวสถานบันเทิงด้วยกัน มีการตรวจหาเชื้อครั้งที่ 2 ก็ยังไม่พบการติดเชื้อเช่นกัน สำหรับผู้ป่วยรายใหม่ 6 ราย เป็นเพศหญิงทั้งหมด โดยเกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงเดียวกันที่ จ.ท่าขี้เหล็ก มีรายละเอียดดังนี้
    เพศหญิง อายุ 28 ปี จ.พะเยา กลับเข้าประเทศไทยวันที่ 27 พ.ย. โดยเส้นทางธรรมชาติมายัง อ.แม่สาย, วันที่ 28 พ.ย. เพื่อนขี่จักรยานยนต์มาส่ง จากนั้นเหมารถแท็กซี่มาที่อำเภอเมืองเชียงราย พักห้องเช่าของเพื่อน มีออกไปซื้ออาหาร, วันที่ 29 พ.ย. อยู่ในห้องพัก ช่วงเย็นแฟนขับรถยนต์พาไปเที่ยวงานสิงห์ปาร์ค แต่อยู่เฉพาะลานเบียร์ จากนั้นไปโรงแรมที่พัก, วันที่ 30 พ.ย. ออกจากโรงแรมไปรับการตรวจหาเชื้อที่ จ.เชียงใหม่ เดินทางกลับพะเยามาเข้ารับการรักษาในห้องแยกโรค โรงพยาบาลพะเยา, วันที่ 1 ธันวาคม ทราบผลว่าเป็นโควิด-19  
นั่งเครื่องเข้า กทม.
      เพศหญิง อายุ  21 ปี กรุงเทพมหานคร (กทม.) วันที่ 17-27 พ.ย. ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็กพร้อมเพื่อนที่อยู่ จ.พิจิตร, วันที่ 28 พ.ย. กลับเข้าประเทศไทยโดยเส้นทางธรรมชาติที่ อ.แม่สาย มีรถจักรยานยนต์รับจ้างมาส่งที่โรงแรม ต่อมาเริ่มมีไข้ เจ็บคอ น้ำมูก จากนั้นเรียกรถไปส่งที่สนามบินเชียงรายขึ้นเครื่องบินมาลงสนามบินดอนเมือง นั่งแท็กซี่กลับที่พัก, วันที่ 29 พ.ย. ไปรับการตรวจที่คลินิกแพทย์ ได้รับคำแนะนำให้ไปโรงพยาบาล จึงนั่งรถยนต์ส่วนตัวมากับแฟนไปตรวจที่โรงพยาบาลเอกชน ผลการตรวจพบเชื้อโควิด-19
     เพศหญิง อายุ 25 ปี จ.พิจิตร เป็นเพื่อนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงที่ท่าขี้เหล็กกับราย กทม. โดยเดินทางกลับมาพร้อมกันจนถึงสนามบินดอนเมืองเมื่อวันที่ 28 พ.ย. จากนั้นต่อเครื่องไปลงสนามบินพิษณุโลก มีเพื่อนมารับกลับ จ.พิจิตร พักอาศัยกับเพื่อนที่มารับ โดยวันที่ 28-30 พ.ย. ออกไปรับประทานอาหารข้างนอกและทำเล็บ, วันที่ 1 ธันวาคม เมื่อทราบผลการสอบสวนโรคของราย กทม. สำนักงานสาธารณสุข จ.พิจิตร จึงติดตามมาตรวจหาเชื้อ นำเข้าสู่การกักกัน และผลตรวจยืนยันพบเชื้อ
      เพศหญิง อายุ 36 ปี จ.ราชบุรี วันที่ 3-28 พ.ย. อยู่ที่เมียนมา โดยวันที่ 23-24 พ.ย. ไปเที่ยวสถานบันเทิงแล้วสังเกตว่าเพื่อนร่วมห้องเริ่มมีอาการป่วย, วันที่ 26 พ.ย. ตนเองเริ่มมีอาการไอ น้ำมูก เจ็บคอ ปวดกล้ามเนื้อ จึงซื้อยามากิน, วันที่ 29 พ.ย. เดินทางกลับประเทศไทยโดยช่องทางธรรมชาติ จากนั้นไปสนามบินเชียงรายด้วยรถยนต์ของเพื่อน นั่งเครื่องบินถึงสนามบินดอนเมือง ขึ้นแท็กซี่ไปสถานีขนส่งหมอชิต นั่งรถตู้กลับ จ.ราชบุรี เมื่อถึงใช้บริการรถจักรยานยนต์รับจ้างไปโรงพยาบาลเอกชนเพื่อตรวจรักษา, วันที่ 1 ธ.ค. ทราบผลว่าเพื่อนติดเชื้อโควิด-19 แพทย์จึงส่งตรวจหาเชื้อและส่งต่อรักษาโรงพยาบาลราชบุรี, วันที่ 2 ธันวาคม ผลตรวจยืนยันพบเชื้อ
    เพศหญิง อายุ 23 ปี และ 25 ปี จ.เชียงใหม่ วันที่ 26 พ.ย. เดินทางกลับเข้าประเทศทางช่องทางธรรมชาติ พร้อมเพื่อนรวมเป็น 3 คน, วันที่ 27 พ.ย. นอนค้างบ้านเพื่อนที่ อ.แม่สาย, วันที่ 28 พ.ย.เดินทางกลับมาที่พักที่เชียงใหม่, วันที่ 29 พ.ย. ให้ประวัติว่าอยู่ในที่พักตลอด, วันที่ 30 พ.ย. ผู้ติดเชื้อที่พะเยามาหาหลังจากไปตรวจหาเชื้อ, วันที่ 1 ธันวาคม ไปฟังผลแทนเพื่อนพบว่าราย จ.พะเยาติดเชื้อ ทำให้เพื่อน 2 คนมารับการตรวจด้วย ผลพบติดเชื้อ 2 ราย เข้ารับการรักษาโรงพยาบาลนครพิงค์ ส่วนอีกรายผลเป็นลบ อยู่ระหว่างการกักกันเฝ้าระวังอาการ
    นพ.โสภณกล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการติดเชื้อจากต่างประเทศ โดยกำลังเร่งติดตามผู้สัมผัสทุกราย ซึ่งผู้ป่วยแต่ละรายมีผู้สัมผัสมากน้อยต่างกัน หากมีความรับผิดชอบสูงจะแยกตัว มีกิจกรรมภายนอกน้อย ทำให้มีผู้สัมผัสน้อย แต่บางรายมีการออกไปทำกิจกรรมจำนวนมาก ทำให้มีผู้สัมผัสมาก ถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจะได้รับการกักกัน 14 วัน และตรวจหาเชื้อ 2 ครั้ง ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจะให้แยกตนเองเฝ้าระวังอาการ หากมีอาการให้รีบติดต่อเพื่อตรวจหาเชื้อ โดยเป็นมาตรฐานการปฏิบัติงานของทุกพื้นที่
    "ผู้ป่วยทั้งหมด 10 ราย พบว่า ไม่มีอาการ 5 ราย ทำให้มีโอกาสแพร่เชื้อน้อยกว่าผู้ที่มีอาการ ส่วนอีก 5 รายมีอาการแต่ไม่รุนแรง สำหรับผู้ที่สงสัยว่าเกี่ยวข้องอยู่ใกล้ชิดหรืออยู่ในสถานที่เสี่ยงเดียวกับผู้ป่วยทั้ง 10 รายนี้ ขอให้ไปแสดงตัวกับบุคลากรสาธารณสุขในโรงพยาบาลเพื่อรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนเอง" นพ.โสภณ กล่าว
มาจากต่างประเทศ 18 ราย
    วันเดียวกัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทยว่า พบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อรายใหม่เพิ่ม 18 ราย โดยเป็นผู้เดินทางมาจากต่างประเทศและเข้าสถานกักกัน (Quarantine Facilities) 17 ราย ประกอบด้วย ตุรกี 1 ราย, คูเวต 1 ราย, เยอรมนี 1 ราย, อียิปต์ 1 ราย, อิสราเอล 1 ราย,  ญี่ปุ่น 2 ราย, สวีเดน 1 ราย, ซูดาน 1 ราย, สวิตเซอร์แลนด์ 5 ราย,  สหรัฐอเมริกา 1 ราย และเมียนมา 2 ราย ส่วนผู้ติดเชื้ออีก 1 รายเดินทางมาจากเมียนมา แต่ไม่ได้เข้าในสถานที่กักกัน
     จำนวนผู้ป่วยยืนยันสะสมในประเทศ ล่าสุดอยู่ที่ 4,026 ราย เป็นผู้ป่วยที่ติดเชื้อภายในประเทศ 2,454 ราย และผู้ป่วยที่เดินทางมาจากต่างประเทศ 1,572 ราย ส่วนผู้ป่วยรักษาหายแล้วเพิ่มอีก 11 ราย รวมเป็น 3,822 ราย ยังมีผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 144 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสมคงที่ 60 ราย
         ที่ทำเนียบรัฐบาล นายประทีป กีรติเรขา รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ในฐานะหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นห่วงและสั่งกำชับเจ้าหน้าที่ประจำเขตแดนเฝ้าระวังไม่ให้มีการลักลอบเข้าเมืองตามช่องทางธรรมชาติอย่างเข้มงวด การลักลอบเข้าเมืองถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณ จ.เชียงราย เชียงใหม่ พร้อมกำชับมาตรการการจัดการ สถานที่กักตัวทางเลือกแห่งรัฐสำหรับชาวต่างชาติ ASQ ให้ประชาชนเชื่อมั่น มั่นใจ ทั้งนี้ ยืนยันว่ารัฐบาลยังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้เป็นอย่างดี
    นายประทีปกล่าวยืนยันว่า กรณีผู้ป่วยหญิงไทยที่ตรวจพบว่ามีการติดเชื้อโควิด-19 ได้ส่งตัวไปรักษาและติดตามกลุ่มเสี่ยงที่สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วยเพื่อตรวจคัดกรองโรคแล้วกว่า 100 ราย ซึ่งยังไม่พบว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติม ในส่วนของประชาชนและอาสาสมัครสาธารณสุข ขอให้ช่วยกันดูแลหมู่บ้าน ชุมชนของตน หากพบคนแปลกหน้า ต้องตรวจสอบว่าเดินทางเข้าสู่ประเทศไทยอย่างถูกกฎหมายหรือไม่ ผ่านกระบวนการควบคุมโรคอย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งตามมาตรการป้องกันและสกัดกั้นผู้หลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายนั้น รัฐบาลได้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดเพิ่มเติม ดำเนินการตรวจคัดกรองบุคคลอย่างเข้มงวด จึงขอให้ประชาชนไม่ต้องเป็นกังวล แต่เป็นกำลังสำคัญของรัฐในการช่วยกันสอดส่องดูแล.


   


วันนี้่...คุยกันสบายๆ ตามประสา "โควิดรักโลก" ละกัน! เมื่อวาน (๒๒ ม.ค.๖๔) รัฐบาลออนไลน์ข่าว "ขึ้นทะเบียน อย.แล้ว วัคซีนแอสตราเซเนกา"

ช่องว่าง "ระหว่างคิด-คุก"
"วัคซีนสมอง"มาแล้วจ้ะ
'ประตูบานที่ ๒ ของธนาธร'
พงศาวสันดานเรื่อง 'อุ้ม'
ขาลง 'สามนิ้ว-สามสัส'
กาสิโนในมุม"ศีลธรรม"